เดอะแบล็คเพิร์ล กัปตันแมง และไอ้ปลากะโห้
posted on 12 May 2008 12:16 by khunkrabi in Backpackerหายไปหลายวันเลยครับ เนื่องจากปัญหาที่บริษัทยังไม่ลงตัว ถึงวันนี้ก็ยังเคลียร์ไม่ลงอยู่ดี เพราะมีโครงการใหม่ ทำเกสต์เฮาส์ครับ ไหนๆ เปิดบริษัททัวร์แล้ว ก็เปิดเกสต์เฮาส์ไปด้วยเลยแล้วกัน ต้องขออภัยที่นานๆ อัพบล็อกทีนึง และคงจะเป็นแบบนี้ไปอีก 2-3 เดือน ไม่แน่ก็อาจจะข้ามปีไปนู๊นน
เอาละครับ มาต่อกันดีกว่า เอนทรีที่แล้วผมกำลังเดินทางไปมะละกาครับ
240420081330 Melaka Sentral
ลงรถจากสถานีขนส่งมะละกา ต้องนั่ง Local Bas ต่อเพื่อเข้าเมือง ระยะทางประมาณ 3-4 กิโลเมตร ใน lonely Planet บอกไว้ว่า ต่อรถสายไหนก็ได้ แต่ต้องเป็น Plateform ที่ 15 เท่านั้น ผมกับเจนนี่นั่งรถรถอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ยังไม่เห็นมีรถคันไหนมาซักที ปากหนักอยู่นาน ทนไม่ไหวเลยต้องเดินไปถาม
เจออินเดียอีกแล้ว ไม่เป็นไร ถามก็ถาม ไอ้อินเียมันมองหน้าหยามๆ ประมาณว่าไอ้กะเหรี่ยงนี่มาจากไหน ทำไมจ้าดหง้าวขนาดนี้ แล้วมันก็บอกว่าอกมาว่า "เพลทฟอร์มที่ 15 น่ะใช่ แต่ไม่ใช่ฝั่งนี้โว๊ย ฝั่งนี้มันเป็นรถโดยสารระหว่างเมือง ถ้าจะนั่งโลคอลเข้าเมืองต้องอีกฝั่งนึง ไอ้ฟายยยยย"
หลังจากที่จัดการตัดเขาให้ตัวเองเสร็จ เรานั่งโลคอลเข้าเมืองไปประมาณ 4 กิโลเมตร ก่อนขึ้นรถบอกคนขับว่า จะไปตรงนี้นะ (จิ้มแผนที่ให้ดู) ถึงแล้วบอกด้วย แต่ไอ้เหี้ยนี่แม่งไม่บอกเลย ไม่รู้ว่าถึงไหนแล้ว สรุปต้องนั่งรถวนสองรอบ
ลงรถหน้าคาร์ฟูร์ เดินหาเกสต์เฮาส์กันอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ไปไหวเหนื่อยครับ ในโลนลี่พลาเนทนี่แม่งเชื่อไม่ค่อยได้เลย บอกถูกๆ แม่งล่อไปซะ 90 ริงกิต ไอ้ที่ไม่ได้บอกในโลนลี่ประมาณ 50 ริงกิต โอเชเอาอันนี้แหล่ะ แค่ซุกหัวนอน ไม่มีห้องน้ำส่วนตัว ไม่เป็นไร เพราะผมกับเจนนี่ตกลงกันใหม่ว่า วันที่เหลืออยู่นี้ จะให้สิทธิการตัดสินใจคนละวัน ใครตัดสินใจอะไรแล้วย่อมเป็นเอกฉันท์ ห้ามงอแง และวันนี้ก็เป็นสิทธิ์ของผมครับ
ที่เกสต์เฮาสนี้ มองจากด้านหน้ามันโรงเเรมจิ้งหรีดชัดๆ แต่พอเข้าไปข้างใน บร๊ะเจ้า หลุยส์มาเอง (มึงจะหลุยส์เกินไปแล้ว ราคา 50 ริงกิต ถือว่าถูกมาก สำหรับการได้เข้าเฝ้าหลุยส์)
