ชายคนนี้ชื่อส้มจี๊ด และเป็นพระเอกมิวสิควิดิโอ
posted on 15 Aug 2009 09:13 by khunkrabi in DungBeetle
เอนทรีก่อนผมอุบเรื่องเพลงที่เพื่อนผมเป็นพระเอกมิวสิควิดิโอไว้ เพราะจะเขียนเอนทรีให้ เพื่อเป็นการสดุดี 1 เอนทรี ใครที่ยังไม่ได้อ่านควายเดิมตัวที่แล้ว อ่านได้ที่นี่ "เมื่อผมมีเพื่อนเป็นดารา และพระเอกมิวสิควิดิโอ" ส่วนเพื่อนอีกคนที่เป็นพระเอกหนังผมจะไม่เขียนถึงมัน เพราะมันดังแล้ว ใครๆ ก็คงจะรู้จักมันบ้างแหล่ะ
ชายคนนี้ชื่อประชา ใจอินทร์ ชายคนนี้ไม่ธรรมดาครับ ผมรู้จักชายคนนี้ครั้งแรกเมื่อประมาณเกือบๆ สิบปีมาแล้ว นายประชาใจอินทร์มีชื่อเล่นว่าจี๊ด หรือส้มจี๊ด แล้วแกก็จี๊ดสมชื่อแกจริงๆ ส่วนจะจี๊ดยังไงนั้น ให้ติดตามกันต่อไปครับ
พี่จี๊ด หรือส้มจี๊ด หรือชื่อในวงการว่า จู๊ด จะจู๊ดหรือจะจี๊ดก็แล้วแต่จะเรียก แต่พวกผมในฐานะที่สนิทกัน ผมเรียกแกว่าส้มจี๊ด หรือเฮียจี๊ด ไม่ได้มีเชื่อสายจีน แต่จะเรียกเฮียมีอะไรมะ
แรกเลยทีเดียวนั้นผมเจอส้มจีดที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี เจอกันในห้องน้ำชาย ตอนนั้นยังไม่รู้จักกัน แต่ขณะที่ผมยืนเยี่ยวอยู่ ส้มจี๊ดซึ่งยืนเยี่ยวอยู่ข้างๆ ก็ชะโงกมามองส่วนสำคัญ (ส่วนไหนคิดเอาเอง) แล้วแกก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า
ส้มจี๊ด: น้อง .... น้องเป็นนักร้องเหรอ
แมง: (อะไรของมันวะไอ้นี่) เปล่าครับ ผมเป่าขลุ่ย
ส้มจี๊ด: น้องต้องเป็นนักร้อง
แมง: ทำไมครับ
ส้มจี๊ด: น้องผมยาว...
แล้วแกก็เดินเป๋ๆ ออกไปทิ้งผมไว้ให้งงอยู่หนึ่งขณะ ว่าทำไมกูผมยาวแล้วต้องเป็นนักร้องรึไง แล้วเวลามันพูดกับกูมันไม่มองหน้ากู ทำไมมันมองแต่ส่วนสำคัญของกู แล้วตกลงว่ามึงเป็นใครเนี่ย มาบอกว่ากูเป็นนักร้องแล้วมึงก็หนีไป
หลังจากหายงง ผมก็กลับมานั่งที่โต๊ะ กะว่าจะถามเพื่อนซักหน่อยว่ามีใครรู้จักไอ้เหี้ยนั่นหรือเปล่า แต่แม่งก็กลับไปแล้ว
นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้คุยกับส้มจี๊ดครับ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยเกือบปี จนมาวันหนึ่ง เหมือนฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน ผมไปเจอกับส้มจี๊ดโดยบังเอิญอีกแล้ว ในห้องน้ำที่ผับแห่งหนึ่งในลพบุรี (ห้องน้ำอีกแล้ว) ในสภาพที่เมาแอ๋มาเลย ทั้งๆ ที่มันเพิ่งจะสี่ทุ่ม ไม่รู้แกไม่เมามาจากไหน ตอนแรกผมก็จำไม่ได้หรอก ผมก็ยืนเยี่ยวของผมอยู่ แกก็เข้ามาทัก
ส้มจี๊ด: น้อง... น้องที่เป็นนักร้องใช่ป่ะ
แมง: เปล่าครับ ผมเป่าขลุ่ย
ส้มจี๊ด: น้องต้องเป็นนักร้อง เพราะน้องผมยาว
เอ๊า! ไอ้เหี้ยเอ๊ย เท่านั้นแหล่ะ จำได้เลยว่าไอ้เหี้ยนี่เป็นใคร โหปีนึงผ่านไปแล้วมึงยังเล่นมุกเดิมๆ อีกเหรอวะเนี่ย ใจตอนนั้นกะว่าเยี่ยวเสร็จ จะเดินออกไปบอกเพื่อนว่ามีคนมาเปรี้ยวตีนในห้องน้ำ คืนนี้สบายแล้วได้แจกตีนก่อนนอน
แมง: เฮ้ย! พี่ต้อง มีคนแม่งเปรี้ยวตีนผมในห้องน้ำว่ะ
พี่ต้อง: ใครวะ
แมง: ไม่รู้จักแม่งหรอก แต่เคยเจอกันครั้งนึงนานมาแล้ว คราวที่แล้วแม่งก็มาเปรี้ยวตีนผมในห้องน้ำนี่แหล่ะ
พี่ต้อง: มันเปรี้ยวตีนมึงยังไง
แมง: แม่งถามว่าผมเป็นนักร้องรึเปล่า พอผมบอกไม่ใช่ แม่งก็บอกว่าต้องใช่ ... ไอ้เหี้ยเอ๊ย! แม่งจะให้ผมเป็นนักร้องให้ได้
พี่ต้อง: ไอ้เหี้ยนั่นหน้าตาแบบนี้ป่าว (ชี้ไปที่ส้มจี๊ด)
แมง: เออใช่ พี่รู้จักแม่งด้วยเหรอ
พี่ต้อง: เออ.. เพื่อนกูเอง
แมง: ...........
ส้มจี๊ด: ไง...นักร้อง เมื่อไหร่ จะร้องเพลง....
หลังจากนั้นผมกับส้มจี๊ดก็สนิทกันมากขึ้น ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ เค้าบอกว่าผู้ชายที่เคยมีเรื่องหรือเขม่นกันมาก่อน หากได้เป็นเพื่อนกันก็จะสนิทกันที่สุด ผมกับส้มจี๊ดก็คงไม่จะไม่เกินเลยไปนักกับคำๆ นี้
นั่นแค่เรียกน้ำย่อย วีรกรรมวีรเวร ของส้มจี๊ดมีเยอะครับ โดยเฉพาะตอนส้มจี๊ดเมา คือส้มจี๊ดเนี่ยแกเป็นคนชอบกินเหล้า แต่เป็นคนกินเหล้าได้แป๊บเดียว หมายความว่ากินได้แป๊บเดียวจริงๆ นะ ไม่ใช่กินได้นิดเดียว เพราะแกเป็นคนที่ไม่ชอบให้น้ำแข็งละลายล่ะมั้ง ใครชงเหล้าให้ เห็นแกกระดกสองทีหมดแก้วตลอด เมื่อแดกไวขนาดนี้ มันเลยเมาไวตามไปด้วย เลยอยู่ได้ไม่นาน ไม่ได้หมายความว่าแดกเหล้านิดเดียวก็เมา
