การเดินทางของแมงกลิ้งขี้ Vol.2 : ไปเกาะกัน 3.
posted on 10 Nov 2008 13:54 by khunkrabi in Backpackerบอกกล่าว : รหัสตัวเลข : ววดดปปปปชมนท
ควายเดิมตัวที่แล้ว : อ่านได้ที่นี่ และ ที่นี่ ที่นี่อีกอัน
เอนทรีนี้มีเพลง เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ไปเกาะ ใครเน็ตช้า หรือไม่อยากฟังปิดได้นะครับ
แต่แนะนำให้ฟัง
181020080700
วันนี้เราตื่นเช้ากันเป็นพิเศษ เพราะต้องไปขึ้นเรือ (เอ...หรือลงเรือกันแน่วะ) ภายในเวลาเก้าโมงเช้า เพราะฉะนั้น เราจึงต้องไปถึงที่ท่าเรือประมาณ แปดโมงเช้า
ไปถึงบางเบ้า คืนรถเสร็จ ก็ไปที่มิตรภาพทัวร์ ซื้อแพคเกจดำน้ำ สี่เกาะ คนละหกร้อยบาท เสร็จเเล้วไปหาอะไรกินกัน
ที่บางเบ้าจะมีร้านเบเกอร์รี่ที่ทำสดใหม่ทุกวันอยู่ร้านนึง จำไม่ได้เเล้วว่าชื่ออะไร แต่หาไม่ยากหรอก เพราะมันมีอยู่ร้านเดียว เดินตรงเข้าไปที่ท่าเรือจากปากทางประมาณร้อยเมตรอยู่ขวามือ
ตอนเช้าๆ ผมมักจะกินอะไรไม่ค่อยได้ คือกินอาหารหนักๆไม่ได้ ก็เลยสั่งนมร้อนมาแก้วนึง ส่วนเจนนี่เอาซินนาม่อนโรล กับลาเต้ร้อน นั่งกินกันไปสักพัก ข้าศึกทะลวงอีกแล้ว เลยขอเจนไปขี้แป๊บนึง
181020080900
เดินกลับมาที่มิตรภาพทัวร์ พี่อี๊ดบอกว่าตั๋วเรือหมด แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวออกใบเสร็จแทนให้ (ค่อยยังชั่วตอนแรกนึกว่าที่นั่งเต็ม ให้กูหลอนแดกอีก ที่แท้ตั๋วหมด)
เสร็จแล้วเดินไปขึ้นเรือ แต่ เรือลำไหนวะ แม่งมีเกือบยี่สิบลำ โทรกลับไปถามพี่อี๊ด แกบอกชื่อบางเบ้าโบ๊ททริป
เดินหาอยู่ประมาณห้านาที โห แม่งอยู่เกือบสุดท่าเรือ ผู้โดยสารบนเรือลำนี้ส่วนใหญ่เป้นชาวต่างชาติครับ มีกรุ๊ปทัวร์คนไทยอยู่ประมาณสิบคนได้ บางเบ้าโบ๊ททริป เป็นเรือประมงดัดแปลง ค่อนข้างใหญ่ แต่ถึงลำใหญ่ก็ไม่ได้สะดวกสบายเท่าสตาร์ครูซ เพราะยังไงมันก็เคยเป็นเรือตังเกมาก่อน ผมกับเจนนั่งบนดาดฟ้าเรือครับ ที่อื่นๆ มีคนจับจองนั่งกันไปหมดเเล้ว เราเลยต้องนั่งตากแดด อยู่หัวเรือ
ท่าเรือบางเบ้าครับ
ข้างๆ เรือน้ำใสมากแต่ตรงที่ใกล้เกาะใสกว่า ตรงนี้คือบริเวณตอนเหนือของเกาะรังครับ
นี่คือพวกมีอันจะกิน เช่าสปีดโบ๊ทแบบเหมาลำ แพงมากกกกกกกกก เรามันคนจนต้องนั่งเรือตังเก
ระหว่างทางเจอเรือ แบบนี้เยอะครับ ไม่รู้เรือนี้จับปลาอะไร แต่สรุปว่ามันคือเรือประมงแล้วกัน
