การเดินทางของแมงกลิ้งขี้ Vol.2 : ไปเกาะกัน 1.
posted on 03 Nov 2008 19:30 by khunkrabi in Backpackerบอกกล่าว : รหัสตัวเลข : ววดดปปปปชมนท
ควายเดิมตัวที่แล้ว : อ่านได้ที่นี่
151020080950
เจนนี่ปลุกแต่เช้าเลย บอกว่าจะรีบไป ก็ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหนก็ตกลงกันว่าจะไปรถเที่ยวสุดท้ายตอนห้าทุ่มครึ่ง เลยแกล้งทำเป็นหลับต่อ จนเจนใช้ไม่ตาย
"It's time to wake up! The time is Nine fifty!"
ฟัก อยู่แม้น! อิทส ไทม์ ทู เวคอัพ! เฑอะ ไทม์ อีส ไนน์ ฟิฟที่!
คุณฟักคะ ตื่นได้แล้วค่ะ มึงจะนอน เอาโล่หรือไงคะ!
มันเป็นเสียงของนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์นรกครับ เป็นเสียงโทรศัพท์ที่พอใครได้ยินแล้วจะรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ยิ่งถ้าได้ยินมากๆเข้า อาจจะทำให้จิตตกได้
ลุกขึ้นมาเมาขี้ตาอยูี่สักพักก็ลุกไปอาบน้ำ เจนนี่บอกว่าไม่ต้องสระผมเดี่ยวจะสาย (แม่งเร่งกูอีกแล้ว) ผมเลยวิ่งผ่านน้ำไปสองทีแล้วรีบขับรถออกมาจอดไว้บ้านเพื่อนแล้วเดินไปขึ้นรถตู้มุ่งหน้าสู่บางกอก
151020081300
ตอนนี้อยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยฯแล้วครับ ลงรถมาได้ รีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที เพราะปวดขี้ตั้งแต่อยู่บนรถ (ก็แหม... คุณเธอเร่งซะขนาดนั้น ก็เลยได้แค่วิ่งผ่านน้ำ เวลาขี้ เวลาเยี่ยวเลยไม่มีเลย)
เสร็จธุระแล้ว เจนเดินไปโบกแท็กซี่ บอกว่าจะไปบางลำพู แท็กซี่บอกโอเค Let's move! ระหว่างทางที่อยู่บนรถ ได้เจอดาราที่รับบทเป็น พธม. กับ ตร. เป็นระยะ แท็กซี่แมนจอดส่งเราที่หน้า สน.ชนะสงคราม เกิดมาจนทุกวันนี้เพิ่งรู้ว่าถ้าฝรั่งบอกว่าจะไปบางลำพู นั่นแปลว่าไปข้าวสาร แต่ถ้าคนไทยบอกว่าไปบางลำพู แท็กซี่แมนจะถามเราอีกว่า จะไปตรงไหนของบางลำพู
151020081330
เจนนี่บอกว่าจะไปเสริมสวยซักครึ่งชั่วโมง เอ็งไปเดินเล่นก่อนก็ได้ พอเราถามว่าที่ไหน เจนนี่บอกว่าร้านเดิม เอ้า! เชี่ยเอ๊ย แล้วเอ็งทำไมไม่บอกแท็กซี่แมนให้มันไปส่งในซอยรามบุตรีเล๊า แบกกระเป๋านี่มันหนักนะว๊อยยย...