ผมเรียกส้มจี๊ดว่าผู้ป่วยในครับ ครั้งหนึ่งตอนนั้นผมจัดปาร์ตี้วันเกิดผม กับเพื่อนฝรั่งอีกสองคนที่เกิดวันเดียวกัน แต่มันมีเหตุว่า เพื่อนคนไทยชอบมาถามผมว่าไอ้หรั่งพวกนี้มันชื่ออะไรกันมั่ง ประกอบกับผมจะมีการจับฉลากด้วย เลยทำป้ายชื่อที่มีหมายเลขให้ทุกคน โดยของส้มจี๊ดผมไม่มีตัวเลข มีแต่ตัวอักษรภาษาอังกฤษไม่กี่ตัวต่อท้าย เขียนว่า inpatient
ป่วยที่หนึ่ง: พลังจิต
ส้มจี๊ดเปิดร้านข้ายเสื้อผ้า อยู่ข้างออฟฟิศเก่าผม และข้างๆ บาร์ของพี่ต้อง ปาร์ตี้วันนั้นก็จัดกันที่บาร์ของพี่ต้องนี่แหล่ะ ด้วยความที่สมจี๊ดเป็นคนที่แดกเหล้ายังงั้น ก็เลยเมาเร็วเป็นธรรมดา เมื่อแกเมา แกก็งอแงบอกจะกลับบ้านละ ว่าแล้วแกก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน อีกประมาณชั่วโมงต่อมา เพื่อนอีกคนซึ่งเป็นอาสากู้ภัยปอเต็กตึ๊งก็ได้รับวิทยุแจ้งเหตุ เลยขอตัวไปเก็บก่อน งานนี้กะว่ามีตายแน่ๆ แต่อนิจจัง ปรากฎว่าไอ้เหตุที่ได้รับแจ้งมา ผู้ก่อเหตุคือส้มจี๊ด
ส้มจี๊ดขับรถชนเสาไฟฟ้าครับ โชคดีไม่มีอะไรหัก รุ่นนี้แล้วด้วยอะไหล่หายาก ผมไปดูส้มจี๊ดที่โรงพยาบาลเห็นแกไม่เป็นอะไรมากเลยถามว่า
แมง: เฮีย... มึงขับรถยังไงวะให้ชนเสาไฟฟ้า เชี่ยเอ๊ยเสามันก็อยู่ของมัน
ส้มจี๊ด: เมื่อกลางวันกูดูการ์ตูน
แมง: เกี่ยวเหี้ยไรกับดูการ์ตูนวะเฮีย
ส้มจี๊ด: ไอ้เหี้ยฟังกูก่อน... กูดูการ์ตูนใช่ป่ะล่ะ มันเกี่ยวกับพลังจิต มันมีตัวโกงเว๊ยใช้พลังจิตได้
แมง: อือ... แล้วไงเฮีย
ส้มจี๊ด: ไอ้ตัวโกงเนี่ย พอแม่งหลับตานะ แม่งเห็นหมดทุกอย่างเลย ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เชี่ย แม่งเจ๋งว่ะ
แมง: อือ ...
ส้มจี๊ด: ทีนี้กูก็เลยลองมั่ง กูลองหลับตาดูเว๊ย เชี่ยแม่งเห็น...
แมง: เห็นอะไรเฮีย
ส้มจี๊ด: เห็นเสาไฟฟ้าไง พอกูลืมตามาอีกทีกูก็เห็นเสาไฟฟ้า แล้วกูก็มาอยู่นี่แหล่ะ
แมง: โถ... เฮีย นี่เฮียหลับตาขับมอเตอร์ไซคเหรอเนี่ย ... ชิบหายเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น ดูการ์ตูนมากไปนะมึงน่ะ
โชคดีเป็นของส้มจี๊ดไปครับ ที่ไฟลท์นั้นยังไม่มี กม. เมาแล้วขับ ไม่งั้นส้มจี๊ดคงได้ไปนอนซังเตต่ออีกคืน
