เมื่อผมยังเด็ก
posted on 31 Aug 2009 23:56 by khunkrabi in DungBeetle
เมื่อผมยังเด็กผมไม่เข้าใจว่างูเหลือมทำไมมันไม่เป็นสีเหลือง ทั้งๆ ที่ชื่อของมันคือ "งูเหลือง"
แถมยังคิดว่า "งูหลาม" เป็นหลานของ "งูเหลือง" เพราะคิดว่ามันชื่อ "งูหลาน"
เคยคิดว่า "งูเห่า" คืองูที่เก่งที่สุด เพราะมันเห่าแบบหมาได้
เคยกลัวเสียงหมาเห่าตอนกลางคืน เพราะคิดว่ามันเป็นงูเห่า
เคยคิดว่าจิ้งจกโตมาเป็นตุ๊กแก
แล้วตุ๊กแกโตมาเป็นจระเข้
เคยเรียก "วัว" ว่า "โบ" เพราะมันร้อง โบ... โบ...
เคยคิดว่าโบ (วัว) คือควายฝรั่ง เพราะมันผิวขาว
ตอนเด็กคิดว่าถ้าวิ่งไปด้านหลังควาย แล้วกระโดดขี่หลังมันได้ จะเจ๋งในหมู่เพื่อนฝูงมาก
หารู้ไม่ว่าควายมันจะขวิดเอาตาย
เคยคิดว่าควายเกลียดผ้าสีแดง เคยลองเอาผ้าแดงไปล่อมัน มันก็เฉยๆ
จริงๆ แล้วคือสีอะไรก็ได้ แต่ให้มันปลิวๆ เข้าไว้ ควายมันไม่ชอบ
เคยเข้าใจผิดว่าไข่เยี่ยวม้า มันทำมาจากไข่จุ้มบุ๊ของม้า
และเคยเข้าใจว่าไข่ลูกเขยมันทำมาจากไข่จุ้มบุ๊ของหมู
เคยคิดว่าฮิปโปฯ ที่เขาดินกินขนมปังเป็นอาหารเท่านั้น
เคยคิดว่าลิงชิมแปนซีเป็นคนจริงๆ แต่เป็นคนโง่
และก็เคยคิดว่าคิงคองที่พาต้าปิ่นเกล้า เป็นคนที่โง่กว่า
เคยคิดว่าพระกับแม่ชีเป็นผัวเมียกัน แล้วมีลูกมาเป็นเณร
เคยคิดว่าพระ, แม่ชี และเณร เป็นเหากันทั้งบ้าน เลยต้องโกนหัว
เคยเรียก "โจงกระเบน" ว่า "ปลากระเบน"
เคยเรียกชุด "ราชปแตน" ว่าชุด "ราชแมนแตน"
ตอนเด็กเคยสั่งเย็นตาโฟมากิน แล้วร้องไห้ กินเต้าหู้ยี้ไม่ได้
เพราะคิดว่าเย็นตาโฟมันคือขนมหวานที่มีน้ำแข็ง
เคยอายเพราะเพื่อนสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตก เพราะคิดว่ามึงสั่งธรรมดาก็ได้ ไม่เห็นจะต้องน้ำตกเลย
แท้จริงแล้ว เพราะไม่รู้ว่า ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกคืออะไร
แน่นอน ตอนเพื่อนสั่งก๋วยเตี๋ยวต้มยำก็เหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าต้มยำจะมีก๋วยเตี๋ยว
เคยเอาถั่วงอกไปโรงเรียนเพื่อใช้ประดิษฐิ์สิ่งของในวิชาการฝีมือ เพราะฟังครูไม่ชัดว่าจริงๆ แล้วครูสั่ง "ถุงน่อง"
เคยเอาฟางข้าวไปโรงเรียน เพราะครูบอกว่าให้เป็นตัวแทนถือฟางประจำห้อง
หารู้ไม่ว่าที่ครูเขาบอกนั่น คือการถือพานไหว้ครู (โบ... โบ...)