ที่มะละกานี่เป็นเมืองที่เงียบมากครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าผมมาหรือเปล่า ชาวบ้านชาวช่องแม่งปิดร้านหนีหมด
หลังจากเช็คอินแล้วผมก็เดินไปหาข้าวกิน ครับแน่นอนวันนี้ต้องไม่ใช่อาหารอินเดีย ผมเดินหาร้านอาหารจีนไม่นานก็เจอครับ ร้านนี้ชื่อ เซ็ก โหยว ฟุก Sek Yow Fuk หรือจะอ่านว่า เซ็กซ์ โย่ (ฟักกันมั๊ยพี่น้อง) ก็ไม่ว่ากัน
ที่นี่มีอาหารหลายประเภทครับ คล้ายๆ ร้านข้าวแกงบ้านเรา ไปถึงผมก็หาที่นั่งรอสั่งอาหาร แต่นั่งไปสักพักก็ไม่เห็นมีใครมารับออร์เดอร์ จากการสังเกตเลยรู้ว่าที่นี่เป็นร้านอาหารแบบบุฟเฟต์ครับ (สังเกตจากไอ้ตี๋ที่นั่งอยู่ข้างๆ มันทำหน้าแบบว่า "มึงไปตังกข้าวที่อยู่ตรงนั้นนะ แล้วก็ตักกับ ตักแกง จะตักเหี้ยอะไรก็เรื่องของมึง แล้วก็ไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์) กับข้าวที่นี่มีเยอะมากครับ ประมาณสามสิบแปดล้านอย่าง (ล้อเล่น แต่เยอะจริงๆ) ผมก็ตักแต่น้อยครับ ด้วยความีมารยาท แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า จานนึงตักเท่าไรก็ได้ ราคา RM 1.2 กินหมดหรือไม่หมดก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าตักใหม่ ก็เพิ่มอีก 1.2 ริงกิต เอากะมันสิ บุฟเฟต์คิดเป็นจาน แม่งเอ๊ย แต่ไม่เป็นไรครับ แค่นั้นก็อิ่มพอที่จะเดินต่อได้ (ร้านนี้ผมแนะนำจริงๆ ครับ จากใจเลย ใครไปมะละกอกา ไปกินร้านนี้ซะให้ได้)
ผมเดินไปเรื่อยเปื่อยครับ สำรวจรอบๆ เมือง ผมรู้สึกว่าวันนี้ผมไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไรนัก อาจเป็นเพราะว่าร่างกายผมคงปรับสภาพได้แล้ว เพราะที่ปีนัง ก็เดินเยอะ เดินแม่งสองรอบ สามรอบทั่วลิตเติลอินเดีย ไหนจะเป็นไชน่าทาวน์ ไหนจะเดินที่ปีนังฮิลอีก ยิ่งกัวลา ลัมเปอร์ไม่ต้องพูดถึง เดินอย่างเดียว (แหม่ มาเที่ยวคราวนี้ดีจริงๆ ได้ออกกำลังกายไปในตัว)ตอนนั่งโลอลผมเห็นเสาอะไรซักอย่างสูงๆ เลยบอกกับเจนนี่ว่าจะไปดูกัน พอไปถึงมันเป็นหอชมวิวครับ จะเป็นลิฟท์วงกลมๆ เลืื่อนแล้วหมุนรอบตัวเองขึ้นไปข้างบนจนสุด สนนราคาก็ RM 20 ครับ (พ่อมึงตาย แค่ขึ้นไปดูวิวแค่นี้สองร้อย มึงเก็บไว้ดูคนเดียวเหอะ ทีทวินทาวเวอร์แม่งยังให้ฟรีได้เลย)
เดินไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอพิพิธภัณฑ์เืรือโปรตุเกสครับ เป็นเรือสินค้าโบราณ เค้าเอามาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ชมกัน (ต่อไปผมขอเรียกว่า เดอะแบล็คเพิร์ล)
ที่ เดอะแบล็คเพิร์ล นี่ค่าเข้าคนละ 3 ริงกิตครับ โอเชไม่แพง เข้าๆๆๆๆ เผื่อเจอกัปตันแจ๊ค ที่นี่แบ่งเป็น 4 ชั้นครับประกอบด้วยดาดฟ้าเรือ จะมีห้องกัปตันครับ และชั้นสาม สอง หนึ่ง ก็จะเป็นห้องลูกเรือ และคุกที่อยู่ในชั้นล่างสุด เหมือน เดอะแบล็คเพิร์ล ของจริงเด๊ะ
จากเดอะแบล็คเพิร์ล ผมเดินไปเรื่อยๆครับ จนไปเจอร้านๆ นึง บรยากาศดีมากๆอยู่ย่านไชน่าทาวน์ (ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้ครับ) ผมสั่ง To Pee มาหนึ่งจา กับเบียร์ ส่วนเจนนี่สั่งกาแฟร้อน กินเบียร์แองเกลียไปสามกระป๋องเพิ่งสำนึกได้ว่าไอ้เบียร์แอลกอฮอล์สองเปอร์เซนต์นี่มันรสชาดไม่เอาอ่าวขนาดไหน แต่ช่างเถอะไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว ไปหาอะไรที่มันตื่นตาตื่นใจดูกันดีกว่า
ตอนนี้เวลาประมาณ ทุ่มนึง ที่มะละกาก็มืดมากแล้วเราตัดสินใจกันว่าจะไปดูละครแสง สี เสียง ที่โรงละครมะละกากันครับ แต่ความมืดเข้าครอบงำ ทำให้ผมมองไม่เห็นทาง ไม่รู้ทางไหนเป็นทางไหน ก็...ก็หลงทางนั่นแหล่ะครับ สุดท้ายเลยได้ไปเดินช็อปปิ้งที่คาร์ฟูร์แทน เพราะว่าจะได้ซื้ออะแดปเตอร์มาพ่วงชาร์จถ่านกล้องถ่ายรูปด้วยเดินออกจากคาร์ฟูร์ จะมีป้ายบิลล์บอร์ดอันใหญ่ๆ เลยนั่งกินเบียร์กับเจนนี่ดูป้ายนั่นข้างถนน แทนไปโรงละครครับ (จินตนาการเอาว่ามันเป็นโรงละคร แถมมีเบียร์ให้กินด้วย แค่นี้ก็ดีถมแล้ว เสือกหลงทางเองช่วยไม่ได้)
ตอนนี้สามทุ่มแล้วครับ ที่มะละกาเงียบยังกะเป่าสาก ผมเลยซื้อเบียร์ไปกินที่เกสต์เฮาส์แทน นั่งกินเบียร์ไป ดูทีวีไป ก็เพลินดี มีแต่ภาษามาเลย์เซีย ภาษาจีน แล้วก็อินเดีย ช่องที่เป็นภา่ษาอังกฤษไม่มีเลย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไปเจอช่องรายการคอนเสิร์ตพอดี มีวงร๊อคของมาเลย์เซีย เป็นรายการภาษาอังกฤษซะด้วย ไอ้พิธีกรมันบอกว่า นักร้องวงนี้กำลังฮ็อตที่สุดในมาเลย์เซีย