ป่วยที่สอง: ติดสองวัน ประกันไม่ได้
เรื่องนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องเมาของส้มจี๊ดอีกนั่นแหล่ะ วันนั้นก็กินเหล้ากินชิลล์ๆ ส้มจี๊ดแกมีธุระยังไม่ทันเมาเท่าไรก็ขอตัวกลับ สามชั่วโมงผ่านไปมีพี่ชายที่เป็นตำรวจโทรมา บอกว่าให้ไปดูส้มจี๊ดที่โรงพักหน่อย แต่ไม่บอกว่าเพราะอะไร ผมก็คิดว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ขนาดพี่ที่เป็นตำรวจคนที่โทรมานี้ยังเคลียร์ให้แกไม่ได้
พอไปถึงโรงพัก เจอร้อยเวรบอกว่า ส้มจี๊ดเมาแล้วขับ วัดแอลกอฮอล์ได้แปดร้อยกว่า มล.เปอร์เซนต์ ปกตินี่ได้ไม่เกินห้าสิบ มล.เปอร์เซนต์ ผมก็เถียงว่าแกจะเมาขนาดนั้นได้ยังไง แกกินเหล้าไปไม่ถึงสามแก้วแล้วก็กลับบ้าน แต่ร้อยเวรก็ยืนยันว่าเมาจริงๆ ผมเลยไปถามส้มจี๊ด ว่าเมาจริงรึเปล่า
แมง: เฮ้ย! เฮียเมาได้ไงเนี่ย กินไปสองแก้วเองไม่ใช่เหรอ
ส้มจี๊ด: กูเจอเพื่อนที่ร้านข้าวต้ม
แมง: แล้วไง มึงก็เลยแดกซะเมาเลยงั้นสิ
ส้มจ๊ด: อือ
แมง: แล้วยังไงเนี่ย จะเอายังไง พี่โน๊ตเขาไม่เคลียร์ให้รึไง
ส้มจี๊ด: อือ ...เคลียร์แล้ว แต่เคลียร์ไม่ได้ว่ะ ร้อยเวรเขาลงบันทึกประจำวันแล้วก่อนไอ้โน๊ตมาถึง
แมง: อ้าว แล้วไง ก็ปล่อยไปนอนบ้านได้นี่หว่า แค่นี้เอง
ส้มจี๊ด: ไม่ได้ ไอ้โน๊ตบอกว่าพรุ่งนี้นายจะมาตรวจ
แมง: มาตรวจแล้วไง ก็บอกประกันไปตอนเช้าดิ
ส้มจี๊ด: ประกันไม่ได้พรุ่งนี้วันเสาร์
สรุปเป็นคราวซวยของส้มจี๊ดครับ ติดสองวัน ประกันไม่ได้
ป่วยที่สาม: ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
มีเพื่อนรุ่นพี่อีกคนหนึ่งครับ ชื่อพี่ตั๋ง พี่คนนี้แกจะตัวเล็กๆ ผมยาวหนวดเคราขาว และแดกเหล้าดุมาก อายุอานามก็รุ่นพ่อผมแหล่ะครับ เผลอๆ แก่กว่าพ่อผมซะอีก จะว่าไปก็รุ่นลุงแหล่ะครับ แต่แกเป็นอาร์ตติส เด็กจิตรกรรมศิลปากร รุ่นเรียนกับอาจาร์ยศิลป์ ใครเรียกลุงไม่ได้ เรียกแล้วโกรธ