นั่งเรือผ่านเกาะคลุ้ม และเกาะเล็ก เกาะน้อย ต่างๆ ที่ไม่มีชื่อ และไม่ได้อยู่ใแผนที่ มาประมาณครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็เดินมา แจกไลฟ์แจ็คเก็ต และสนอร์คเกิล พร้อมกับสาธิตวิธีการใช้ ระหว่างที่เจ้าหน้าท่สาธิตวิธีการใช้อยู่ ผมสังเกตเห็นว่าผู้หญิงหลายๆ คนไม่กล้าใส่สนอร์คเกิล สาเหตุเพราะ ไม่ว่าคุณจะหน้าตาดีเป็นมิสเวิล์ด หรือนางสาวไทยมาก่อน แต่เมื่อคุณใส่สนอร์คเกิลแล้ว หน้าตาคุณจะเหี้ยลงทันที
1810200810xx
เกาะแรกที่เราจะลงดำน้ำดูปะการังคือเกาะยักษ์ใหญ่ครับ ลักษณะของเกาะนี้ก็เป็นโขดหินที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำประมาณ 4-5 เมตร มีต้นไม้ขึ้นตามโขดหินบ้างประปราย เนื้อที่ประมาณจอดรถสิบล้อได้เจ็ดคัน
เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ห้ามขึ้นเกาะ หรือเหยียบหินเป็นอันขาด ไม่ได้กลัวปะการังจะเสียหาย แต่กลัวตีนพวกมึงไปเหยียบหอยเม่น แล้วพวกข้าจะซวย และและขอให้ผู้ที่ว่ายน้ำไม่แข็งกรุณาอย่าโชว์เก๋า ใส่ไลฟ์แจ็คเก็ตไว้ด้วย
มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ เพราะว่าน้ำทะเลกับน้ำจืดนั้นมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง จริงอยู่น้ำทะเลมีรสเค็ม ความหนาแน่นของน้ำย่อมมีสูงกว่า สามารถทำให้ตัวคนลอยได้ครับ แต่นั่นมันสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับน้ำทะเลแล้วเท่านั้น เพราะว่าไหนจะคลื่นที่สามารถพัดคุณไปได้ไกลโดนที่คุณไม่รู้ตัว เพราะคุณมัวแต่มองดูปะการัง ไหนจะต้องมาหายใจทางปากอย่างเดียว และการอมสนอร์คเกิลต้องอมให้สนิทอีก ไม่งั้นน้ำทะเลเข้าปาก
ทริปนี้ มีผมกับเจนนี่ แล้วก็ฝรั่งอีกห้าหกคนที่ไม่ใส่ไลฟ์แจ็คเก็ตครับ ไม่ใช่เพราะเก๋า แต่เป็นเพราะคุ้นเคย และทุกคนมี โอเพ่นวอเทอร์
อ้อลืมบอกไป ไม่ว่าคุณจะซื้อทัวร์ไปสนอร์คเกิลลิ่งจากที่ไหนก็ตาม ทางบริษัททัวร์จะไม่มีฟิน (ตีนกบ) ให้นะครับถ้าอยากได้ต้องเสียเพิ่มอีกหนึ่งร้อยบาท เพราะฟินเป็นอุปกรณ์ที่อันตรายอย่างนึง หากใช้ไม่เป็นก็มีสิทธิ์จมน้ำเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน
ที่เกาะยักษ์ใหญ่นี้ น้ำลึกอยู่ที่ประมาณ 25 เมตร ประการังยังไม่ค่อยสวยเท่าไร แต่น้ำก็ใส่ใช้ได้ครับ ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ก็ต้องขึ้นเรือ (อันนี้ขึ้นแน่ๆ เพราะปีนจากน้ำขึ้นไปบนเรือ) ไปเกาะต่อไป
เกาะที่สอง ชื่อเกาะรังครับ เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีชายหาดให้คนลงเล่นน้ำได้ ไม่ใช่เฉพาะคนเท่านั้นที่ลงเล่นน้ำได้ หมาก็ลงได้ครับ อ่ะไม่เชื่ออีก ดูรูปสิ
ไม่ชัดใช่ป่ะ