แล้วก็นักร้องยังหน้าตาดีอีกต่างหาก ไหนวะๆ แม่งหน้าตาดีขนาดไหนวะ ตั้งใจดูเข้าไปอีก พอกล้องซูมเข้าไป โห ไอ้เหี้ย แบบนี้เนี่ยนะ หล่อของมึง หน้าตายังกะปลากะโห้ชนเขื่อน ไอ้ชิบหาย หล่อเนาะ ถ้ามึงตัดหัวทิ้งนี่หล่อมากเลย ครวยเอ๊ย แต่ก็ทนดูมันไปเรื่อยๆ แหล่ะครับ เพราะฟังเพลงถึงไม่เข้าใจ แต่มันก็ยังเพลินกว่าดูละครที่ไม่รู้เรื่องเหี้ยอะไรเลย (ไอ้นักร้องคนนี้แม่งจะไว้ผมยาวประมาณเป้ไฮร็อคครับ แต่ตัวนี่ใช่เลย แต่หน้าปลาบู่ชนเขื่อน ร้องเพลงไปซักพักก็ ว๊าก แบบว่า ทาคี๊ ฉ่าด่า ท้าคี้ ฉ่าดา อ๋าห์าาห์าาาหาาหาาหาาา แบบเปไฮร็อคน่ะครับ ร้องไป อ๋าห์าาา ไป เพลงแม่งไม่มีเหี้ยอะไรเลย นอกจาก ทาคี๊ ฉ่าด่า ท้าคี้ ฉ่าดา อ๋าห์าาห์)
เบียร์หมด เจนนี่ใช้ผมลงไปซื้อเบียร์มาเพิ่มอีก ผมเดินไปที่ 7-11 แต่เชื่อมั๊ยครับ ผมละไม่อยากไปเลย แม่งอะไรกันวะเนี่ย ถนนที่ตอนสามทุ่มว่าเงียบๆ ตอนนี้ห้าทุ่ม แม่งยังกะสีลมบวกข้าวสาร บวกรัชดาอีกก็ได้เอ้า แม่งโคตรครึกครื้น แต่ต้องข่มใจครับ ด้วยงบประมาณอันจำกัดกลัวจะไม่ถึงสิงคโปร เลยต้องไป 7-11 ซื้อเบียร์มากินที่ห้องแล้วนอนดูปลาดุกอุยชนฝายทดน้ำต่อไป
250420080800 มุ่งหน้าสู่สิงคโปร
วันนี้ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษครับ เพราะ มาร์ดมัวแซลลิเลียน (เจ๊ลิเลียนแกเป็นคนจีนครับ แต่ที่เรียกมาร์ดมัวแซลเพราะเกสต์เฮาส์แกหลุยส์ได้ใจมากๆ) เจ้าของเกสต์เฮาส์บอกว่า ที่นี่มีร้านอาหารที่กินฟรีได้ด้วย (มันก็คือโรงเจดีๆ นี่แหล่ะครับ) ชื่อร้าน อามิตตพุทธ เรสโตรอน (Restoran Amituofoh คือมันไม่ได้อ่านว่า อมิตตพุทธหรอกครับ แต่เรียกว่า อมิตตพุทธ นั่นแหล่ะง่ายดี) คนอย่างผมมีรึจะพลาด แถมไม่ไกลจากเกสต์เฮาส์ด้วย ไปถึงมีแต่ก๋วยเตี๋ยวผัด กับข้าวต้มเจ กินกับผักดอง ตอนสิบเอ็ดโมงไปแล้วถึงจะมีกับข้าวหลายอย่างขึ้น แต่เดี๋ยวก่อนครับ เห็นอาหารธรรมดาๆ แบบนี้ก็เหอะ แม่งอร่อยโคตร อร่อยชนิดที่ว่า เวลามีเทศกาลกินเจที่บ้านเรา อาหารโรงเจที่บ้านเราเทียบไม่ติดน่ะครับ นั่งกินไปก็คุยกับอากงที่ทำกับข้าว คุยกันเรื่องทั่น นาย ก. ซาหมาก ครับ อากงอีบอกว่า "พะนะทั่นของสยามประเทศ อีเป็นคนเก่งมาก อีออกรายการทีวีทำกับข้าวโชว์ด้วยนา เนี่ยอีมาที่กัวลาละมเปอร์นะ อีก็ทำกับข้าวไทยโชว์อีก แถมอียังชิมกับข้าวมาเลย์ด้วย อีเป็นคนพูดเก่งนาอาตี๋" เหรอกง อากงลองมาอยู่เมืองไทยมั๊ยล่ะ จะได้รู้ว่าที่อากงบอกว่าทั่นพูดเก่งน่ะ ภาษาไทยเค้าเรียกว่า ปาก...... (อะไรก็คิดกันเองแล้วกันนะครับ)
