230420080830 The Petronas Twin Towers อินเดียคอยรัก

เมื่อคืนนี้ตอนเชคอินผมถามว่าที่นี่พระอาทิตย์ขึ้นกี่โมง พนักงานต้อนรับตอบแบบกวนตีนๆ หลังจากที่เห็นพาสพอร์ทของผมว่า "ก็เวลาเดียวกับประเทศไทยนั่นแหล่ะ" (เหรอแสรดดด ทีเวลาบ้านมึงยังเร็วกว่ากูชั่วโมงนึงเลย ขอบคุณนะไอ้สงัด) วันนี้ผมเลยตั้งใจไว้ว่าจะตื่นหกโมงเช้าเพื่อไปถ่ายรูปตึกแฝดยามเช้าให้ได้ ถึงแม้ว่ากว่าผมจะนอนก็ปาเข้าไปตีหนึ่งครึ่งแล้วก็ตาม ด้วยความที่ผมอยากส่องตึกแฝดคู่นี้เวลาพระอาทิตย์ขึ้น ผมเลยตื่นเอาแม่มแปดโมงครึ่ง

ตื่นมาก็ล้างหน้าแปรงฟันอย่างเดียว น้ำไม่อาบ เพราะกลัวไม่ทัน ตาลีตาเหลือกรีบวิ่งไปลงรถไฟใต้ดินเพื่อไปทวินทาวเวอร์ จากสถานีมัสยิดเจมเค (Masjid Jamek) ต้องผ่านสามสถานี ถึงจะไปถึง เคแอลแอลซี (KLLC) อันเป็นที่ตั้งของตึกแฝดได้ครับ ตอนแรกคิดว่าพอถึงแล้วต้องเดินต่ออีกนิดหน่อย ที่ไหนได้ ชิบหายแม่งโผล่ออกมาหน้าตึกเลยเหรอวะเนี่ย

ผมบอกเจนว่าให้ส่งตาปลา Fish Eye ให้หน่อย 

เจนนี่ : ไม่มีอ่ะ อันไหน

แมง : เทเลก็ได้ ส่งมาก่อน อันที่ใหญ่ๆ สีขาวดำน่ะ

เจนนี่ : .......

แมง : ดูตรงฝาครอบเลนส์น่ะ มันจะมีเขียนบอก อันที่มันเขียนว่านิค่ิิอนน่ะ เห็นมั๊ย

เจนนี่ : ไม่มี

แมง : (อารมณ์เสีย) ไหนเอามาดูซิ เอามาทั้งกระเป๋านั่นแหล่ะ

ชิบหายแล้วครับ ไม่มีจริงๆ ด้วยไม่รู้หายไปไหนสองอันรวมกันก็เกือบแสนแล้ว ซวยแล้วกูๆ นั่งเอ๋อเเดกอยู่พักนึง

เจนนี่ : ใช่อันที่อยู่ในถุงผ้่าสีม่วงใช่มั๊ย

แมง : ใช่ แล้วมันหายไปไหน

เจนนี่ : ก็เอ็งหยิบออกไปตั้งแต่บ้านเพื่อนเอ็งก่อนมานี่แล้วไง

ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อสนิทเท่าไรเลยโทรกลับไปถามเพื่อน มันบอกว่ายังอยู่สบายดีทั้งสองอัน หน้าแตกสิครับ ไม่รู้จะทำยังไงเลยหันมาบ่นเจนนี่ว่า "ก็เห็นว่าหยิบออกไป แล้วทำไมไม่บอกให้เก็บกลับเข้าไปด้วยล่ะ" เจนนี่ก็เลยบอกแบบมึนๆว่า "ขอโทษนะ ไม่รู้สิ ก็เห็นหยิบออก ก็นึกว่าไม่ใช่ เลยขี้เกียจบอก" (ขอบคุณนะ นี่ถ้าไม่ใช่แฟน จะโบ้แม่งซักที)

สรุปว่าทริปนี้อดส่องทวินทาวเวอร์ครับ ไม่เป็นไร ใช้เท่าที่มี คนเราต้องพอเพียง อีกอย่าง มาเลย์เซียแค่นี้เอง เดี๋ยวมาใหม่ก็ได้ คราวหน้ามาเช้าเย็นกลับเลยก็ได้ (มึงจะรวยเทพเกินไปแล้วไอ้เเมง)

