ขี้เมาผัดสปาเก็ตตี
posted on 07 Aug 2009 01:08 by khunkrabi in DungBeetle
ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องอาหารการกินครับ เอนทรีก่อนโชว์ผักสวนครัวไป ผมบอกว่าผมชอบทำกับข้าว แต่ถ้าไม่ทำอะไรมาอวดกัน เดี๋ยวจะหาว่าฝุยซะเปล่าๆ
พอดีว่าวันนี้ผมซิวโก่วโล้วตู้เย็นครับ เจอซากฟอสซิลของคุณนานฮิลดาในตู้เย็นจำพวกเนื้อสัตว์เป็นจำนวนมาก ทุกอย่างคาดว่าคงจะตายลงในช่วงยุคน้ำแข็ง เพราะยังอยู่ในสภาพดีมาก และต้องใช้เวลาดีฟรอซเป็นเวลานาน เลยเอาไว้ก่อน เอาไว้ทำวันหลัง (แล้วจะเล่าทำไม)
อาหารที่อยากจะนำเสนอในวันนี้เป็นของง่ายๆ ครับ ใครทำก็อร่อย ใช้ของเหลือๆ ในบ้านนั่นแหล่ะมาทำ
เอาล่ะลุย
สปาเก็ตตีผัดผงกะหรี่ (อืม... คนละอย่างกับกะหรี่ผัดสปาเก็ตตีนะ)
เครื่องปรุงที่ใช้ก็มีอย่างที่เห็นนั่นแหล่ะครับ
ไข่ไก่ แนะนำว่าต้องเป็นไข่ไก่นะครับ ไข่เป็ดมันแข็ง เดี๋ยวเอาไปผัดแล้วไม่ฟู ส่วนใครจะลองใช้ไข่ห่านไข่นกกระจอกเทศ ก็ลองดูครับ ได้ผลยังไงมาบอกด้วย
เซเลอร์รี ถ้าจะให้เวิร์คใช้คึ่นฉ่ายครับ แต่ถ้าอยากเคี้ยวกรอบๆ แบบเต็มๆ คำ ก็ใช้ไอ้นี่แหล่ะ เหมือนกัน กลิ่นเหมือนกัน
เส้นพาสต้า เลือกเอาตามชอบ แต่ถ้าจะให้ได้อรรถรสในการกินแนะนำแบบเส้นๆ ยาวๆ นี่แหล่ะ
ผักชี ปลูกเอง เอาไว้โรยหน้า ตกแต่ง
หอมใหญ่หั่นแว่น กับต้นหอมหั่นท่อน
ข้าวโพดหวาน จริงๆ แล้วผมก็ไม่อยากใส่หรอก แต่เวลาทำกับข้าวผมไม่ชอบใช้น้ำตาล ก็เลยใช้ข้าวโพดหวานแทน หวานเหมือนกันแต่อร่อยกว่า
กระเทียมสับ พริกขี้หนูสับ พริกหวาน และซอสปรุงรสเท่าที่จะหาได้ครับ
บางคนใส่น้ำมันพริกเผาด้วย แต่ผมว่ามันจะมันเกินไป เลี่ยนด้วย สรุปคือไม่ชอบอ่ะ เลยไม่ใส่
ก็บอกแล้วว่าซิวโก่วโล้วตู้เย็น หาอะไรได้ก็ใส่ๆ แม่งไปเหอะ
อ้อลืมไปใช้ไอ้สองอันนี้ด้วยครับ ขมิ้นผง กับกะหรี่ผง เอ๊ะ เค้าต้องเรียกว่าผงขมิ้น กับผงกะหรี่นี่หว่า
ไอ้พวกนี้ไม่ได้ใช้ทั้หมดครับ แต่อยากจะอวดว่า ทั้งหมดนี่คือสูตรลับความอร่อยของผมครับ กว่าจะสะสมได้ครบ นานเอาเรื่องเหมือนกัน
เมื่อเตรียมเครื่องทั้งหมดแบบตามมีตามเกิดเสร็จแล้ว ก็ให้ผสมไข่ไก่ นมสด ผงกะหรี่ และผงขมิ้นลงในถ้วย แล้วคนให้เข้ากันเสียก่อน
ส่วนผสมนั้นก็กะเอาเถิด ดูตามสีเอาบอกไม่ถูก ผมมันพ่อครัววงเหล้า ทำกับข้าวไม่เคยชิม ไม่ตวงด้วย ไม่รู้ว่าใช้อะไรเท่าไร ใช้ความรู้สึกกะเอาล้วนๆ