กลับมาที่ มะละกา เส็นแทรล Melaka Sentral จากที่นี่นั่งรถ ที่ไอบังมันบอกว่าซูเปอร์วีไอพี (อีกแล้ว ไม่ค่อยอยากจะเชื่อแม่งเท่าไร วีไอพีพ่อมึง โคตรเมื่อยดากเลย) นั่งรอรถอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีรถมา ดูจากภายนอกเชื่อขนมกินได้เลยว่า ข้างในแม่งเก่าสัดๆแน่ๆ แต่พอขึ้ไป โอ้ แม่ง อะไรเนี่ยนี่มึงเป็นญาติกับ มาร์ดมัวเเซลลิเลียนรึเปล่า ไอ้เหี้ย มึงจะหลุยส์อะไรนักหนา
โจโฮร์ บารูห์ , CTX มหาโหด
ไม่รู้เป็นอะไรรถเมล์ระหว่างเมืองของที่นี่มันต้องพักรถทุกชั่วโมงครึ่งด้วย ไม่ว่าที่ไหนแม่งก็ต้องพักรถ พักทีนึงก็ครึ่งชั่วโมง อะไรของมันวะ ในตัวเขียนไว้ว่าใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง เอาเข้าจริงๆ แม่งล่อไปห้าชั่วโมง จะแวะเหี้ยอะไรนักหนา กว่าจะถึงโจโฮร์ บารูห์ ซึ่งเป็นเมืองทางใต้สุดของมาเลย์เซีย ก็กดไปสี่ชั่วโมงแล้ว
ที่ ตม. โจโฮร์ บารูห์ รถบัสจะจอดให้เราลงไปสแตมป์พาสพอร์ทขาออกครับ ตรงนี้ง่ายไม่ต้องเอากระเป๋าลงไป เสร็จแล้วรถก็จะไปรอรับเราตรงทางออก
พอขึ้นรถกับครบทุกคน ก็จะข้ามสะพานมุ่งหน้าสู่สิงคโปรครับ ที่ ตม.สิงคโปร นี่คุณต้องรีบมากๆเลยนะครับ เพราะรถมันจะรอเราแค่ 20 นาทีเท่านั้น แล้วก็อย่าทิ้งตั๋วโดยสารด้วย เพราะถ้ารถมันออกไปแล้ว เราจะได้ใช้ตั๋วนี้ขึ้นรถคันต่อไปเพื่อเข้าเมืองครับ
พอลงจากรถได้ ก็ต้องรีบหยิบแบ็คแพค รีบวิ่งไปช่องตรวจพาสพอร์ท ที่นี่คนแม่งเยอะชิบหาย แต่ผมโชคดี ได้ต่อแถวอยู่คนสุดท้าย พอดีเจ้าหน้าที่เข้ามาเปิดช่องใหม่ ผมเลยเห็นก่อนได้ปั๊มพาสพอร์ทก่อนใคร แต่เคราะห์กรรมยังไม่หมดเพียงแค่นั้นครับ ออกมาเราต้องเจอกับ CTX นรกแตก กระป๋งกระเป๋าของทุกอย่างต้องเอาเข้าเครื่อง โชคดีผมไม่ได้พกระเบิดไปเลยรอดตัว แต่ก่อนท่จะเอากระเป่าออกได้นั้น มีไอ้บังตัวใหญ่ๆ มาขอเปิดกระเป๋า
ไอ้บัง : What is it in side?