หลังจากที่พยายามส่องตึกแฝดคู่นี้อยู่นาน แล้วก็ได้แค่ไม่กี่มุม เจนนี่ก็เริ่มหิวครับ เราเลยเดินเข้าไปข้างในบริเวณชั้น 1-5 ของตึกแฝดคู่นี้ อันเป็นที่ตั้งของห้าง Suria ลักษณะของห้างนี้ก็จะเป็นห้างสรรพสินค้าไฮโซ คล้ายๆ กับ ดิเอ็มโพเรียม เกษร พาราก้อน พันทิพย์ บ้านเรานี่เเหล่ะครับ (อ่ะ... อันหลังนี่รู้สึกจะไม่ใช่) แต่เชื่อมั๊ยครับ เจนนี่พยายามจะพาผมเข้าร้านอาหารอินเดียตลอด ไม่รู้ว่ามีความหลังอะไรกับอินเดียถึงได้ชอบนัก ตั้งแต่ B.Worth จนถึง Kuala Lumpur ในท้องผมมีแต่อาหารอินเดีย แดกจนเต่าจะเรียกแม่อยู่แล้ว แต่ผมก็พยายามดึงเกมอยู่นานจนในที่สุดผมเดินไปเจอศูนย์อาหาร สวรรค์โปรด แม่งมีอาหารไทยด้วย

เรา อืมมม... ผม ไม่ใช่เรา ตัดสินใจกินข้าวที่นี่เพราะถูกตังค์ดี อีกอย่างมีอาหารไทย ผมอยากกินอะไรที่มันเผ็ดๆ น่ะครับ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ แม่งงง ยังไม่เปิด (แสดดเอ๊ย วันนี้วันเหี้ยอะไรของกูวะเนี่ย) เลยเดินๆ ดูก็ไปเจอร้านข้าวแกงมาเลย์ครับ คนขายเป็นคนอินเดียเหมือนเดิม กับข้าวหน้าตาก็คล้ายๆกับของไทย แต่ไม่เหมือนโดยสิ้นเชิง ดูๆ แล้วก็มีแต่ของจืดๆ หวานๆ เป็นส่วนใหญ่ ก็เลยสั่งมากินกันตายไปก่อนมื้อนึง ถ้าจะถามว่าแล้วทำไมไม่ไปกินอาหารอินเดียล่ะ เครื่องเทศเยอะดี ทั้งเผ็ด ทั้งร้อน เผ็ดแสบทรวงแน่ๆ ใครที่คิดแบบนี้ผมบอกได้เลยว่าคิดผิดถนัด อาหารอินเดียเครื่องเทศแม่งเยอะก็จริง เผ็ดร้อนก็จริง แต่มันยังไม่เผ็ดถึงลิ้นคนไทยหรอกครับ ผมเห็นคนอินเดียมันกินของเผ็ดๆ กัน นั่งเหงื่อแตก เหงื่อแตน ผมก็สั่งเหมือนมันมั่ง เผื่อจะได้เหงื่อออก แต่ขอบอกว่าเฉยๆ ครับ ไม่รู้ว่าเหงื่อคนอินเดียมันไหลสั่งได้รึยังไง แบบกินของเผ็ดปุ๊บ เหงื่อออกปั๊บ ขนาดผมนั่งแดกแกงแพะที่มันบอกว่าเผ็ดๆ เป็นร้านไม่ติดแอร์ด้วย ยังไม่มีเหงื่อซักหยด ผมว่าอาหารไทยนี่แหล่ะครับ เผ็ดที่สุดในโลกแล้วล่ะ แล้วก็เหมาะกับลิ้นคนไทยอย่างเราๆ ด้วย