พี่ตั๋งแกตกบ้านครับ คือบ้านที่ผมอยู่เนี่ยเราเช่าอยู่ด้วยกันครับ เป็นห้องแถวไม้เก่าสองชั้นสามคูหา อยู่ตรงหัวมุมถนน หัวมุมพี่ต้องก็เปิดเป็นบาร์ ห้องกลางก็เป็นร้านเสื้อผ้าส้มจี๊ด ถัดมาก็เป็นออฟฟิศของผม ข้างบนก็เปิดเป็นเกสต์เฮาส์กัน แล้วก็เอาไว้นอนกันเองด้วย แต่บนบ้านนี่ถ้าไม่เมาจริงก็ไม่มีใครอยากขึ้นไปนอนกันหรอกครับ เพราะบันไดมันชัน แถมระเบียงชั้นสองก็ไม่มีรั้วอีกต่างหาก วันนึงไม่รู้พี่ตั๋งแกไปทำอีท่าไหน แกตกบันไดครับ ขาหัก ส้มจี๊ดก็ไปล้อแก บอกว่าแก่แล้วลุง จะเดินจะเหินก็ให้ระวังหน่อย พี่ตั๋งแกก็โมโหสิครับ ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครเรียกแกว่าลุง ไอ้จี๊ดมึงเป็นใครกันวะมาเรียกกูว่าลุง แกก็เลยด่าส้มจี๊ด ว่าขอให้มึงตกบ้าง โดนซะมั่งไม่งั้นมึงไม่เข็ดหรอก
เวรกรรมมีจริง คืนหนึ่งขณะที่ผมกำลังชงเหล้าอยู่ในบาร์ ลูกค้าออกมาจากห้องน้ำบอกให้ไปดูส้มจี๊ดหน่อย ส้มจี๊ดตกบ้าน พวกผมก็รีบวิ่งไปดูกัน เห็นส้มจี๊ดนอนอยู่ในแปลงดอกไม้ ตกลงมาจากชั้นสอง
แมง: เฮีย ๆ เป็นไงมั่งเนี่ย ไหวป่าว
ส้มจี๊ด: ไหวๆ กูไหว ไม่เป็นไร กูเมานิดหน่อย กูเลยนั่งพัก
แมง: นั่งพักเหี้ยไรล่ะเฮีย แขกเขาออกไปบอกกูว่าเห็นมึงตกลงมาจากชั้นสองเนี่ย
ส้มจี๊ด: กูไม่ได้ตก กูนั่งพักจริงๆ เชื่อกูสิ
อ่ะนั่งพักก็นังพักครับ แต่ไม่รู้ว่าส้มจี๊ดนี่นั่งพักยังไง เลือดกลบปาก แถมฟันหน้าหายไปสองซี่
สักพักไอ้โต (เพื่อนที่ช่วยงานที่บาร์อีกคน) เดินออกมาพร้อมสาวยุ่นคนนึง แล้วตะโกนว่า
ไอ้โต: ไงเฮีย ได้ข่าวว่าตกบ้าน กรรมตามสนองสิท่า ไปแซวพี่ตั๋งแกมาก
ส้มจี๊ด: ตกเหี้ยอะไร กูนั่งพัก มึงไม่เห็นอย่ามาทำเป็นรู้ดี
ไอ้โต: ไม่เห็นแต่ก็รู้เว๊ย ได้ยินเสียง ผมอยู่ในห้องน้ำ ก็เฮียตกตรงห้องน้ำพอดี ยังได้ยินเสียงเฮียร้องเฮ้ย อยู่เลย
แมง: แล้วตอนพวกกูเข้าไปดูพี่จี๊ด มึงอยู่ไหน ทำไมไม่ออกมาดูแก
ไอ้โต: กูอยู่ในห้องน้ำ
ส้มจี๊ด: ขี้อยู่ก็เลยไม่สนใจกูสิมึง
ไอ้โต: เปล่า.. ไม่ได้ขี้ ผมอยู่กับฮารูนะจัง
ป่วยที่สี่: สงสัยแอร์จะเสีย