เคยคิดว่าการยิ้มที่หล่อที่สุดคือการเม้มปาก
สมัยอนุบาล เคยคิดว่าการพูดภาษาอังกฤษแบบมั่วๆ ซั่วๆ กับเพื่อน เป็นอะไรที่เจ๋งมาก
แน่นอนภาษาจีนแบบมั่วๆ ก็เคยพูด
ผมเคยคิดว่า Vinegar เป็นไวน์ชนิดหนึ่ง ทั้งๆ ที่มันคือ "น้ำส้มสายชู"
เคยเอายาสีฟันโคโดโม มาทาขนมปังกิน เพราะคิดว่ามันทำมาจากสตรอวเบอร์รีจริงๆ
เคยเข้าใจผิดว่า "รายการชีพจรลงเท้า" ในสมัยก่อน คือรายการ "ชีพจรรองเท้า"
ผมเคยคิดว่าคนใส่แว่นกันแดดจะมองไม่เห็นเรา เพราะเรามองไม่เห็นตาเขาเหมือนกัน
เลยไปลองทำท่าลิงใส่ครูตอนเรียนอนุบาล ผลคือโดนครูฟ้องแม่ว่าเป็นเด็กดื้อ
เคยบอกตัวเองว่าจะไม่กินเหล้า เพราะคิดว่ามันคือฉี่ของผู้ใหญ่
เพราะเวลาพ่อพาเพื่อนมากินเหล้าที่บ้าน เห็นบางคนถือแก้วหายไปหลังต้นไม้ กลับมาพร้อมกับเหล้าในมือ
เคยคิดว่าถ้าได้กินสัตว์แปลกๆ แล้วเราจะเจ๋ง เช่น ตอนเด็กเคยบอกเพื่อนว่าแม่ทำเนื้อปลาวาฬให้กินบ่อยๆ
แถมยังคิดว่า ถ้าคุยว่าบ้านเราหลังใหญ่ได้เท่าไร เราจะหล่อมาก
เข้าใจว่าเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่ง สมัยเรียนอนุบาล เป็นลูกของในหลวง เพราะเธอบอกว่าเธอเป็นลูกในหลวง
เคยตกใจมากที่เห็นเด็กหญิงแตงโมไม่มีจุ้มบุ๊
เคยคิดว่า คนที่เป็นข้าราชการ ตำแหน่งสูงสุดที่จะขึ้นไปถึงคือนายกรัฐมนตรี
เคยคิดว่าคนที่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ตำแหน่งต่อไปคือเอกอัคราชทูต
เพราะเข้าใจผิด เห็นแต่ข่าวนักการทูต ไปเจอฝรั่งบ่อยๆ ส่วนนายกฯ อยู่ในประเทศ
เคยคิดว่าน้ำยาเคมีที่ใช้ในแล็บวิทยาศาสตร์ สามารถทำระเบิดได้ทุกตัว
ตอน ม.1 เคยขโมยน้ำยาเหล่านั้นไปต้มเล่น แล้วมันเสือกระเบิดจริงๆ
ตอน ป.5 คิดว่าถ้าเลือดของคนสองคนมาปนกัน ประมาณว่าแผลชนแผล แล้วจะเป็นเอดส์
ตอนเด็กๆ คิดว่า "ภูเขา" กับ "เรือสำเภา" มันต้องเป็นอันเดียวกันแน่ๆ
และเคยเรียกภูเขาว่า "บูเขา"
เคยคิดว่า ถ้ากลืนเมล็ดส้มแล้วมันจะไปโตในท้อง
ก็เลยลองเอาเปลือกทุเรียน, เปลือกเงาะ ฯลฯ ไปฝังดิน เพราะคิดว่ามันจะโตเหมือนกัน
แถมฝังในหลุมเดียวกัน เพราะคิดว่ามันจะงอกออกมาเป็น ออล อิน วัน ในต้นเดียว
ตอนเลื่อนชั้นจากอนุบาลสองมาเป็น ป.1 เคยร้องไห้เพราะไม่รู้ว่าจะร้อยเข็มขัดเข้ารูด้านหลังยังไง
เคยคิดว่าผู้หญิงที่ท้อง ต้องกินเด็กเข้าไปเยอะๆ