เอาเป็นว่าใช้ไข่ไก่สามฟอง นมสดนิดหน่อย เอาเป็นนมแบบจืดนะ แล้วผงกะหรี่นี่ก็ใส่แค่เพิ่มความหอมกับสีเท่านั้น อยากได้หอมมากก็ใส่มากหน่อย แล้วแต่ปาก แล้วแต่ลิ้นของใครของมัน
ส่วนไอ้ผงขมิ้นน่ะใส่ไปเพราะว่า ผงกะหรี่ที่ซื้อที่อังกฤษนี่มันไม่ค่อยเหลือง ก็เลยใส่เพิ่มความเหลืองเข้าไปครับ
เอากระเทียมไปลงไปเจียว เอาแค่พอหอมนะ ไม่ต้องถึงขนาดไหม้เดี๋ยวจะขม หรือใครอยากกินขมๆ ก็ไม่ว่ากัน
พอเริ่มหอมกลิ่นกระเทียมก็เอาน้ำใส่ลงไป เอาน้ำที่ต้มเส้นก็ได้ กะเอาใส่สงไปแค่พอเวลาผัดเส้นแล้วจะไม่แฉะ แต่จะไม่ใส่น้ำก็ได้นะ แต่เวลาเทไข่ลงไปแล้วมันจะไม่ฟู
ตอนเทไข่นี่ให้เทสูงๆเข้าไว้หน่อย แล้วระหว่างเทก็คนไปด้วย คนเร็วๆ มันจะฟูฟ่อง แต่ก็ไม่ต้องถึงขนาดสูงท่วมหัว เพราะว่าถ้าเทสูงเกินไป มันจะกะระยะให้ลงในกะทะยาก แถมจะหกเลอะเทอะอีกต่างหาก
คนไปสักพัก พอไข่เริ่มฟูดีแล้ว ก็เอาผักมั้งหมดใส่ตามลงไป แต่ระวังอย่าให้ไข่แห้งเกินไป เพราะเดี๋ยวมันจะไม่เกาะเส้นเวลาเอาเส้นไปผัด ถ้าไข่ใครแห้งเกินไป ก็เติมน้ำไปหน่อย แล้วผัดจนกว่าผักจะสุก
อ้อ แต่ถ้าพ่อครัวคนไหนทำแล้วไข่เปียกเกินไป ให้ดับไฟแล้วไปห้องน้ำก่อน ล้างไข่ให้สะอาด เสร็จแล้วเช็ดให้แห้ง ทาด้วยแป้งเด็ก หาไม่แล้ว สะระนังคัจฉามิ จะถามหา จะมาสแครชไข่กันไปควงตะหลิวกันไปมันดูไม่งาม
เค้าบอกว่ามันเป็นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษ เกิดบุรุษแล้วไซร้ ต้องเคยเป็นสะระนังคัจฉามิ แหม่.. แล้วไม่ต้องถามนะว่าผมเคยเป็นหรือเปล่า ก็ผมมันเอกบุรุษอ่ะ ส่วนสตรีท่านใดอยากรู้ความรู้สึกเวลาสะระนังคัจฉามิมาเยือน ให้ไปอ่านนี่ ปีใหม่กับสังคังของฉัน
เมื่อผักสุกดีแล้ว ก็เอาเส้นสปาเก็ตตีที่ต้มแล้วลงไปผัด หรือถ้าใครขี้เกีจต้มเส้น อยากกินกรอบๆ ก็ไม่ต้องต้มเส้น เอาผัดทั้งที่ยังแข็งๆ อยู่ก็ได้ กรอบดี แต่อาจจะเหนียวไปสักหน่อย ทางที่ดีก็ต้มเส้นให้มันนุ่มหน่อย จะได้กินง่ายๆ
แล้วก็ปรุงรส ไม่ต้องผัดนาน เอาให้มันออกเค็มๆ หวานๆ นิดๆ ก็พอแต่บางคนอาจจะปรุงรสตอนยังไม่ใส่เส้นก็ทำได้เหมือนกัน แต่ผมไม่ชอบปรุงรสแบบเผื่อๆ คือกะว่าเค็มแล้วนะ แต่ถ้าใส่เส้นใส่ข้าวลงมาผัดแล้วจะจืด เลยต้องให้มันเค็มเพิ่มไว้อีกนิดนึง ผมชอบแบบเร็วๆ มีอะไรก็ใส่ๆ ลงไปปรุงๆ ผัดๆ ยกขึ้น เสิร์ฟ เสร็จแล้วก็กินมันซะ