หลังจากกินขาวเสร็จผมเดินไปซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชมวิวบนสะพานเชื่อมของตึกทั้งสองนี้ ตอนแรกคิดว่าจะเสียค่าตั๋วแพงครับ แต่ปรากฏว่าฟรี เพราะตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 12.00 น. เราจะได้เข้าชมฟรีครับ หรือ 1,400 คนแรกของวันก็จะฟรีเช่นกัน ไม่รู้ว่าไอ้ตึกบ้านี่คนเข้าต่อวันมันมากกว่าสองพันคนเลยรึไง เมื่อได้ตั๋วเสร็จ ก็จะได้รับแจกบัตร Visitor แล้วก็เเว่นตาสามมิติ แบบโรงหนังไอแมคบ้านเราน่ะครับ แต่ดูคล้ายกัยสเค้าท์เตอร์ของชาวไซย่ามากกว่า (ตอนหลังผมเพิ่งมารู้ว่าไอ้สเค้าท์เตอร์เนี่ย มันเป็นดีไซน์ใหม่ ของเก่ามันเป็นคล้ายๆ เเว่นตาเรย์แบนครับ) เสร็จแล้วก็เข้าไปดูหนังสามมิติกัน เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตึกและบริษัทเพโทรนาส บริษัทน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับหนึ่งของมาเลย์เซีย ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 85 เปอร์เซนต์ บลาๆๆๆๆ อะไรก็ว่าไปขี้เกียจฟังมันโม้ พอหนังจบก็ได้เวลาขึ้นลิฟท์แล้วล่ะครับ เมื่อเข้าไปในลิฟท์ ก็จะมีไก่ เอ๊ยพนักงานต้อนรับคอยอธิบายถึงจุดประสงค์ของการเปิดให้เยื่ยมชมบางทางเชื่อมระหว่างตึกทั้งสองแห่งนี้ บลา บลา บลา เชื่อมั๊ยครับ ผมก็จำรายละเอียดอะไรที่มันเล่าให้ฟังไม่ได้ทั้งหมดหรอก แต่สิ่งที่หน้าทึ่งอยู่อย่างนึงคือเมื่อบักหำน้อยที่มันอธิบายเป็นต่อยหอยอยู่เนี่ย พูดคำว่า Welcome to The Petronas Twin Towers จบ เสียงลิฟท์ก็ดัง ติ๊ง ขึ้นมาทันที แล้วลิฟท์ก็เปิดออกไปสู่สะพานเชื่อมครับ (ไอ้หำนี่แม่งเซียนโคตรๆ มึงทำได้ไงวะสาดดดด พอดีเป๊ะเลย มึงนี่เทพจริงๆ)

ยังครับ ยังก่อน เท่านั้นยังไม่พอ พอออกจาลิฟท์แล้วยังยังเดินไปที่ตัวสะพานไม่ได้ครับ เพราะไอ้บักหำน้อยนี่มันคงยังไม่หายมันปาก อยากจะโชว์เทพต่ออีก มันเลยต้อนพวกเรามายืนอยู่ตรงปากทางเข้าสะพาน แล้วก็อธิบายต่อถึง Do และ Don't บนสะพานนี้ "เพราะสะพานของหมู่เฮานี้มันบ่ได้เซื่อมกั๊บตั๋วตึกแบ๊บถาหว๊อน หมู่เฮาซ๊าหมาดถอดออกได้ และพวกสูก็อย่าได้เล่นพิเรนท์ โดยการที่แลนไปแลนมา บนสะพ้านเด้อสูเด้อ อ้อ... อิ๊กอย่างละกันเนาะสู ข้อยมีเว๊หล่า ให้พวกสูกั่นคนละซิบหน่าที่ พวกสูสิไปถ่ายรูป สิไปเบิ่งหม่องได๋ก็ แล้วแต่สูเด้อ แต่อย่าซนหลาย หมู่เฮาบ่ต้องการรับพิดซอบซีวิดพวกสูเด้อ แล้วก็ซิบหน่าที่ รีบย่าง รีบเบิ่งกันเด้อสู เสร็จแล้วก็ฟ่าวกันกลั๊บบ้านไปนอนเด้อออ"

พอลงมาจากสะพานเชื่อมแล้ว ผมกับเจนนี่ก็นั่งเปิด Lonely Planet ดูว่าจะไปไหนกันก่อนดี ทันใดนั้นเองมีหรั่งไม่รู้ชาติไหน แต่คิดว่าคงเป็นแถบยุโรป ป้าแกเดินเข้ามาบอกว่า

ป้า : ขอโทษนะค้าาา ขอคุยอะไรนิดนึงได้มั๊ย

เจนนี่,แมง : โอเช ว่ามาป้า

ป้า : พวกยูมาจากไหนกันเหรอ

เจนนี่ : เกรทบริเทน

ป้า : โอ้วววว เกรทบริเทน 

เสร็จแล้วก็หันไปคุยกับสามี "นี่แกๆ เห็นมั๊ยชั้นบอกแล้ว ว่ามาจากเกรทบริเทน แกไม่เชื่อช้านน"