เคยคิดว่าปลาฉลามมันเพี้ยนมาจาก "ปลาข้าวหลาม"
ก็เลยเรียกว่าปลาข้าวหลามมาซะนมนาน เพราะคิดว่าตัวเองเท่
เคยคิดว่าการตวัดดาบมั่วๆ คือการรำดาบแบบจีน เลยตวัดโคมไฟที่บ้านไปซะหลายโคม
เคยคิดว่าการหวีผมเป๋ แล้วจะเท่ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นอยู่ ป.3 หัวยังเกรียนอยู่ ไม่รู้จะเอาผมที่ไหนมาให้เป๋
แต่ก็พยายามเป๋มัน
เคยคิดว่าถ้าปีนต้นไม่ได้เร็วแล้วจะดูดีในสายตาสาวๆ
ตอน ป.1 เคยแอบชอบสาวมัธยม แล้วโชว์พาวโดยการปีนต้นไม้แบบรวดเร็ว
แต่หารู้ไม่ว่า เขาเฉยๆ ว่ะ
เคยคิดว่าการนั่งยองๆ มันไม่เท่เอาเสียเลย ที่เท่ที่สุดต้องนั่งชันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่ง
แบบร้อยตำรวจเอกปลอมตัวมาจับผู้ร้าย กำลังตั้งท่ายิงปืน
ตอนเด็กเคยคิดว่าถ้านั่งกระบะด้านหลังรถของพ่อแล้วจะรู้สึกเท่มาก
ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว แม่งร้อนชิบหาย ข้างในมีแอร์เย็นๆ ก็ไม่นั่ง
เคยคิดว่าถ้าขี่จักรยานปล่อยมือได้ จะเท่มากในหมู่เพื่อน
แล้วจะเท่มากขึ้นไปอีกถ้าขี่ยกล้อหน้าได้
ตอนอนุบาล 1 เคยร้องเพลงจิงเกิลของช่องเจ็ดหน้าห้องเรียนว่า "ช่องเจ็ดสี ตี.. ดี.. เตี้ยยย...ตุ๊น.."
มาจากคำว่า "ช่องเจ็ดสี ทีวีเพื่อคุณ"
เคยร้องไห้ตอนที่มีตำรวจมาหาพ่อ ตอนที่พ่อโดนขโมยรถมอเตอร์ไซค์ เพราะกลัวตำรวจจะจับพ่อ
เคยร้องไห้ตอนที่น้าชายไปเกณฑ์ทหาร เพราะกลัวว่าน้าจะตายในสนามรบ
ทั้งๆ ที่คนทั้งบ้านรู้ว่าน้าชายไม่มีทางเป็นทหารได้ เพราะดีหนึ่ง ประเภทอ้วน (เกินไป)
ตอนสองขวบเคยร้องไห้เพราะกลัวรูปตัวเองตอนยังแบเบาะ เพราะมันเหี่ยว
ยิ่งจุ้มบุ๊ ยิ่งโคตรเหี่ยว แถมยานอีกต่างหาก
เคยหวังดีทำความสะอาดบ้านให้แม่โดยการต่อสายยาง แล้วเปิดน้ำฉีดให้ทั่วพื้นบ้าน
เคยแงะเครื่องโทรศัพท์บ้าน เพราะคิดว่ามันมีคนตัวเล็กๆ อยู่ในนั้น
เคยคิดว่าถ้าทำเสียงดังมากๆ ได้แล้วจะได้เป็นหัวหน้ากลุ่ม
เคยคิดว่าถ้าได้แอบจูบกันกับผู้หญิงในห้องเรียนแล้วจะเป็นที่ยอมรับของเพื่อน
และคิดว่าการจูบกัน คือการเอาปากชนกันเฉยๆ ไม่ต้องมีการบด ขยี้ ฉก ตวัด ล้วง ควัก ซอกซอน ชอนไช แต่อย่างใด
ก็เลยลองจูบกับเพื่อนสาวตอน ป.5 แบบเมาธ์ทูเมาธ์แบบนั้นมาหลายครั้ง
ตอนหลังถึงมารู้ความจริงว่าการจูบไม่ได้มีแค่นั้น แต่ก็ไม่รู้สึกอายเพราะเพื่อนสาวคนนั้นมันก็ไม่เป็นเหมือนกัน