แมง : (ระเบิดมั๊งล่ะไอ้สาดดด) Nothing with out my Clothes.
ไอ้บัง : Are you sure?
แมง : Yes, Sure.
ว่าแล้วไอ้บังก็เปิดกระเป๋าผมดู หยิบเสื้อเชิร์ต Quik Silver ลายดอกชบาแสบทรวงขึ้นมา
ไอ้บัง : This is your shirt?
แมง : Isn't that obvious. (แล้วเมิงคิดว่าของใครล่ะไอ้ฟายยยย ก็ของมันอยู่ในกระเป๋ากูเนี่ย) Do you want to see anything else?
ไอ้บัง : Alcohol?
แมง : Nothing. Just Clothes.
ที่สิงคโปรเอาเหล้าเข้าบ้านมันไม่ได้นะครับ ขวดเดียวก็ไม่ได้ กินเหลือไปก็ไม่ได้อีก ถ้าจะเอาเข้าต้องแอบเนียน ไม่ก็ยอมเสียค่าปรับแล้วเอาเข้า แต่เสือกเอาออกได้ (ไอ้พวกเหี้ยนี่แม่งหัวการค้าจริงๆ อยากแดกต้องซื้อจากประเทศมัน)
ออกจากด่านมาได้ กกระหืดหระหอบ วิ่งไปที่รถกลัวแม่งหนี แต่เชื่อมั๊ยครับ มีผมกับเจนนี่ สองคนเท่านั้นที่ทันรถ นอกนั้นต้องรอขึ้นเที่ยวต่อไป
อ่านตอนแรก ที่นี่ และตอนที่สอง ที่นี่ <<<<< จิ้มโลดดดด
เฮ้ย เจน เสาอะไรวะนั่น ไปดูกันเหอะ
เนี่ยครับ ไอ้เสาเนี่ยแหล่ะที่บอกว่า มีไอ้กลมๆ หมุนรอบตัวเองขึ้นไป ค่าเข้า สองร้อยน่ะ (เอาไว้ให้ป๊ะมึงขึ้นนะ รวยอย่างเดียวขึ้ไม่ได้ ต้องโง่ด้วย) มันขูดรีดกันเกินไป
The Black Pearl ครับ (จริงๆ แล้วมันเป็นเรือสินค้าโปรตุเกส)
จริงๆ แล้วมันใหญ่มากเลยนะ
อลิซเบธ สวอน (บ้า ไม่ได้อึ๋มขนาดนั้น)
กัปตันแมง (กลิ้งขี้) สแปโรว์
หล่อสาดดดเลยอ่ะมึงนะ (ถุยส์)
ห้องกัปตันครับ อยู่บนดาดฟ้าเรือชั้นบนสุด
จาดดาดฟ้าเรือ ตรงนี้คือทางเดินลงไปใต้ท้องเรือชั้นแรก
ลงไปชั้นสุดท้าย (ท้องเรือทั้งหมดสามชั้น)
ดูปลายกระบอกปืนด้านซ้ายสิ ของจริงใหญ่กว่าลูกเทนนิส นิดนึง (ใหญ่ขนาดนี้ เอาไว้ยิงควายดีกว่า)
อันนี้กัปตัน ฮัลฟองโซ ครับ (Alfonso de Akburqueque) เป็นบุคคลสำคัญของโปรตุเกส (สำคัญยังไงจำไม่ได้ ลืม)
ไอ้นี่อีกคน ชืออะไร สำคัญยังไงจำไม่ได้ (ว้าแย่จัง)
อันนีเป็นคุกครับ
ระหัดวิดน้ำ ตอนนี้ก็ยังใช้ได้อยู่