เจนนี่ : ใช่ เกรทบริเทน ลอนดอน

ป้า : โอ๊ววววว ลอนดอน ที่เดี๋ยวกันเลย อยู่แถวไหนเหรอ

เจนนี่,ป้า : บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ สปีคกิ้งกันเมามันมาก ปล่อยให้ไอ้กระเหรี่ยงนี่ยืนงง ว่าแม่งรู้จักกัีนมาตั้งแต่ชาติปางไหน

ป้า : แล้วเอ็งล่ะ มาจากที่เดียวกันหรือเปล่า (จริงๆ แล้วผมคิดว่าอีป้านี่มันคงอยากถามว่า ไอ้กระเหรี่ยง เอ็งมาจากไหน มากกว่า)

แมง : ไทยแลนด์

ป้า : ไทยแลนด์ (ทำหน้างงๆ) โอ้ว จริงๆ เหรอเนี่ย คิดว่ามาด้วยกันเป็นพี่น้องกันซะอีก เห็นว่าตัวเท่าๆแกัน แต่งตัวคล้ายๆ กันน่ะ

แมง : (เหรอ อย่างกูเนี่ยนะอีป้า ดำซะขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะเกินที่อังกฤษได้เลย มึงใช้นิ้วตีนคิดเหรอวะเนี่ย

จริงๆ แล้วป้าแกไม่เคยออกไปเที่ยวนอกยุโรปเลยครับ คนเอเซีย ก็เคยเห็นแต่พวก อินเดีย จีน หรือยี่ปุ่น ไม่เคยเห็นคนไทยมาก่อน แล้วยิ่งป้าแกเสือกมา มาเลย์เซียที่แรกด้วย ก็เลยเห็นแต่อาหมวย อาตี๋ อาบัง อีแมะ คนไทยอย่างผมเลยเป็นเรื่องแปลกมากสำหรับป้า

จากทวินทาวเวอร์ ผมนั่งรถเมล์ไปที่ Malaysia Art Museum ครับตั๋วรถคนละสองริงกิต เป็น Whole Day ครับ ใบเดียวนั่งฟรีตลอดวัน ก่อนไปผมบอกเจนนี่ว่าขอซื้อบุหรีก่อนได้มั๊ย เจนนี่ก็ทำมึนๆ เหมือนไม่ได้ยิน เอาวะไม่ซื้อก็ไม่ซื้อ พอขึ้นรถไปก็เจอน้าคนขับรถ น้าคนขับเป็นคนอินเดียครับ ร้องเพลงแม่งตลอดทาง ไม่ร็องเพลงก็ดีดนิ้วไม่ดีดนิ้วก็เคาะพวงมาลัย (สุนทรีจริงๆ นะน้า) ซักพักน้าแกก็บอกให้ลง แล้วเดินข้ามถนนไปแล้วเลี้ยวขวาไปอีกสามร้อยเมตรก็จะถึง เพราะกว่ารถจะวนกลับมาทางนี้อีกกประมาณครึ่งชั่วโมง ผมก็เลยลงเพราะคิดว่าไม่อยากเสียเวลา ลงก่อนได้เปรียบ

แต่เชื่อมั๊ยครับผมจะต้องข้ามถนนโดยที่ไม่มีสะพานลอย ไม่มีทางม้าลาย และสัญญาณคนข้าม (ถ้านึกไม่ออกก็ให้นึกว่าคุณกำลังจะข้ามถนนวิภาวดีจากฝั่งสุทธิสารจะข้ามมาสะพานควายนั่นแหล่ะครับ แล้วก็จินตนาการว่าถนนมันใหญ่ แล้วก้รถเยอะกว่าประมาณยี่สิบสามเท่าครึ่ง (เลวแล้วมั๊ยล่ะไอ้บัง นี่มึงกะปล่อยให้กูเสี่ยงตายเอาง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ)

หลังจากฝ่าดงตีน เอ๊ย เสี่ยงตายฝ่าดงรถมาได้แล้ว ผมก็เริ่มมีอาการหงุดหงิด เพราะอยากสูบบุหรี่แล้ว (บอกตามตรงครับ ผมเป็นคนที่สูบบุหรี่จัดมาก ถ้าเวลาทำงานก็ตกวันละซองกว่าๆ แต่ถ้าแดกเหล้าด้วยล่ะก็ สองซองขึ้นไปครับ) แล้วเวลาที่มันไม่มีอะไรทำ แบบเดินๆ อยู่อย่างนี้ มันก็อยากสูบบุหรี่ แต่นี่มันไม่มีผมเลยหงุดหงิด ยิ่งเวลาที่เดินเข้าไปหาร้านที่คิดว่ามันมีขายแล้วแม่งเสือกไม่มี (ประมาณว่าจะเข้าไปซื้อ หมาเบื่อโลก Marlboro แต่เสือกมีขายแต่ยาเส้นตราแมวซะงั้น) แม่งโคตรน่าโมโห ไม่ได้โมโหใคร แต่โมโหตัวเองที่เสือกติดบุหรี่ โมโหตัวเองที่ทำไมเสือกไม่ซื้อไว้ก่อน