151020081700
นั่งแท็กซี่อีกครั้ง จากข้าวสารจะมาลงที่บีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ แท็กซี่แมนซึ่งดูอารมณ์ดีถามว่า
แท็กซี่แมน : วิ่งเส้นไหนดีครับ
แมง : เอ่อ... วิ่ง............(ยังไม่ทันจะตอบอะไร)
แท็กซี่แมน : วิ่งพระรามสี่ แล้วกันโน๊ะ
แมง : ครับ
ฮ่วย! แล้วมึงจะถามกูทำไม ถ้ามึงอยากไปพระรามสี่ จากข้าวสาร ออกราชดำเนิน วนวงเวียน เข้าดินสอ ไปแม้นศรี ออกหัวลำโพง ไปพระรามสี่ ใช้เวลาเกือบชั่วโมง จนในที่สุดผมก็ต้องมาติดอยู่หน้าจุฬาซึ่งการจราจรบนถนนเส้นนี้รถยนต์ทุกชนิดใช้ความเร็วอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วคน หรือ 0.75 เมตร ต่อชั่วโมง
ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย "พี่ครับ ผมลงตรงนี้แหล่ะ เดินเอาเร็วกว่า" แท็กซี่แมนมันบอกว่า "ขอโทษทีครับ ผมลืมนึกไปว่าเวลานี้เข้าหน้าจุฬาแล้วมันจะติด" ก็ใช่น่ะสิไอ้สงัด มึงเสือกไม่รอให้กูตอบเองนี่หว่าว่ากูอยากไปทางไหน เลือกเองแล้วเป็นไง แสดดด ทางอื่นมีตั้งเยอะไม่ยอมไป สมน้ำหน่้ามึงไอ้แมง จ่ายค่ารถไปซะ ร้อยสี่สิบ จากข้าวสารมาจุฬา หนึ่งร้อยสี่สิบบาทไทยถ้วนครับ
เดินผ่านหน้ามาบุญครอง เจนบอกว่า อยากซื้อโลนลี่แพลนเน็ตฉบับทะเลไทยหน่อย พอดีมีบัตรส่วนลดของซีเอ็ด ผมก็เลยจะโกหกหน้าด้านๆ ว่า ที่มาบุญครองไม่มีซีเอ็ด แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร (อีกแล้ว) เจนนี่เดินเข้าไปถามรีเซพชั่นแล้ว (เวร นี่ต้องแบกกระเป๋าเดินขึ้นชั้นเจ็ดอีกใช่มั๊ยเนี่ย)
151020081830
บนรถไฟฟ้า บรรยากาศเหี้ยมากครับ คนเยอะมาก ประมาณเจ็ดแสนคนได้ แล้วตรงบริเวณที่ผมยืนอยู่มีกลุ่มนักเรียนชายใจหญิงยืนเมาท์กันเต็มไปหมด แล้วคิดดูสิครับ แต่ละคนนี่ไซส์ไม่ต่ำกว่า 80 กิโล กันทั้งนั้น ทั้งเหงื่อ ทั้งน้ำหอมปนกัน กูจะอ้วกอยู่แล้วว๊อยยยย จะบอกน้องเค้าก็ไม่กล้า กลัวมันทุบเอา เดี๋ยวจะไม่ได้ไปไหน กลายเป็นผีเฝ้าบีทีเอสซะเปล่าๆ ปลี้ๆ เลยได้แต่ทำใจ เรียกเจนเข้ามาใกล้ๆ แล้วเอาจมูกซุกไปที่ท้ายทอยเจนดมกลิ่นยาสระผมไปพลางๆ
ถึงเอกมัยแล้วเดินเข้ามาภายในสถานีขนส่ง เจอแต่คนถามว่าจะไปพัทยามั๊ย ไอ้สงัด หน้าอย่างกูเนี่ยเหรอเที่ยวพัทยา กูจะไปเกาะโว๊ย "อ๋อ.. ไปเกาะช้าง! งั้นขึ้นรถเลยเพ่ คันนี้เลย จะออกแล้ว หมดคันนี้ไม่มีแล้วนะพี่" อย่าครับ อย่าไปหลงกลมัน เราจะไปเที่ยวห้าทุ่มครึ่ง ก็ต้องห้าทุ่มครึ่ง ผมเดินไปที่ห้องตั๋วของเชิดชัยทัวร์ สาเหตุที่เป็นเชิดชัยทัวร์ เพราะมันสะดวกครับ รถก็ใหม่ แถมลงที่รถสองแถวไปท่าเรือได้เลย
ซื้อตั๋วเสร็จแล้วเพิ่งจะทุ่มกว่าๆ เลยชวนเจนนี่ไปดูหนังฆ่าเวลาที่เมเจอร์ ไม่เคยเข้าเมเจอร์เอกมัยมาก่อนครับ รู้สึกตัวทันทีว่าตัวเองนั้นบ้านนอกมาก ไม่ใช่บ้านนอกธรรมดาด้วย บ้านน๊อกกกกกก บ้านนอกกกกก เดินเป้นกระเหรี่ยงหลงกรุง หาช่องขายตั๋วไม่เจอ