โบสถ์มะละกาคริสต์ ของจริงแดงเถือกเลยครับ แต่วันนั้นอากาศมันมัวๆ ยังไงไม่รู้เลยถ่ายมาได้แค่นี้
มันแดงจริงๆนะครับ
เสานี้สูงมากๆ
ตู้ไปรษณีย์ครับ (ไอ้บ้า หอนาฬิกาโว๊ย)
นี่ครับ ภูมิใจเสนอ ลัมโบกินี่มะละกา ที่ปีนังมีเฟอร์รารี่ ที่นี่ก็ต้องมี ลัมโบกินี่มะละกาครับ
ปีนังเฟอร์รารี่ดูได้จากตอนแรก
โรงเรียน เซนต์ฟรังซิส เซเวียร์ คอนแวนครับ (ไม่ใช่ๆ ล้อเล่น นี่เป็นโบสถ์ เซนต์ ฟรังซิส เซเวียร์ ครับ สร้างเมื่อปี 1849)
อันนี้เป็นแม่น้ำ ที่จะไหลออกไปช่องแคบมะละกาครับ อยู่หน้าโบสถ์เซนต์ฟรังฯ
ไอ้เหี้ยนี่ไม่รู้แม่งเป็นใคร แต่เเม่งเหมือนคนบนปกหลังสมุดเรียนช่วงสมัยผมอยู่ชั้นอนุบาลชิบหาย ไอ้เล่มสีน้ำตาลๆ น่ะครับ ใครเกิดก่อน พ.ศ. 2524 น่าจะทัน
คาเฟ่ 1511 ครับ ไม่รู้ว่า 1511 นี่เป็นเบอร์ ดีลิเวอร์รี่รึเปล่า
To Pee ครับ แปลเป็นไทยว่า ไปฉี่ (ก๊ากกกก) รสชาดคล้ายๆ ปอเปี๊ยะทอด แต่น้ำจิ้มเด็ดดวงกว่าเยอะครับ
เบียร์ Anglia แอลกอฮอล์ 2% เหมือนแดกน้ำเปล่าผสมมะนาว กับเยี่ยวเด็ก
เนี่ยหลังจากที่หลงทาง หาทางไปโรงละครไม่เจอ ก็มานั่งกินเบียร์ ดูไอ้ทีวี อันนี้แหล่ะครับ
นี่เลยครับ ไอ้เหี้ยนี่เลย ที่ไอ้พิธีกรแม่งบอกว่า ฮ็อต และเป็นักร้องวงร็อคของมาเลย์เซีย ที่หล่อที่สุดในขณะนี้
โถ... ไอ้ปลาบู่ชนเขื่อน ไอ้ปลากะโห้ริมปิง ไอ้... ไอ้... ไอ้หล่อ
นี่ครับ ร้านอมิตตพุทธ กินฟรีครับร้านนี่ แต่มันเอาผ้าใบกันสาดมาปิดไว้ ประมาณว่าไม่ให้เห็นร้านมากนัก ถ้าคนเข้ากันเยอะเดี๋ยวจะเจ๊งเอา
ภายในร้านครับ
ปล. เอนทรี่นี้ โชว์รูปตัวเองเยอะชิบหาย (มึงนึกว่ามีดูดีนักรึไง สาดดด)
แถมๆ
กัปตันแมงครับ (เอารูปมาลงอีกแล้ว ไม่อายชาวบ้านเค้ารึไง)
อันนี้พี่ชายที่เคารพนับถือคนนึง (พี่ตั๋งครับ ถ้าพี่มาเห็น ก็ทำใจนะครับ)
ปล. รีบไปหน่อย เกลี่ยสีไม่เนียน เพราะขี้เกียจแล้วโวียยยยย
ว่าแต่คุณแว่นดำบนเรือนี่เหมือนสแปโรว์จิงๆแฮะ
#1 By คนธรรมดา on 2008-05-12 19:54