เคยคิดว่าการเดินโอบไหล่ จับมือกับแฟนในชุดนักเรียนเป็นเรื่องที่แมนมากๆ ทั้งที่จริง แม่งโคตรทุเรศ
เพราะไม่ให้เกียรติผู้หญิง และสถาบัน
เคยเข้าใจว่า การนัดบอดคือ การไปเที่ยวกันของคนตาบอด
เมื่อเจอกันแล้วเขาจะเอามือจับหน้า จับตา จับเนื้อต้องตัวกัน
โดยที่คนธรรมดาอย่างเราก็สามารถนัดบอดได้ แต่ต้องหาอะไรมาปิดตาเท่านั้น
ตอนเด็กๆ ไม่เข้าใจว่าไอ้น้ำสีฟ้าๆ ที่เอามาหยดลงบนไอ้แผ่นผ้าเล็กๆ นั่นมันคืออะไร
มารู้ตอนหลังว่ามันคือประจำเดือนผู้หญิง และก็เข้าใจมาจนถึง ม.1 ว่ามันเป็นสีนั้นจริงๆ
แถมยังเข้าใจผิดอีกว่า วันนั้นของผู้หญิง คือวันที่ผู้หญิงต้องกิน "มาม่า" เพราะฟังคำว่า "วันมามาก" ไม่ชัด
ตอนเด็กๆ ดูโฆษณายาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง เวลามันเอาเล็บเคาะฟันแล้วมันดัง ก๊อกๆ เพื่อแสดงว่าฟันแข็งแรง
เลยลองเคาะดูบ้าง แล้วพบว่ามันไม่ดังแบบนั้น เลยเอาค้อนเล็กๆ มาเคาะฟันตัวเองดู พบว่าดังใช้ได้เหมือนกัน
แต่หลังจากเคาะแล้ว พบว่าฟันหน้าหักไปสองซี่ โชคดีที่เป็นฟันน้ำนม
เคยไม่กินนมถั่วเหลือง เพราะคิดว่ามันทำมาจากฟันน้ำนม
เคยคิดว่าเรียนจบนิเทศศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แล้วจะไปเป็นดารา
ที่เรียนศิลปกรรมตอนโตมานี้ก็ยังแอบหวังอยู่ลึกๆ แต่ทุกวันนี้เลิกคิดแล้ว เพราะแก่เกิน (ก๊ากกกก..)
ตอนเด็กเคยคิดว่าดาราต้องเป็นฝาแผด
เพราะมะกี๊ดูช่องเจ็ดเจอ มนฤดี ยมาภัย เปลี่ยนมาช่องห้า เจอมนฤดี ในรายการมาตามนัดอีกละ
เคยคิดว่าดาราฮอลลีวุดทุกคนพูดไทยได้ เพราะในบิ๊กซีนีม่า แม่งพูดไทยกันชัดทุกตัวเลย
เคยส่งกระดาษข้อสอบเปล่าๆ ตอน ป. 4
เพราะโดนขาใหญ่ประจำห้องอาฆาตว่าถ้าสอบได้เลขตัวเดียวอีก จะถูกอัดหลังห้องน้ำ
โชคดีว่าครูให้สอบใหม่
แล้วก็ได้เลขตัวเดียวตามระเบียบ
แล้วก็โดนอัดหลังห้องน้ำตามระเบียบ
แล้วอีระเบียบนี่เป็นใคร
เคยเรียนว่ายน้ำ เพราะคิดว่าหลังจากนั้นแม่จะให้ไปเล่นน้ำคลองหลังหมู่บ้าน
เคยร้องไห้ที่สระว่ายน้ำ เพราะแม่ลืมเอาแว่นตาใส่มาให้ในกระเป๋า
เคยร้องไห้เพราะครูสอนว่ายน้ำหน้าตาน่ากลัว
เคยคิดว่าจักรยานที่มีสองล้อเล็กประคองล้อหลัง คือจักรยานสำหรับผู้หญิงเท่านั้น
ได้มาวันแรกเลยจัดการให้ไอ้โบ้ เพื่อนรุ่นพี่ข้างบ้านถอดให้ ทั้งๆ ที่ยังขี่ไม่เป็น