วันนั้นเป็นวันที่ฮามาก พวกผมก็ไปกินเหล้า ไปแดนซ์กันที่เดอะแบงค์ (ใครเคยไปเที่ยวลพบุรีจะรู้จัก ดังมาก) ก็กินกันไปแดนซ์กันไป หนุกหนาน ก็อย่างที่รู้กันพี่จี๊ดแกแดกดุ เมาไว แถมเมาแล้วแกเพี้ยนอีกต่างหาก พอเมาได้ที่แกก็เริ่มโชว์สเตปเพี้ยน ด้วยการถอดกางเกงออก แล้วก็เยี่ยวแม่งที่โต๊ะนั่นแหล่ะครับ พวกผมก็ เฮ้ย! เฮียทำอะไรวะเนี่ย แล้วก็ช่วยกันห้ามแก ซักพัก แกก็ทำท่าจะรูปซิปอีก แล้วก็นั่งลงกับพื้น ไอ้โตเห็นก็ถามว่าจะทำอะไร แกบอกว่า "อย่ามายุ่ง กูปวดขี้"
ไอ้โต: เฮ้ย! ชิบหายแล้วเฮีย จะขี้ก็ไปห้องน้ำดิมาขี้ตรงนี้ได้ไง
ส้มจี๊ด: ก็กูไปไม่ไหวอ่ะ กูจะขี้
พวกเราก็เลยหามแกไปห้องน้ำ แล้วก็กลับมาแดนซ์กันต่อ จนผับเลิกเลยนึกขึ้นได้ว่าลืมส้มจี๊ดไว้ในห้องน้ำ เลยเดินไปดู ปรากฎว่าไม่เจอครับ หาจนทั่ว หาจนสร่างก็ไม่มี คิดว่าแกคงงอนที่ไม่ยอมให้แกขี้ในผับ กลับบ้านไปแล้ว เพราะมัวแต่เดินหาส้มจี๊ดเลยสร่าง เลยไปซื้อเหล้ามาอีกขวดกะไปต่อที่บาร์
ไปถึงบาร์เห็นประตูม้วนหน้าร้านส้มจี๊ดเปิดอยู่หน่อยนึง คิดว่าก่อนออกคงปิดไม่สนิทก็เลยกะจะปิดให้ โอ้ว... แม่จ้าว เจอส้มจี๊ดกำลังไขประตูเล็กเข้าร้านอยู่ในสภาพกางเกงร่นลงมาครึ่งตูด
แมง: เฮีย! ทำอะไรเนี่ย
ส้มจี๊ด: จะเข้าบ้าน
แมง: แล้วนี่กลับมาทำไมไม่บอก มานานยังเนี่ย
ส้มจี๊ด: ก็กลับมาตอน ตีหนึ่งครึ่ง
แมง: โห.. นี่มันตีสองกว่าแล้ว แสดงว่าเมาจัดใช่มั๊ยเนี่ยถึงไขกุญเเจไม่ได้
ส้มจี๊ด: ไขได้ แต่มันมองไม่เห็นรู
ไอ้โต: ไขได้เหี้ยไรเฮีย ก็มึงนั่งห่างจากประตูซะขนาดนี้ พรุ่งนี้มึงจะไขได้มั๊ย
พอผมจัดแจงไขประตู หิ้วส้มจี๊ดเข้าร้าน จัดที่หลับที่นอน เปิดแอร์ให้ ก็เดินออกมาโจ้กันต่อ กินไปซักพักไอ้โตก็เดินไปเซเว่น กลับมาทำหน้าเซ็งๆ
แมง: เป็นไรอีกล่ะ
ไอ้โต: แม่ง... พี่จี๊ดแม่งออกมานอนนอกร้าน แม่งบอกว่าแอร์เสีย ร้อนเลยออกมานอนข้างนอก
แมง: แล้วมึงหาพัดลมให้แกยังอ่ะ นอนข้างนอกเดี๋ยวยุงก็แดกตายห่า
ไอ้โต: แอร์เสียเหี้ยไร กูเดินเข้าไปในร้าน แอร์แม่งยังกะขั้วโลก เย็นกระเด๊ดเลยมึง กูเลยออกมาถามว่าทำไมไม่เข้าไปนอนข้างใน
แมง: แล้วแกว่าไง ไปนอนมั๊ย
ไอ้โต: ไม่ไป แม่งบอกว่าแอร์เสีย กูก็เลยปล่อยให้นอนแม่งตรงนั้นแหล่ะ
แมง: เออ.. ก็เอา
เช้ามาส้มจี๊ดนี่ลายมายังกะตุ๊กแก แถมมีการมาบอกว่า เมื่อคืนไม่รู้ใครเข้าไปเปิดแอร์ร้านแกทิ้งไว้ เปลืองไฟชิบหาย .....
