Coming soon!

posted on 08 Dec 2011 08:41 by khunkrabi in DungBeetle
ผมคิดว่าผมติด Social Network ครับ เหตุผลหนึ่งที่ไม่ได้มาบ่นอะไรที่นี่ ก็คงจะเป็นเพราะ Facebook และ Twitter ที่มันสดกว่ากัน นึกอยากจะบ่นอะไรก็พ่นพรวดไปเลย แต่ดันจำกัดอยู่ที่ 140 ตัวอักษรซะอีก
 
 
 
จริง ๆ แล้วก็กะเอาไว้ว่า คงอีกนาน กว่าจะกลับมาเขียนอีก เพราะจนถึงตอนนี้ ผมก็ยังบริหารเวลาได้ไม่ลงตัวเสียที แต่มันมีเหตุการณ์ที่ต้องเอามาเขียน ซึ่งมันจำเป็น และค่อนข้างสำคัญทีเดียว
 
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อสี่เดือนก่อน เพื่อนสาวของผม (หมายถึงเพื่อนที่เป็นผู้หญิง) บอกว่าเธอกำลังตั้งท้อง และยังไม่ได้บอกให้ที่บ้านรู้ เพราะการตั้งท้องครั้งนี้ (จริง ๆ ก็เป็นครั้งแรกของเพื่อน) เป็นการท้องที่ไม่พึงประสงค์
 
หากมองผ่าน ๆ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในสังคมบ้านเรา โดยเฉพาะกับเด็กสาว ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และปัญหาที่จะตามมาคงหนีไม่พ้นการหยุดเรียนกลางคัน (เพื่อไปคลอดลูก) หรือที่ร้ายไปกว่านั้นอาจจะตัดปัญหาโดยการทำแท้งเถื่อน หรือทิ้งลูกไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์
 
แต่ในกรณีของเพื่อน เพื่อนบอกว่าเมื่อพลาดไปแล้ว ก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป เรื่องการเลี้ยงดูคงไม่ใช่ปัญหา เพราะอายุของเพื่อนก็ไม่ใช่สาว ๆ แล้ว อีกทั้งหน้าที่กรงานก็ยังมั่นคง เรื่องเดี่ยวที่มีปัญหาเห็นจะเป็น จะบอกทางบ้านของเพื่อนอย่างไร ให้พ่อ และแม่เสียใจน้อยที่สุด เพราะเพื่อนสาวของผม ถึงแม้ว่าวัยจะล่วงเข้ามาถึงเลขสามแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ได้แต่งงาน ตามแบบฉบับของเวิร์คกิ้งวูแมนสมัยนี้
 
เพื่อนบอกว่า ได้คุยกับทางบ้านของฝ่ายชายแล้ว ทางนั้นเขาตกปากรับคำ ว่าจะจัดการมาสู่ขอตามประเพณีให้เร็วที่สุด ผมได้ฟังดังนั้นแล้วก็สบายใจ เพราะอย่างน้อย ๆ ลูกของเพื่อนที่จะเกิดมาในอนาคต ก็จะมีหลักประกันว่า ไม่ได้เป็นเด็กมีปัญหา หรือถูกตราหน้าว่าเป็น ไอ้เด็กไม่มีพ่อ
 
จนวันนี้ เพื่อนมาบอกผมว่า "ลูกกูมันไม่มีพ่อแล้วว่ะ" ... เพื่อนบอกว่า ทางฝ่ายชายเขาตกลงว่าจะมาสู่ขอเมื่อเดือนก่อน ทางบ้านเพื่อนก็นิมนต์พระ และเชิญแขกเหรืออีกเล็กน้อย เพื่อที่จะทำพิธีแต่งงาน ... แต่สุดท้ายฝ่ายชายก็ไม่มา โทรไปหาด้วยความกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง ก็ไม่สามารถติดต่อใครได้เลย จนเวลาล่วงมาถึงวันนี้ เป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อนจึงมั่นใจว่า ได้กลายเป็นหม้ายขันหมากเสียแล้ว
 
เพื่อนว่าพ่อแม่ของเธอโกรธมาก เนื่องจากเสียหน้า ลูกสาวท้องก่อนแต่งก็อับอายมากพออยู่แล้ว ยังจะต้องมาเป็นหม้ายขันหมากอีก ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แม่และย่าของเพื่อนถึงกับร้องไห้ และโทษเพื่อนว่าทำแต่เรื่องไม่ดี
 
ตอนหลังทางบ้านของเพื่อน ได้ให้เพื่อนไปคุยกับฝ่ายชาย (ง้อ) ว่าให้มาทำพิธีแต่งงานให้จบ ๆ ไป เสร็จแล้วจะเลิกกัน หรือจะเอายังไงก็ตามใจ ซึ่งเพื่อนก็ได้ลองโทรไปคุย แต่ก็เหมือนเดิม คือไม่สามารถติดต่อได้ ... ผมถามเพื่อนว่าแล้วจะเอายังไงต่อไป เพื่อนว่า "ไม่เป็นไร กูเลี้ยงของกูได้ กูไม่อยากไปง้อมันอีกแล้ว ถ้าลูกกูจะโดนล้อว่าเป็นไอ้เด็กไม่มีพ่อ ก็ยังดีว่าให้มันมีพ่อใจตุ๊ด"
 
...
 