ผลคือ ล้มหน้าแหก
เคยสงสัยว่าทำไมกระติกน้ำแข็งมันถึงเก็บความเย็นได้
เลยจัดการเซาะตูดกระติกดู พบว่ามันมีโฟมอยู่ข้างใน
เลยไปเอาโฟมลังตู้เย็น มาต่อเป็นกระติกสี่เหลี่ยม มาใส่น้ำแข็งไว้
เช้ามาพบว่า น้ำนองพื้นบ้าน โดนด่าไปอีกหนึ่งยก
เคยหัดเล่นกีตาร์เพราะอยากโชว์หญิง
เคยหนีเรียนเปียโน เพราะโดนเพื่อนล้อว่าเล่นเครื่องดนตรีผู้หญิง
ตอน ม.4 เคยเข้าชมรมดุริยางค์ เพราะไม่อยากเข้าแถวหน้าเสาธง
แล้วก็เป่าแซ็กโซโฟนหน้าเสาธงมาจนเรียนจบ
เคยเป็นนักกีฬาฟุตบอล ตอน ม. ต้น เพราะคิดว่าจะหล่อ และมีสาวๆ มาชอบเยอะ
ตอน ม. ปลายเลยตัดสินใจเป็นเชียร์ลีดเดอร์ซะสามปี
เพราะสาวๆ ที่มาชอบตอนเป็นนักฟุตบอลเยอะก็จริง แต่หน้าตาก็งั้นๆ
แต่สาวเชียร์ลีดเดอร์นี่จัดว่าคัดมาแล้วทั้งนั้น เรียกว่าทั้งโรงเรียนก็มีพวกนี้แหล่ะ ที่เจ๋งสุด (โฮะๆๆๆๆ)
เคยคิดว่ารถไอติมสามล้อมีตู้ข้างหน้า เป็นรถตู้จับเด็ก เพราะเห็นมันมีตู้เย็นอยู่ข้างหน้า แล้วมีเด็กวิ่งไปหาเยอะ
เคยคิดว่าขบวนการไอ้มดต่างๆ มันเป็นพี่น้องกันหมด
เคยต่อยกับเด็กชายชิมชิมตอน ป.2 เรื่องแย่งกันเป็นไอ้มดเอ็กซ์ซูเปอร์วัน (คาเมน ไหร่ด้า ซือ พา หวั่น)
และเคยต่อยปากเด็กหญิงส้มโอซะเลือดอาบตอน ป.1 เพราะเพื่อนล้อว่าเป็นแฟนกัน (ทำไมกูไม่ต่อยไอ้คนล้อวะ)
เคยคิดว่าการเล่นกระโดดยางเป็นการเล่นของเด็กผู้หญิง และไก่ขาหักเป็นของเด็กผู้ชาย
เคยฝึกการเหาะเลียนแบบการตูนเรื่องดราก้อนบอล
แน่นอน เคยฝึกพลังคลื่นเต่าสะท้านฟ้าด้วย
แต่ฝึกไม่สำเร็จเพราะคิดว่าพลังเรายังน้อยอยู่
จนทุกวันนี้ เวลาอยู่คนเดียวก็ลองปล่อยพลังอยู่เหมือนกัน เผื่อว่าจะติด (ก๊ากกก...)
เคยคิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นแค่ความฝันในวัยเด็ก
เคยคิดว่าอะไรที่พลาดไปก็ปล่อยมันไป เดี๋ยวเราก็จะตื่นขึ้นมาเอง
แต่ความจริงแล้วทุกอย่างนี้ไม่ได้ฝัน
แต่เป็นเรื่องจริง ประสบการณ์ชีวิตจริงที่สนุกมากเลยทีเดียว
ปล.1 เอนทรีนี้ต้องใช้พลังในการระลึกชาติมหาศาลมากครับ กว่าจะคิดได้ และเชื่อว่ายังไม่หมด
ปล.2 ระหว่างที่ระลึกชาติไป เขียนไป ผมสงสัยว่า ผมนี่ชักเป็นเด็กไม่ปกติเหมือนชาวบ้านเขาว่ะ
ปล.3 อ่านเรื่องนี้จบแล้ว ก็ไม่ต้องไปทดลองปล่อยพลังกันนะครับ

เจ๋ง ฮา




//ไอ้หมี
#1 By CAB on 2009-09-01 00:04