จัดไปอีกรูป น้องหมาตัวนี้ชื่ออะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น (แน่นอนว่าไม่ใช่โซระ) แต่ฟังชื่อมันแล้วตอแหลน่าดู เอ้า สมมติว่าชื่อโซระก็แล้วกัน
น้องโซระเป็นหมาที่ไฮเปอร์กับน้ำมากครับ เห็นน้ำไม่ได้ น้องแกโดดเข้าใส่ ตอนแรกน้องโซระเค้าก็กล้าๆ กลัวๆ แหล่ะครับ แต่พอโดนจับโยนน้ำไปที่ เล่นเอาน้องแกติดใจ ไม่ยอมขึ้นจากน้ำเลย
ดูปลา และปะการัง บริเวณเกาะรัง แถวนี้ไม่ค่อยมีปะการังเท่าไร แต่ปลาเยอะมาก
ปลากพวกนี้แหล่ะ ไม่รู้ปลาอะไร คล้ายๆ ปลาการ์ตูน แต่ัตัวใหญ่กว่า
เกาะรังครับ น้ำใสมาก ที่เกาะรังนี้เราแวะกินข้าวกลางวันกันบนเรือครับ เรือก็จะจอดตรงชายหาดตามรูปที่เห็น อาหารกลางวันก็มี ไข่เจียว แกงเขียวหวานไก่ ผัดผักรวม แล้วก็ไส้กรอกค็อกเทลทอดครับ แต่เจนกินอะไรไม่ได้เลยเพราะว่าไม่แน่ใจว่าไอ้ไข่เจียวนั่นถึงมันจะไม่มีหมู แต่มันใส่น้ำปลามาด้วยหรือเปล่า อาหารกลางวันของเจนก็เลยเป็น ขนมปังกับชีสแผ่น แล้วก็ไข่ต้มสมุนไพรที่ซื้อมาจากเซเว่น ส่วนผม ซัดเรียบครับ ทั้งของเจนและของเรือ
เกาะที่สาม เกาะโล้น เกาะนี้ขอบอกว่าสุดตีนจริงๆ ครับ เป็นเกาะที่ปะการังสวยที่สุดในแถมเกาะช้างเลยครับ ที่เกาะนี้มีปะการังเกือบทุกชนิดที่พบในประเทศไทย เช่น ปะการังสมอง ปะการังเขากวาง ปะการังโต๊ะ ดอกไม้ทะเล ดาวทะเล ปลาการ์ตูนประมาณสามถึงสี่ชนิด ปลากะพง เก๋า ฯลฯ และที่สำคัญน้ำใสมากด้วยครับ
เกาะโล้น ถ่ายจากบนเรือ ตอนมาเอาฟิน เกาะก็แบบนี้แหล่ะครับ แต่สวยชิบหาย
ผมดำดูอยู่สักพักก็ทนกับความสวยงามไม่ไหว ต้องขึ้นเรือไปเช่้าฟินมาเพื่อที่จะดำลงไปดูใกล้ๆ สวยจริงๆ ครับ แต่น่าเสียดาย ที่ตอนแรกผมคิดว่าปะการังที่นี่ไม่สวยเท่าไรเลยไม่ได้เช่ากล้องถ่ายใต้น้ำมา ถ้ารู้ว่าสวยขนาดนี้ เราคงจะได้เห็นรูปกันครับ
เกาะที่สี่ เกาะหวายครับ แต่เกาะนี้ผมไม่ได้ไปดำน้ำกับเรือ เพราะผมลงก่อนที่อ่าวยายมาครับ มันเป็นแผนที่ไม่อยากให้การเดินทางมาเกาะหวายเสียเปล่า เพราะค่าเรือมาเกาะหวายสี่ร้อยบาท แต่ถ้ามาดำน้ำด้วย เพิ่มอีก สองร้อยบาท ซึ่งจัดว่า ผมได้ราคาดำน้ำที่ถูกเป็นขี้
ที่ยายมาฮัทนี่เป็น โฮมสเตย์ครับ ตอนก่อนที่เราจะมา พี่อี๊ดที่มิตรภาพทัวร์ได้โทรบอกกับทางยายมาฮัทไว้ก่อนแล้ว ว่าเราจะมา ทางยายมาก็ใจดีเป็นอย่างยิ่ง แกบอกกับเราว่า ตอนนี้แกยังไม่ได้เปิด เพราะมรสุมเพิ่งจะหมด แต่เพราะพี่อี๊ดโทรมาบอกไว้ ก็เลยเปิดให้เป็นกรณีพิเศษ ที่ยายมาเราสามารถดำน้ำดูปะการังหน้าหาดได้เลยครับ และสนอร์คเกิ้ลกับฟินก็มีไว้ให้ใช้ฟรีด้วย (เอ่อ.. จะว่าไปก็ไม่ฟรีหรอกครับ แต่นี่อาจเป็นเพราะแกยังไม่เปิดเกาะ แกเลยให้ยืมน่ะครับ)