ในที่สุดเราก็ได้ดูเรื่อง Body of Lies ครับ หนังเรื่องนี่เป็นหนังที่......(เอ่อ ... ไม่เล่าดีกว่าครับ บล็อกนี้ไม่ใช่บล็อกรีวิวหนัง เดี๋ยวจะเสียคอนเซ็ปต์)
เสร็จแล้วก็ออกมารอรถเหมือนเดิม แต่โอ้วววว แม่จ้าววววว ฝนตกหนักชิบหาย หนักประมาณว่า ถ้ามึงตกอย่างนี้จนถึงเช้ากูว่าบางกอกนี่น้ำท่วมแหงๆ
เดินตากฝนมาแวะที่เซเว่น ซื้อเบียร์ไปตุนหกกระป๋อง ซื้อเลย์ให้เจนอีกสองห่อ เดินมารอรถ ก็กินเบียร์กันไป บอกเจนว่าเลย์รสนี่้อ่ะ ข้าจำได้ว่้าเอ็งชอบมาก เจนบอกว่าใช่ที่ไหน นี่มันรสชีสกะหัวหอม ข้าชอบรสน้ำส้มสายชูเว๊ย อ้าวใครจะไปรู้ล่ะ ก็ข้าเคยซื้อให้เอ็งตอนไปสิงคโปร์ครั้งเดียวนี่หว่า เ็ห็นมันซองสีฟ้าๆ เหมือนกัน ข้าก็คิดว่ามันอันเดียวกันสิ
(ทั่นผู้อ่านคนใด มีส่วนได้ส่วนเสียกับ บริษัทฟริกโต้เลย์ รบกวนไปบอกทางบริษัทด้วยว่า เอารสน้ำส้มสายชูมาขายซะทีเหอะ แม่งอร่อยชิบหาย)
151020082330
รถมาแล้ว เจนนี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ก็เลยถือโอกาสดูดยากาแร๊ต รออยู่นอกรถ พอดีมีฝรั่งผู้หญิงคนนึงเดินมาหารถ คนเก็บตั๋วเห็นตั๋วก็เลยบอกให้ขึ้นได้ ส่วนผมก็ทำเป็นไม่มอง เพราะรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น
และแล้วมันก็เกิดขึ้นจนได้
ตั๋ว : น้องๆ ... น้องคนที่มากับฝรั่งน่ะ
แมง : ครับ
ตั๋ว : ช่วยบอกเค้าหน่อยว่ารถคันนี้ไปตราด
แมง : Hi!
หรั่ง : Hi! I have to go to Koh Chang. Where can i take the bus?
แมง : Here it is.
หรั่ง : But this bus going to Trat.
แมง : Yes ofcause! But thay're stop at the station before Trat. And then from the station you can take the car to go to Ferry pier. โอ่เค้!
โถ อีหน่อไม้ฝรั่ง จะไปเกาะช้างมันก็ต้องไปตราดทั้งนั้นแหล่ะเว๊ย โลนลี่แพลนเน็ตที่ถือมาน่ะ หัดอ่านซะมั่ง
1610200800415
ถึงบางกระดานแล้วครับ จากตรงนี้ผมนั่งหลับรอเวลารถสองแถวออก (เพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยจะหลับเท่าไร เพราะมีอีเจ้อยู่คนนึง หน้าตาไท๊ไทย แต่พูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ คุยโทรศัพท์นานมากก เกือบทั้งคืนน่ะครับ เซ็ง!) ประมาณตีห้ารถสองแถวก็ออกครับ (อ้อ! ลืมบอกไป สามารถซื้อตั๋วรถสองแถวและเฟอร์รี่ไปกลับจากตรงนี้ได้เลยนะ ไปวันนี้ ตั๋วกลับวันไหนก็ได้)ออกมาได้สักพัก อีเจ้คนที่คุยโทรศัพท์เมื่อคืนแกมาคุยกับผมครับ แกคงสงสัยน่ะ ทั้งรถหน้าตายุโรปกันหมดเลย มีแต่ผมกะแกนี่แหล่ะ ที่หน้ากระเหรี่ยง คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าอีเจ้นี่เป็นคนตากาล็อก (ฟิลิปปินส์) เท่านั้นแหล่ะครับ พอทั้งรถรู้ว่าผมเป็นคนไทย ถามกันใหญ่เลยว่ามีที่ไหนแนะนำมั่ง แม่ง..ไอ้แมงก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะมากี่ครั้งๆ ก็อยู่แต่ไก่แบ้กับบางเบ้า แต่ด้วยผมเป็นคนไทย จะยอมอับอายไม่ได้ ผมก็เลย เปิดโลนลี่แพลนเน็ตของพวกมันนั่นแหล่ะ แล้วก็โม้เอา