..........โห เฮีย นี่มึงไม่รู้ตัวจริงๆ ใช่มะ
ป่วยที่ห้า: กูเป็นพระเอกมิวสิควิดิโอ
พี่จี๊ดเป็นคนที่เวลาแกคุยอะไรกับเพื่อนๆ หรือน้องๆ แล้วถ้าแกเถียงไม่ได้ แกจะแถว่า "ทำไมล่ะ กูเคยเป็นพระเอกมิวสิควิดิโอนะเว๊ย พวกมึงเคยเป็นอย่างกูรึเปล่า"
เป็นการแถที่ข้างๆ คูๆ มากครับ เถียงไม่ได้ก็บอกกูเป็นพระเอกมิวสิค ซึ่งไม่ได้เกี่ยวเหี้ยอะไรกันเลย แต่ผมก็ตื่นเต้นเวลาดูมิวสิควิดิโอของที่แกเล่น มิวสิคตัวนั้นชื่อเพลงปางตายครับ ของแมว จิรศักดิ์ ปานพุ่ม
แกบอกว่าตอนนั้นแกขายเสื้อผ้าอยู่ที่สวนจตุจักร แล้วมีโมเดลลิ่งมาเจอแก เห็นว่าแกบุคลิกได้ ก็เลยลองให้ไปเทส สรุปว่าผ่านก็เลยได้เล่น
ส้มจี๊ด: มึงเห็นซีนนั้นมะ ที่กูถือปืนวิ่งขึ้นไปจะไปยิงชู้เมียกูน่ะ
แมง: เห็น เฮียแม่งเท่โคตรอ่ะ
ส้มจี๊ด: เออ... แม่งให้กูวิ่งขึ้นวิ่งลงสิบกว่ารอบ เหนื่อยเป็นหมาหอบแดดเลยกู ค่าตัวแม่งห้าพัน
แมง: ห้าพัน... แล้วถ่ายกี่วันเนี่ย
ส้มจี๊ด: สองวัน เย็ดแม่..ง กูขายของที่สวนกูได้เยอะกว่าอีก
แมง: แล้วไปถ่ายทำไมล่ะรู้ว่าได้น้อย
ส้มจี๊ด: ก็กูคิดว่าจะได้เยอะนี่หว่า กูเห็นดาราแม่งรวยๆ กันทั้งนั้น
ลองดูเอ็มวีของส้มจี๊ดดูหน่อยไหมครับ
แม่งโคตรเท่อ่ะครับ
สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับส้มจี๊ด
ชายคนนี้ชื่อจี๊ด และชีวิตจริงก็จี๊ดมากเช่นกัน
เคยขายเสื้อผ้าที่สวนจตุจักร และตอนนี้มีร้านเป็นของตัวเองที่ลพบุรี
ใครอยู่ หรือไปลพบุรีช่วยไปอุดหนุนแกหน่อย
ร้านอยู่ตรงสวนราชา เยื้องกับไวท์เฮาส์ ที่เดียวกับหนุ่มเกสต์เฮาส์
ร้านส้มจี๊ดชื่อว่าฟัก
ไม่รู้ว่าทำไมชื่อว่าฟัก
เคยมีน้องคนหนึ่งชื่อส้ม มาขอแชร์ค่าเช่า และขายเสื้อผ้าด้วยกันที่ร้านส้มจี๊ด
เราเลยเรียกกันว่าร้านส้มฟัก
ถ้าได้ข้าวสวยร้อนๆ โรยหอมซอย พริกป่น เหยาะน้ำปลาหน่อยคงดี
ตอนหลังไอ้ส้มออกไป เลยเหลือแต่ฟักเฉยๆ
ส้มจี๊ดกินเหล้าดุมาก
ดุแค่ไหน ไม่รู้ แต่ถึงขนาดว่าโดนเพื่อนสนิทของแกสั่งเก็บมาแล้ว
เก็บในที่นี้ไม่ได้หมายถึงโดนอุ้ม หรืออะไรเทือกนั้น
แต่หมายถึงเวลาจะไปกินเหล้านอกสถานที่ ให้เก็บส้มจี๊ดไว้ อย่าเอาออกไปด้วย