ผัดเร็วๆ ไฟแรงๆ ใครที่สกิลยังไม่สูงพอ บารมียังไม่แก่กล้าก็ให้เบาใฟ แล้วผัดช้าๆ ก็ได้ เดี๋ยวจะหกแล้วไม่ได้กินกันซะเปล่าๆ
เสร็จแล้วตักใส่จานไม่ต้องตกแต่งให้สวยงามมาก เพราะเดี๋ยวก็แดกแล้ว ไม่ได้ไปแข่งรายการทีวีแชมป์เปี้ยน เอาแค่พอดีๆ ส่วยใครนิยมใส่ถ้วยก็ไม่ว่ากัน เพราะถึงยังไงมันก็ต้องเอาใส่ปากอยู่ดี อย่าคิดมาก
อ่ะ! งง... งง ตอนทำไม่ได้ใส่ใส้กรอก แต่ตอนจัดเสิร์ฟมีใส้กรอกได้ด้วย
จานนั้นเป็นของคุณนายฮิลดาครับ ชีไม่กินเผ็ด เพราะกินแล้วปากเจ่อ แล้วมาใส่ไส้กรอกทีหลังเพราะว่าเจนเป็นมังสวิรัติ ลัทธิผักนิยม ขี้เกียจทำหลายที เลยเอาไส้หรอกไปอุ่นในไมโครเวฟ แล้วเอามาใส่ทีหลัง
อาจจะอร่อยไม่เหมือนกัน แต่ก็กินเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็กินๆ มันเข้าไปเถิด
ผมอยากกินเผ็ดๆ หน่อย ก็ทุบพริกขี้หนูสักสีห้าเม็ด ทุบกะเทียมสองสามกลีบ แล้วสับ เอาลงไปผัดหลังจากที่ตักสปาเก็ตตีใส่จานแบ่งไว้แล้ว
กะทะไม่ต้องล้าง เปลืองน้ำยาล้างจาน ไอ้เศษที่เหลือน่ะ ผัดต่อได้ ก็เอาพริกกะเทียมลงผัด เหมือนผัดกะเพรานั่นแหล่ะ พอหอมพริกกะเทียมก็เติมน้ำนิดนึง ปรุงรส แล้วเอาสปาเก็ตตีมะกี๊ลงผัด ยกขึ้น ใส่จาน แล้วก็ลุย
อันนี้แบบเผ็ดของผมเอง
น่ากินมั๊ยฮะ มั๊ยฮะ มั๊ยฮะ มั๊ยฮะ
ตามมีตามเกิดนะฮะ ก็รอดตายไปอีกมื้อ
ปล.1 รู้สึกเลวๆ ยังไงไม่รู้ อัปเรื่องของกินตอนดึก
ปล.2 พวกที่ทำบล็อกสอนทำอาหารนี่ ผมว่าแม่งบ้าพลังดีวะ ไหนจะถ่่ายรูป ไหนจะผัด สกิลดีจริงๆ เทพมาก นับถือ ผมทำไม่ได้ว่ะ แค่นี้ก็ลืมถ่ายไปตั้งหลายช็อต ดูรูปนี่เหมือนนานนะ แต่จริงๆ แล้วใช้เวลาเตรียมของกับผัดไม่ถึงสิบนานที ไม่รวมเวลาต้มเส้นนะ
ปล.3 หลายคนอาจสงสัยว่า "เอ๊! ไม่แมงมันเขียนดักกูรึเปล่า จั่วหัวว่าขี้เมา ไหงมาทำผงกะหรี่" ขอบอกนะฮะ ไม่ได้ดักนะฮะ ก็ขี้เมาผัดสปากะหรี่อ่ะ ดักตรงไหน ก็ตอนทำนี่ยังแฮงโอเวอร์อยู่เลย

เลยไม่ทรมานเท่าไหร่)



ปล.ของปล. บล๊อกวาดรูปไปด้วยเล่าเรื่องไปด้วยบ้าพลังมากกว่าค่ะ ไหนจะเขียนรูป ไหนจะลบ ไหนจะลงสี สกิลจริงๆ เทพมาก โอยยปวดkabanเหมือนกันค่ะ
ปล.ของปล.ของปล. ก็อย่างที่บอกอ่ะน้า ว่าคุณพี่แมงเมาแล้วออกแนวสำนึก ..ฮ่าๆๆ
#1 By ลอนดอนเกิลล์ on 2009-08-07 04:27