ที่ มาเลย์เซียอาร์ทมิวเซียม นี่ไม่ได้เก็บค่าเข้าชมครับ ฟรีตลอดงาน ไม่ได้เก็บเหี้ยอะไรเลย เก็บอย่างเดียวกล้องถ่ายรูปครับ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ชมกัน (ไม่ว่ากันเนอะ) ก่อนเข้าชมเราต้องลงทะเบียนก่อนครับ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมลล์ ตำแหน่งที่ต้องการ และเงินเดือนที่ต้องการต่อเดือน (ไอ้บ้า ไม่ได้มาสมัครงาน) เปล่าครับ แค่ชื่อกับประเทศก็พอ 

ศิลปของที่นี่ก็งั๊นๆ แหล่ะครับ ไม่ได้เจ๋งไปกว่าของไทยเราซักเท่าไรหรอก เพียงแต่ที่นี่ส่วนใหญ่มันเป็นนิทรรศการถาวร ติดแล้วติดเลย ไม่มีเอาออก แล้วใครอยากโชวเหนือ โชว์เก๋า ก็ส่งงานมาให้ทางพิพิธภัณฑ์ได้ ถ้าเก๋าพอก็ได้ติดครับ ไม่เหมือนประเทศไทยคนศิลปะโนเนม อยากจะโชว์ทีนึงต้องรวมกับเพื่อนเยอะๆ เพื่อหาแนวร่วม แล้วก็ค่อยมาจัดกัน เพราะแบบนี้ล่ะมั๊งครับ วงการศิลปะบ้านเรามันถึงไม่ไปไหนซักที อืม..ไม่ใช่ไม่ไปไหน แต่มันไปช้าครับ คนโนเนมบ้านเราชาตินี้ทั้งชาติ โอกาสเกิดจะถึงสองเปอร์เซนต์หรือเปล่าก็ไม่รู้

หลังจากที่เที่ยวมาทั้งวัน ผมเดินหาข้าวกินกันแถวไชน่าทาวน์ครับ เจนนี่บอกว่า ไม่อยากกิน ผัดผัก ไม่อยากกินไข่เจียว ไม่อยากกินข้าวผัด (แล้วจะแดกอะไรครับ เป็นมังสวิรัต ไม่แดกผัก ไม่แดกไข่ แล้วมึงจะแดกอะไร) ผมเลยเดินหาข้าวกินอยู่นานหงุดหงิดอีกแล้ว หิวมาก ต้องเดินหาร้านที่เจนนี่กินได้อีก แล้วเจนก็จะบอกตลอดว่าถ้าผมอยากกินอะไรก็ให้กินเลย เดี๋ยวเค้าหากินทีหลังได้ครับ แต่ผมเป็นคนปกติธรรมดานี่ครับ อะไรผมก็กินได้ ไม่ได้จะต้องมากินแต่ผักแต่หญ้า ผมเลยบอกเจนว่า "คำพูดนั้นผมน่าจะเป็นนพูดมากกว่า เพราะว่าถ้าผมกินก่อน แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเจนจะมีข้าวกิน ถ้าไม่มีผมก็อิ่มคนเดียวน่ะสิ เอาแบบนี้แล้วกันนะ เอ็งนั่นแหล่ะ อยากกินอะไรก็กินเลย ถึงข้าจะไม่ชอบแดกผักเป็นอาหารหลัก แต่บางครั้งก็กินได้เว๊ย"

