DungBeetle

        เมื่อวานนี้อ่านนิตยสารเด็กแนว อ่านเจอคำสัมภาษณ์ ของคุณชาติ กอบจิตติ ว่า "ทุกวันนี้พอใจกับชีวิตแล้ว ที่ไม่ต้องยกมือไหว้คนที่ไม่อยากไหว้ ได้กินสิ่งที่อยากกิน ไปในที่ๆ อยากไป" ทำให้นึกถึงเรื่องในวงเหล้าหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา โดยปกติแล้วผมจะเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงอยู่มาก (โปรดสังเกตุคำว่า "ฝูง" แสดงว่ามีอยู่มากจริงๆ) และในบรรดาเพื่อนฝูงนั้นก็จะมีคนที่สูงอายุอยู่ด้วยมากเช่นกัน บ่อยครั้งที่ผมไม่ยกมือไหว้ใคร ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากไหว้ แต่เป็นเพราะ็ก็กูเจอมึงอยู่ทุกวัน จะยกมือไหว้อะไรบ่อยๆ จนบางครั้งคนที่มาเข้าฝูงใหม่ๆ มองว่าผมเป็นไอ้เด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักแก่ หรือบางทีมีเพื่อนของคนแก่เหล่านั้นเข้ามาในฝูงโดยที่ผมไม่รู้จักคนแก่คนนั้นมาก่อน ผมก็ไม่ยกมือไหว้ ผมจึงอยากบอกไว้ตรงนี้ว่า ใช่ครับ! ผมมันเป็นคนที่ไม่รู้จักเด็ก แล้วก็ไม่รู้จักผู้ใหญ่ เหมือนผู้ใหญ่ใจแคบบางคน

        คนบางคนชอบทำตัวแก่เพราะอยากให้มีคนยกมือไหว้ ผมเป็นคนๆ นึงที่ไม่ชอบให้ใครมายกมือไหว้ เพราะว่า   

1. เวลาคุณไปโรงเรียน เดินผ่านประตูหน้าโรงเรียน มีคุณครูยืนอยู่ คุณยกมือไหว้คุณครู

2. เวลาคุณเจอรุ่นพี่ คุณยกมือไหว้รุ่นพี่

3. เวลาคุณถูกคุณครูตี คุณต้องยกมือไหว้ แล้วก็บอกว่า ขอบคุณครับ/ค่ะ (จะขอบคุณทำเหี้ยอะไรครับ ในเมื่อมันตีมึงอ่ะ)

        ด้วยเหตุผลเพียง 3 ข้อที่ผมยกตัวอย่างมาก็คงพอจะทำให้รู้ว่าเราไม่ต้องยกมือไหว้ใครง่ายๆก็ได้ ถ้าคุณเป็นคนที่

1. ก่อนออกจากบ้านคุณไม่เคยยกมือไหว้พ่อ แม่ของคุณหรือคนอื่นๆในครอบครัวคุณ ...             เหตุผลข้อเดียวนี่แหล่ะครับที่มันทำให้ผมเป็นคนมือหนักยกมือไหว้ใครไม่เป็นมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะผมเป็นเด็กที่โตมากับการปลูกฝังความคิดแบบต้องเป็นคนมือไม้อ่อนมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

        จนวันนึง ขณะที่ผมกำลังจะเดินไปเรียนที่คณะศิลปกรรมของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งย่านรังสิต พอดีมีรุ่นพี่ฝูงนึงเดินผ่านมา

ผม - หวัดดีครับพี่ (ทำท่าจะยกมือไหว้)

รุ่นพี่ฝูงนั้น - สาดดดด!! ไม่ต้องมาทำเป็นเด็กดี ไม่ต้องมาไหว้กู ไปไหว้พ่อแม่มึงโน่นนน ...