161020080600
เฟอร์รี่ออกมาแล้ว ใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็ถึงเกาะ ระหว่าทางก้ขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้าเรือ กินเบียร์ที่ซื้อมาจากท่า แหม่ ชิลล์ดีจริงๆ
ผมเป็นคนที่จะต้องขี้เป็นเวลาทุกเช้า นั่นคือเมื่อตื่นขึ้นมาเมื่อไร ไม่ว่าเวลาไหนก็ตาม อีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ให้หลัง ข้าศึกมันจะทะลวงประตูทุกที วันนี้ก็เช่นกัน ปวดขี้มาตั้งแต่เฟอร์รี่ แต่อดทนเอา เป็นคนไม่ชอบส้วมสกปรก หรือส้วมสาธารณะ แต่ตอนนี้มันไม่ไหวแล้ว เจนบอกว่าอดทนอีกนิด เดี๋ยวค่อยไปขี้ที่โรงแรม
โอ้ย ไม่ได้เเล้วเจน นี่มันไม่ได้ทุบประตูเมืองอย่างเดียวนะ มันจุดไฟเผาเลย รอรถสองแถวคันต่อไปดีกว่า
161020080730
ถึงบางเบ้า เข้าไปที่ Remark Pu-Zi เปิดห้องพัก 1 ห้องถ้วน เป็นห้องพัดลม ราคา 600 บาท เจนถามว่าทำไมในเวบไซต์บอกว่า 400 รีเซพชั่นบอกว่า ต้องจองผ่านเว็บเท่านั่นถึงจะได้ราคา 400 แม่ง แล้วกุจะไปรู้มั๊ยเนี่ยว่าต้องจองผ่านเว็บ มึงไม่เห็นเขียนบอกกูเลย
หน้าตาเป็นแบบนี้อ่ะครับ เขียวๆดี เอาวะ 600 ไม่เป็นไร
ส้นตีนเจนนี่
ด้านหน้า แหล่มมาก
แมวทะเล
หลังจากพักผ่อนตามอัธยาศัยแล้ว เราก็ไปเดินเล่นกันที่ ท่าเรือบางเบ้าครับ บางเบ้านี้เป็นหมูบ้านชาวประมง และเป็นท่าเรือที่จะพาไปสู่เกาะต่างๆ เช่นเกาะหวายเกาะหมาก เกาะกูด ฯลฯ ดังนั้นที่นี่จึงเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก บริษัทนำเที่ยว ดำน้ำดูปะการัง ร้านอาหารมากมายครับ ถ้าใครมีโอกาสไปเกาะช้างแล้วพลาดบางเบ้า ผมว่าน่าเสียดาย
ในส่วนของตลาดบางเบ้าผมไม่ได้ถ่ายมาให้ดูนะครับ เพราะการจราจรของมนุษย์แออัดมาก ถ่ายยังไงก้ได้แต่หัวคน
นี่มองจากท่าเรือบางเบ้า บริเวณอ่าวบางเบ้าครับ
ตรงปลายสุดของท่าเรือบางเบ้าจะมีประภาคารอยู่ด้วยครับ สามารถขึ้นไปชมวิวได้
แมงเองครับ
เจนนี่
ไอ้เด็กคนนี้เป็นเด็กที่มีงานยุ่งที่สุดในบางเบ้า แม่งวางเบ็ดทีเดียวห้าคัน พอคันแรกร้อง แกร๊กกก ไอ้นี่ก็วิ่งไปวัดปลา ในขณะที่กำลังเยอะปลาอยู่นั้น คันที่สองก็ร้อง แกร๊กกก อีก มันก็วิ่งไปวัดปลาคันที่สอง วัดเสร็จ คันที่สามดังอีก มันวิ่งไปคันที่สามอีก จนผมต้องเข้าไปช่วยมัน
เรือเคียงกัน
ปูที่เรากินกับส้มตำกัน่ะครับ
วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ชักจะยาว เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ
ปล.1 อ่านอ่านเวลาแบบของผมรู้เรื่องกันนะครับ
ปล.2 ทริปนี้เป็นทริปที่ไม่นานเท่าไร แค่สิบวัน แต่ถือว่าได้เที่ยวคุ้มมากเลย
ปล.3 คุ้มยังไง ติดตามชมนะครับ
อ่านตอนที่สอง ที่นี่

อิจฉาตาร้อนเล็กน้อยถึงปานกลาง




.
.
แต่
.
.
แมงก็ใช่ย่อย......สาวพอๆกับเจนละนี่ โฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆ
#1 By ArchmaniaC on 2008-11-03 21:15