ในที่สุดเราก็หาที่กินข้าวได้ ระหว่างที่กินอยู่นั้น เจอหลวงพี่รูปนึง เดินมาขอบริจาค แต่ก็ประมาณว่าขายสายสิญจ์นั่นแหล่ะ จากการสอบถามก็ได้เรื่องว่า "หลวงพี่เป็นพระไทยที่อยู่ในกัวลาลัมเปอร์ ทั้งวัดมีพระอยู่ห้ารูป คนไทยที่นี่ไม่ค่อยมี คนเลยทำบุญน้อย หลวงพี่เลยต้องออกมาหากินแบบนี้แหล่ะ หลวงพี่รู้ว่ามันผิดวินัยสงฆ์ ผิศิลด้วย แต่จะให้ทำไงได้ล่ะ เพื่อปากท้อง" (อืม พระก็เป็นคนเหมือนกันนี่หว่า) ผมเลยจัดการบริจาคไปซะ 10 ริงกิต หนึ่งร้อยบาทไทยถ้วน งานนี้ไม่รู้ว่าจริงหรือว่าหลอก มีวัดหรือไม่มีวัดก็ไม่รู้ แต่ถือว่าได้บุญไปเต็มๆ ขอร้อง ใครที่เคยไปกัวลาลัมเปอร์มาแล้ว อย่ามาบอกว่าที่กัวลาฯ ไม่มีวัดไทยนะ เพราะนั่นมันหมายความว่าผมเสียค่าโง่ไปเต็มๆ เหมือนกัน

240420080700 K.L. Ganesh Temple, Good Bye Purudaya.

วันนี้ตื่นเช้ามีโปรแกรมจะไปวัดพระพิฆเณศครับ กะว่าใช้เวลาเดินไปกลับไม่เกินสามชั่วโมง รวมๆแล้วคงไม่เกินเที่ยง เพราะเมื่อวานนี้ผมไปถามเวลารถไปมะละกอ เอ๊ย มะละกา เวลามีตั้งแต่ 9.30 11.30 14.30 ผมเลือกเวลาบ่ายสองครับ แต่พอเดินออกมาหน้า่โรงแรมนันยาง บร๊ะเจ้ามากๆ ฝนแม่งตกยัีงกะห่าลง ตกหนักชิบหาย วัดพระพิฆเณศเลยเป็นหมันไปครับ ต้องขึ้นไปบนห้อง เก็บของ เช็คเอาท์ แล้วออกเดินทางไปมะละกา เที่ยวสิบเอ็ดโมงเลย

 

 

พักก่อนครับ ยังไม่จบ เดี๋ยวเอนทรีต่อไปไปต่อที่มะละกอ เอ๊ย มะละกากันครับ (แหม...มะละกอ เล่นจังเลยนะมึง คิดว่าฮานักรึไง)

 

 

 

 เจนนี่ที่ปีนังครับ ตรงนี้แถวๆ Penang City Hall ครับ หรือที่จอดเฟอร์รารี่ จากเอนทรีที่แล้ว

 

ถังใส่น้ำแกงกับเครื่องเคียง (ปี๊บข้าวหมู) ที่ บานาน่าลีฟ ปีนังครับ (น่ากินมั๊ยล่ะ)

 

อินเดียอีกร้านนึงครับ ชื่ออะไรจำไม่ได้ ไอ้เขียวๆ นั่นคือน้ำจิ้มมินท์ครับ สีเหลืองเป็นน้ำแกงกะหรี่ (มังสวิรัต) ตามด้วยแตงกวา มะนาว หมอแดง ส่วนสีแดงนั่น น้ำจิ้มอะไรไม่รู้แต่ผมชอบมาก ออกเปรี้ยวๆ หวานๆ เหนียวคล้ายๆ น้ำราดหมูแดงบ้านเรา แล้วก็โรตี กับไก่แดงครับ อันนี้ ผมฝืนกินอยู่นานกว่าจะหมด เพราะมันทั้งแห้ง (กลืนยาก) แล้วก็เค็มอีกด้วย

ไปเล่นพูลที่ผับแห่งนึงในปีนังครับ ปวดขี้มากๆ เข้าห้องน้ำ พอทิ้งระเบิดเสร็จเจอแต่สายฉีดดาก ชิบหายแล้ว แล้วกูจะราดตรงไหน

 

เงยหน้าขึ้นมามันอยู่ขางบนนี้ครับ ต้องดึงเชือกเอา แม่งงงง เกือบไปแล้วกู

 

นี่ครับ สุดยอด...สิ่งที่ผมรอคอย แต่เสือกหยิบเลนส์ออกไปก่อนซะนี่ ซวยชิบหาย

 

ด้านหน้าครับ

 

อีกมุมหนึ่ง ถ่ายจากหน้า Malaysia Art Museum ครับ (ถ้าได้เทเลคงแหล่มกว่านี้เยอะ)

 

อันนี้หออะไรไม่รู้จำไม่ได้ จดไว้ แต่หายไปไหนไม่รู้ หาไม่เจอ

 