จากเรื่องของเพื่อน ผมมีข้อสังเกตอยู่สองอย่าง หนึ่งคือผู้ชายเหี้ย ๆ ที่ไม่มีความรับผิดชอบ แม้จะมีหน้าที่การงานที่ดี ยังคงมีอยู่ในสังคมนี้ ... สอง เรื่องของพ่อแม่ ที่ห่วงหน้าตาตัวเองมากกว่าความรู้สึกของลูก แทนที่จะช่วยกันแก้ไข กลับโทษลูกตัวเอง ว่าหาแต่เรื่องไม่ดีมาให้ที่บ้าน ทำให้ที่บ้านต้องขายหน้า
 
ผมคิดว่าเรื่องนี้ หากไม่นับกรณีฝ่ายชายแล้ว จะให้โทษเพื่อนคนเดียวคงไม่ถูกนัก เพราะผมคิดว่าลูกเป็นอย่างไร พ่อแม่ก็คงเป็นอย่างนั้น ในเรื่องนี้ผมคงเล่ารายละเอียดครอบครัวของเพื่อนให้ฟังไม่ได้ เพราะเล่าไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่ถึงอย่างไรเสีย เรื่องของเพื่อนนี้ยังไม่สามารถสรุปอะไรได้ เพราะเหตุการณ์จริงนั้นยังไม่ถึงตอนจบ ... แต่ถ้าเปรียบเรื่องนี้เป็นละคร เรื่องนี้คงจบลงสมบูรณ์แล้ว
 
 
 
ปล.1 ไม่ได้ขีด ๆ เขียน ๆ มานาน ประกอบกับผมเพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา จึงเรียบเรียงได้ไม่ค่อยดีนัก อาจอ่านไม่รู้เรื่องบ้างก็ต้องทำใจนิดนึงนะครับ
 
จริง ๆ แล้ว ผมแค่อยากจะเข้ามาบอกว่า จากเอนทรีก่อนหน้านี้ ผมบอกว่าผมไม่ค่อยมีเวลา (เนื่องจากบริหารจัดการเวลายังไม่ลงตัว) จนถึงวันนี้ถึงแม้จะดีขึ้น แต่ก็ยังหาเวลาว่าง ๆ มานั่งเขียนอะไรยาว ๆ แบบนี้ได้ไม่บ่อยนัก แต่คิดว่าหลังปีใหม่นี้ไป ไม่แน่อาจจะมีเวลากลับมาเขียนอะไรได้มากขึ้นครับ
 
ปล.2 เข้ามาแล้วอาจจะแปลกตากับรูปแบบบล็อกไปนิด ก็ไม่ต้องตกใจครับ ยังเป็นคนเดิมกับเมื่อเกือบสิบเดือนที่แล้ว ... รูปแบบบล็อกยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางดีนัก ยังไงก็ลองจิ้ม ๆ เข้าไปดูก่อนแล้วกันครับ
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องท้องก่อนแต่ง จริงๆมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ในมุมเรานะ
แต่จะอายเพราะคนไปกำหนดให้มันน่าอายนี่แหละ
แล้วเพื่อนคุณก็หัวใจเข้มแข็งดีจัง ไม่น่าอายเลยซักนิด น่าภูมิใจอีกต่างหาก

นึกถึงเรื่อง JUNO ที่เคยเขียนบล็อกไป กับเรื่อง trust
เมื่อกลางวันดูเรื่อง Beaver วันก่อนไปดูเรื่อง Take Shelter
ทุกเรื่องตัวละครล้วนกำลังมีปัญหาหนักหนาในชีวิต
ที่เราว่ามันมีจุดร่วมกันคือ เรื่องครอบครัว ที่ช่วยกันโอบอุ้ม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
จนเรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล็ก เรื่องซีเรียสกลายเป็นเรื่องขำขัน ;-)

#4 By Lily on 2011-12-09 04:48

เย้!!!!!!!!!!!!กลับมาแล้วเหรอ ยังไม่ได้อ่านหรอกนะ เห็นกลับมาเลยมาทักก่อนsad smile

#3 By โต๊ะคิ้งส์ on 2011-12-08 22:10

ไม่ชอบเลย เรื่องปกติแบบนี้
Hot!

#1 By panpun on 2011-12-08 14:40