ท่าเรือที่ยายมาฮัทครับ บริเวณปลายสุดของท่าเรือมีกระชังปลาครับ แกบอกมีปลาช่อนทะเลตัวละสองหมื่นห้าด้วย
กระชังปลาครับ
ปลาช่อนทะเล 25,000 ฿
ตอนเย็นมานั่งเล็นมุมนี้เพลินดีเหมือนกันครับ
ได้ข่าวมาว่าที่ยายมาฮัททำกับข้าอร่อยมาก ดำน้ำมาทั้งวันชักหิว เลยเดินไปสั่งข้าวกิน แต่พี่ชิดชัยแกบอกว่า เกาะยังไม่เปิด ยังไม่ค่อยมีอะไรกินหรอก จะมีก็เท่าที่ทำกินกันเองผมเลยบอกแกไปว่า พี่มีอะไรก็เอามากินเหอะครับ กับข้าวก็มีหลายอย่างครับ ก็อาหารบ้านๆ นี่แหล่ะ แต่ที่ชอบมาก็คือปลานี่ครับตอนแรกถาว่ามีปลาอะไรมั่ง พี่แกก็บอกว่า บอกไปเล้วเอ็งจะรู้จักมั๊ยล่ะ
มันชื่อปลา ไอ้เปี๊ยะ ครับ แต่ไม่รู้มันเปี๊ยะยังไำง
พอแดดร่ม ลมตก ก็เลยหยิบแสงโสมที่ซื้อมาจากเซเว่นที่เกาะช้าง มาเปิดกินกับพี่ชิดชัยและเจน สักพักก็มีเรือมาจอดที่ท่า พี่ชิดชัยบอกว่า เป็นน้องสาวกับ เพื่อนชาวฝรั่งเศษ เราชวนโดมินิคมานั่งร่วมวงด้วย โดมินิคเป็นคนฝรั่งเศษที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องมาก แถมยังพูดไทยได้อีกต่างหาก ทำให้วงเหล้าวันนี้ สนุกยิ่งขึ้น
181020082100
พี่ชิดชัยบอกว่า คืนนี้จะไปตกปลาอินทรี อยากไปด้วยกันมั๊ย มองหน้าเจน เจนบอกว่า อยากไปก็ไป กระดี๊ กระด๊า ดีใจรีบบอกพีี่ชิดชัย เดี่ยวคืนนี้เจอกัน
สามทุ่มหลังจากที่โจ้แสงโสมกับพี่ชิดชัยได้สี่ห้าแก้ว พี่แกบอกให้เก็บของ เดี๋ยวจะไปแล้ว
นั่งเรือออกมาประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงหมาย ตอนกลางคืนที่กลางทะเล มีลมพัดมาเอื่อยๆ แตหนาวมากมากถึงมากชิบหาย แต่พี่ชิดชัยถอดเสื้อดูดยาเส้นเฉย
เราวางเบ็ดกันคนละสองคัน นั่งกินนั่งดื่มกันไปสักพัก เบ็ดผมก็ร้อง แกร๊กกกกก! รอจังหวะแป๊บนึง รีบวัดขึ้นมา เย่อกันประมาณ 15 นาที ก็ได้ปลานวลจันทร์หนักประมาณ 3 กิโล แต่ในระหว่างที่ผมเย่อกับนวลจันทร์อยู่ พี่ชิดชัยก็กำลังเย่อกับปลาอยู่เหมือนกัน พอผมได้ยวลจันทร์ขึ้นมาแล้วนั่นแหล่ะ ถึงรู้ว่าแกกำลังสู้กับอินทรีที่เราหมายไว้ในทริปนี้ น้ำหนักไม่ธรรมดาเลยครับ เกือบๆ หกกิโลได้
นั่งอยู่ประมาณสี่ชั่วโมง ผมได้นวลจันทร์หนึ่ง อินทรีขนาดกลางอีกหนึ่ง ส่วนพี่ชิดชัย กับไอ้โดมินิค ได้อินทรีล้วนๆ คนละสองตัวสามตัว
เดี๋ยวมันจะยาวเกินไป พรุ่งนี้จะมาอัพต่อครับ

นี่ถ้าอมสนอกเกิ้ลด้วย มีอึ้งกันทีเดียว อิๆๆ
อิอิ


เพราะช่วงนี้ไม่ว่างเลย
#1 By สุฑาทิพย์ on 2008-11-10 16:40