จากบนสะพานเชื่อมครับ ตึกนี้อยู่ตรงข้ามกับ Twin Towers เลยครับ นี่ขนาดตรงสะพานเชื่อมนี่ยังสูงไม่ถึงครึ่งของตึกนี้เลยนะครับ ดูตึกอื่นสิ เล็กนิดเดียว

 

สระน้ำดำๆ ด้านล่าง เป็นสระน้ำพุครับ สามารถลงไปเดินเล่นได้ น้ำลึกแค่ครึ่งแข้ง แต่ผมลืมฉีดยากันบ้าไปก่อนครับเลยลงไม่ได้ (กลัวน้ำอ่ะ)

 

อีกมุมหน่งจากสะพาน

 

โหววววว สูงอิ๊บอ๋าย

 

นี่ก็สูง ตกลงไปจะตายห่ามั๊ยเนี่ย

 

เจนนี่ครับ (อยู่ตรงกลาง) อีป้าเสื้อดำใส่กระโปรงลายๆ นั่นแหล่ะ ที่ผมบอกว่ามันไม่เคยเห็นคนไทย

 

ไอ้หำน้อย กูไม่ได้วิ่งเล่นนะโว๊ย เนี่ยๆ เห็นมั๊ย ยืนดูเฉยๆ

 

บร๊ะเจ้ามากๆ มีบางกอกแบงค์ด้วย ว่าแล้วก็เดินเข้าไปใช้บริการ แต่ขอโทษ เซอร์วิสชาร์จ ห้าร้อย ป๊ะมึงเหอะครับ

 

บะหมี่น้ำหมูบาร์บีคิว อร่อยมาก ไม่ต้องปรุงก็รสชาดดีกว่ามาม่าหมูสับสามเท่า แต่เสียดาย ไม่เผ็ด อยากเผ็ดเชิญกินพริกดองซีอิ๊วขาวในถ้วยครับ เครื่องปรุงมีแค่นี้ (แล้วไอ้พริกบ้านี่มันเผ็ดตรงไหนวะ)

 

นี่ครับหลวงพี่ มีจริงๆ ทุกวันนี้พยายามไม่คิดว่า ภายใต้จีวรของหลวงพี่นั้น มีชุดนักเตะสโมสรลิเวอร์พูลอยู่ (แล้วใครเคยไปแล้วรู้ว่าที่กัวลาฯ ไม่มีวัดไทย ก็ไม่ต้องมาบอกผมนะครับ กลัวโง่อ่ะ) 

 

ปาตาลิงสตรีท เป็นย่านช็อปปิ้งของไชน่าทาวน์ครับ อยู่ระหว่างอาคารสี่บล็อกมาต่อกัน ถนนนี้จึงเป็นรูปเครื่องหมายบวกครับ (เอ่อ..ผมอธิบายเข้าใจใช่มั๊ยครับ)

 

ของขายที่นี่ มีทุกสิ่งให้เลือกสรรครับ ราคาก็ไม่ได้แพงไปกว่าบ้านเรามากนัก บางอย่างก็ถูกกว่า แต่แนะนำให้ไปซื้อที่ถนนข้าวสาร หรือไม่ก็จตุจักรครับ (ถ้าขยันแบกของข้ามประเทศกไม่ว่ากันครับ ซื้อที่นี่ก็ได้)

 

บร๊ะเจ้า โทมัสแอนด์กายส์ ในฐานะที่เคยเป็นนายแบบนิตยสาร Another me ของ Tony & Guy มาก่อน (เข้ารอบ 15 คนสุดท้ายด้วยโฟ้ยย ขอโม้ๆๆๆ) ขอฟ้องคุณป๋า (ดร.ศิริฉัตร ฉัตรแก้ว) ว่า คุณป๋าครับ เค้าเลียนแบบอ่ะ

 

ที่มาเลย์เซียหรือว่าสิงคโปร ไม่ว่าที่ไหนก็จะมีต้นเฟิร์นขึ้นตามต้นไม้ใหญ่ๆ แบบนี้ทุกต้นครับ บางต้นก็ตั้งใจปลูก บางต้นก็ไม่ตั้งใจ ยิ่งตามทางหลวงนะครับ แม่งโคตรสะอาด ต้นไม้ต้นไร่ตัดแต่งสวยงามตลอดสองข้างทาง อยากให้บ้านเราเป็นแบบนี้มั่งจัง (จะไหวเร้อ ขืนมีสิ พวกแซะไปขายหมด รวยไม่รู้เรื่อง อยู่ๆ ก็มีต้นไม่มาให้แซะฟรีๆ ใครจะไม่เอา)