เพราะกลัวว่าจะไปป่วยข้างนอก
ซึ่งครั้งหนึ่ง พวกเรากำลังจะไปเที่ยวกัน
แกมาเกาะกระจกรถขอไปด้วย
เป็นภาพที่น่าสงสารมาก
เราเป็นน้องพูดอะไรไม่ออก เลยบอกให้แกไปเปลี่ยนกางเกงก่อน เดี๋ยวจะรอ
แต่เราก็ชิ่งขับรถหนีออกไปเลย
ซึ่งเป็นการกระทำกับส้มจี๊ดที่เหี้ยมาก
แต่เมื่อมาคุยกันเรื่องนี้ก็ยังขำกันอยู่ดี
ครั้งหนึ่งส้มจี๊ดมีลูกค้าสาวสวยมาติดพัน
เราก็ลุ้นว่าแกได้กันหรือยัง
แกบอกว่า น้องคนนี้รักจริง จับมืออย่างเดียวก็พอ
น้องเขาตามไปที่บ้าน เฮียก็ยังจับมืออยู่
น้องเขาเลยไปมีคนอื่น
ส้มจี๊ดชอบขับมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนต์
อาจเป็นเพราะแกต้องการฝึกพลังจิตก็เป็นได้
แต่เพราะขายเสื้อผ้า แกเลยลงทุนซื้อดีแมกซ์
แต่ไม่ขับเอง ชอบใช้ผมหรือใครก็ตามที่พอจะไหว้วานได้ขับให้
ทั้งๆ ที่แกก็ขับรถเป็น
ด้วยเหตุผลที่ว่าใช้รถคนอื่นบ่อยเกรงใจ
แต่ซื้อรถมาให้คนอื่นขับเนี่ยนะ
วันที่นอนซังเตส้มจี๊ดสั่งข้าวมันไก่
แต่ไม่ได้กินเพราะสงสารผู้ต้องหาคดียาบ้า
เลยให้ข้าวเขากิน
ส้มจี๊ดเป็นคนที่กินข้าวน่าอร่อยมากๆ
อร่อยถึงขนาดที่ว่า ไปกินโต๊ะจีนกัน แล้วนั่งรวมกับแขกอื่นที่ไม่ใช่พวกเรา ส้มจี๊ดก็ยังอร่อย
อร่อยจนแขกอื่นย้ายโต๊ะ
ส้มจี๊ดเวลาไม่เมาเป็นพี่ชายที่น่ารัก
เป็นพี่ชายที่ปากจัด และรักเพื่อน
ห่วงใยน้องๆ
และที่สำคัญ ชายคนนี้เป็นพระเอกมิวสิควิดิโอ
ไิ้ิอ้คนที่สักแขนเยอะๆ นั่นแแหล่ะส้มจี๊ด พักหลังนี่บ้าทั้งสักทั้งเจาะห่าเหวอะไรไม่รู้เต็มตัวไปหมด
ปล.1 นี่ยังไม่ได้ครึ่งนึงของวีรกรรมส้มจี๊ดเลยนะเนี่ย
ปล.2 เกรงว่าถ้าเขียนทั้งหมดแทนที่จะขำอาจจะกลายเป็นดราม่าได้
ปล.3 หากนึกขึ้นได้และมีโอกาสดีๆ จะเขียนเรื่องเผา เอ๊ย! สดุฎีส้มจีดและผองเพื่อนให้อ่านกันอีกครับ
ปล. สุดท้าย ยังไงผมก็รู้สึกว่า มีเพื่อนเป็นพระเอกมิวสิค มันตื่นเต้นกว่ามีเพื่อนเป็นพระเอกหนังอยู่ดี
ปล. สุดท้ายอีกที ...ทำไมไอ้แกงค์นี้มันมีแต่ผมยาวทั้งนั้นเลยวะ หรือพวกมันจะเป็นนักร้อง




#1 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-08-15 17:38