จากนั้นทำให้ผมคิดว่า วันพ่อ วันแม่ ผมเคยกลับไปกราบท่านบ้างมั๊ย แน่นอน ไม่เคยเลย

จากนั้นเป็นผมกลับไปกราบท่านทุกปี พ่อแม่นะครับ มีวันหมดอายุเหมือนกัน รีบกตัญญูซะ เดี๋ยวจะตายห่ากันไปซะก่อน แล้วก็จะไปนั่งเคาะฝาโลง ว่าอ๊ะ ทำไมรีบตายจัง ยังไม่ได้กตัญญูเลยเนี่ย

        ว่าแล้วก็อยากจะบอกอีกอย่าง ในบรรดารุ่นพี่ฝูงนั้น มีอยู่ไม่กี่คนที่ทำตัวเป็นรุ่นพี่เอาเปรียบรุ่นน้อง เอาเปรียบเรื่องแรงไม่ว่า เข้าใจว่ามึงแก่แล้ว ทำไม่ไหวกูทำแทนก็ได้ แต่อย่ามาเอาเปรียบกูเรื่องเงิน หลายคนบอกว่า เงินทองเป็นของนอกกาย จะหาไปทำไมเยอะแยะ ตายห่าไปแล้วก็เอาไปไม่ได้ซักอย่าง ใช่ครับ เอาไปไม่ได้ซักอย่าง แต่ตอนนี้กูยังไม่ตาย แล้วก็ยังไม่อยากตายด้วย ถ้าไม่มีเงินนี่กูตายแน่ๆ ตัวอย่างในการเอาเปรียบเรื่องเิงินกับรุ่นน้อง

น้อง - เฮีย ... หิวข้าวว่ะ ข้าวมันไก่โกเบ๊มั๊ย

พี่ - เออดี ตังมาเดี๋ยวกูไปซื้อเอง

น้อง - ... (อันนี้ไม่เท่าไรรับได้)

 

น้อง - เฮีย ... หิวข้าวว่ะ อยากกินข้าวหน้าเป็ดโกกุ่ย

พี่ - เออ เอาดิ ไปซื้อให้ด้วยนะ

น้อง - ได้ เอาตังมาดิ พี่ - เฮ้ย ออกไปก่อน ขี้เกียจหยิบ (กูนอนกระดิกตีนอยู่เห็นมั๊ยเนี่ย ไม่ว่างนะโว๊ย)

น้อง - (เออ.. แสรดดด ออกตังก่อนทีไรไม่เคยได้คืน มีตังกูจะซื้อพี่ดีๆ ซักคน)

        วันนึงผมก็ได้เอาคืนรุ่นพี่เหี้ยๆพวกนี้ วันนั้นไปกินข้าวกัน 5 คน มีผม รุ่นพี่เหี้ยๆ 2 แล้วก็รุ่นน้องอีก 2 ก็กินกันไปจนเรียกเก็บเงิน

ผม - น้องคิดเงินด้วย เด็กเสิร์ฟ - 385 บาทครับ

พี่เหี้ยๆ1 - 385 ห้าคนก็คนละ (คิดในใจเร็วมาก) คนละ 77 บาท

พี่เหี้ยๆ2 - เฮ้ย! คนละ 77 บาทโว๊ยยย เอามาเร็วๆ

...ไอ้น้องสองคนทำท่าจะหยิบตังจ่าย ทั้งๆ ที่มันแดกแค่ข้าวกะเพราเนื้อไข่ดาว+เป็ปซี่อีกขวด รวมเป็น 46 บาท

ผม - เฮ้ยมึงไม่ต้องจ่าย

พี่เหี้ยๆ1 - อ้าว .. แล้วมึงจะจ่ายแทนมันไง ตังมันไม่ได้หามาง่ายๆ นะโว๊ยย หรือมึงจะให้มันเลี้ยงมื้อใหญ่ทีหลัง

ผม - อือ ... เดี๋ยวผมออกให้มันเอง แล้วอีกอย่างผมแค่อยากจะบอกมันว่า ถ้าเวลามันเป็นพี่คนแล้ว ให้มันเลี้ยงน้องมันมั่ง

edit @ 22 Nov 2007 17:18:39 by แมงกลิ้งขี้