 

 

 

ปล. อยากอ่านตอนแรก เชิญที่นี่ครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ได้ยินแต่ชื่อมานาน......สาวเจนนี่....เห็นหน้าซะแล้ว....คุณแมงนี่โชคดีเป็นบ้า หาแฟนได้น่ารักชะมัด
.
.
เอาน่า คุณแมง.....ถือซะว่าให้ทาน..... อย่าไปคิดมาก....(ถ้าเอ็งเป็นพระปลอม ตูจะแช่ง...ว่างั้น)
.
.
ลืมถามว่าไปกี่วันอ่ะ? แล้วไปถึงสิงคโปร์ด้วยป่าว? อยากไป อยากไป ช่วงนี้เดินทางบ่อยแต่ได้ไปแค่แถวๆ เพชรกับเมืองกาญจน์..........

#1 By nobody on 2008-05-05 22:10

อ่ะกริ๊ววว อ่ะกริ๊ววว ไปเที่ยวกะแฟน วี้ดวิ่ว หวานแหวว หวานแหวว อิจฉาง่ะ cry

#2 By Eddy on 2008-05-05 22:27

วิวโคตรสวย ว่าแต่ ถังข้าวหมูนี่มันป๊อบปูล่าร์จริงๆเลยศิษย์พี่...
ส้วมไฮเท็คคอดพี่ เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นเลย แปลกๆ รู้จักแต่ฟลัชวาล์ว
ส่วนแบงค์กรุงเทพ .. เป็นแบงค์ที่มีมากที่สุกในต่างแดนครับ มั้ง - -

เห็นแล้วอยากไป...ไปลองข้ามถนนนรกดู มันส์น่าดู sad smile

#4 By หมีขั้วโลก™ on 2008-05-05 23:29

น่าสนุกจริงๆการได้ไปเที่ยวแบบอิสระนี่..
ไว้ผมปลดแอกได้..คงตะบันทัวร์มั่ง

#5 By hollow on 2008-05-06 00:27

ยินดี ยินดี ครับ

#6 By รีคอนดำ on 2008-05-06 01:28

ฝรั่งที่ทำงานมาจาก New Foundland แกบอกว่าไม่เคยเจอคนเอเชียมาก่อนเลย เพิ่งมาเจอที่ Vancouver

#7 By หมู (24.80.224.179) on 2008-05-06 08:21

โอ้วววว์ อยากไปมั่งจัง
อิจฉาๆ
เคยเจอส้วมแบบนี้ตอนไปเกาะลังกาวีเหมือนกันค่ะ แต่ไม่เคยไปมาเลเซียเลย เพราะนึกไม่ออกว่านอกจากตึกแฝดแล้วจะไปเที่ยวไหนดี แต่เห็นแบบนี้แล้วก็อยากลองไปมั่งจังbig smile

#9 By + + n e o r o s i f i x + + on 2008-05-06 18:22

โอว เจนนี่เป็นมังสวิรัติด้วยเหรอคะเนี่ย

แต่พวกฝรั่งชอบทานอาหารอินเดียกันเนอะ คุณพ่อบุญธรรมที่บ้านก็ชอบมากก แต่แม่งไม่ชอบแดกอาหารไทย...sad smile

#10 By ชาเขียวaddict on 2008-05-06 18:48

ชอบรูป 2 อะครับ เคยไปเที่ยวแล้วลองได้กิน

โอ้อร่อยดีแท้ จิ้มแหลก 555+ >__<"

ห้องส้วม เคยไปจีน หนักกว่านี่แหละครับ -.-

เหม็นมากมาย ขาดการรับผิดชอบเลย พนักงานที่นั้น ปล่อยให้เหม็นกัน ไม่มีคนเข้าเลยครับ มีแต่คนถ่ายรูปเก็บไว้
sad smile

เคยแบบเสียเหมื่อนกันอะ แย่เหมื่อนกันครับ แต่ต่อจากนั้น ผมไม่บอกนะว่า่ทำไงต่อ . . . question

#11 By [Blog]-`Nutty,,* on 2008-05-07 17:35

ตึกสวย เป็นแขกๆ ดี

สนุก สนุก


big smile big smile

#12 By chubbyhole on 2008-05-08 14:22