ตีนเหม็น
posted on 07 Mar 2008 20:40 by khunkrabi in DungBeetleเหงื่อออกตีนเยอะมาก
ไปหาไอ้หมอ ไอ้หมอบอกว่าเป็นโรคผิวหนังอย่างนึง สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ก็ไม่รู้ว่าเป็นแบคทีเรียหรือเชื้อรากันแน่ ไอ้หมอไม่ได้บอก แทงกั๊กเอาไว้อย่างงั้น แต่ถ้าเป็นแค่แบคทีเรียอย่างเดียวก็คงจะดี เพราะตอนเรียน ป.3 คุณครูเคยบอกไว้ว่าร่างกายของคนก็มีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นแบคทีเรียที่ดี ไม่เหมือนเชื่อรา ถ้าเป็นเชื้อราที่หัว หัวก็จะเน่า เคยเห็นหมาหลายตัวที่โดนเจ้าของทิ้ง อาจเป็นเพราะมันไม่ชอบอาบน้ำ หรือเจ้าของไม่ยอมอาบน้ำให้มัน ปกติหมาก็สกปรกโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่เคยเห็นหมาที่ไหนรักสะอาด เมื่อสกปรกมากๆ เชื้อราก็ขึ้นหัว หัวก็เลยเน่า เพราะอย่างนี้ล่ะมั๊ง เจ้าของเขาถึงทิ้งมันไป
ไปหมาหมอมาแล้วสามที่ หมอบอกไม่เหมือนกันซักคน ไม่รู้จะเชื่อใครดี หมอคนที่สองบอกว่าเพราะใส่รองเท้าผ้าใบบ่อย อากาศมันร้อนเหงื่อก็เลยออกเยอะ ก็แหงอยู่แล้วล่ะ อากาศร้อนเหงื่อมันก็ออกเป็นธรรมดา ไม่เชื่อหมอลองไปยืนตากแดดซักหกชั่วโมงสิ ส่วนหมอคนที่สามบอกว่าเป็นเพราะความอับชื้น ของรองเท้า หมอแนะนำให้ซักรองเท้าบ่อยๆ ซักทุกวันได้ก็ดี บ้าน่าหมอ รองเท้ามีอยู่คู่เดียวจะซักยังไงได้ทุกวัน หมอก็เลยบอกว่าให้ใส่รองเท้าแตะไปก่อน
พอกลับจากโรงหมอก็เลยไปหาซื้อรองเท้าแตะแบบโปร่งๆ หมอเค้าแนะนำมาแบบนี้ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าแบบโปร่งๆมันเป็นยังไง หรือต้องโปร่งขนาดไหน ก็เลยได้รองเท้าแตะยางหูคีบมาอันนึง แต่เหงื่อก็ยังออกเยอะอยู่ดี คราวนี้หนักกว่าเดิมอีก เพราะเวลาใส่รองเท้าแตะ มันจะไม่ได้ใส่ถุงเท้าอยู่แล้ว มันก็เลยทำให้ตีนเปียก เวลาตีนเปียกแล้วเดินไปเดินมา มันก็จะเจอฝุ่น เยอะเข้าๆ มันก็กลายเป็นขี้โคลน วันๆ นึงก็ไม่อยากเดินไปไหนมาก เพราะตีนเปียก เดินไปก็ลื่นไป แล้วเหงื่อมันไม่เหมือนน้ำธรรมดาด้วยมันลื่นๆ ถ้าไปล้างแล้วมันก็จะดีขึ้นไม่ลื่นเท่าไร แต่ถ้าจะให้มาล้างเท้ากันทั้งวันก็คงไม่ไหว เลยกลับไปใส่รองเท้าผ้าใบเหมือนเดิม สะดวกกว่า แต่ทีนี้พอนานเข้ามันก็เริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน มันไม่เปียกอย่างเดียวแล้ว พอเปียกนานๆเข้ามันก็พัฒนาให้กลายเป็น ตีนเหม็น!
ใครเคยตีนเหม็นก็คงรู้ดีนะว่ามันเหม็นขนาดไหน ก็เลยกลับไปหาไอ้หมออีกครั้ง หาไอ้หมอคนแรกนั่นแหล่ะ เพราะมันเป็นเพื่อน มันคงจะช่วยได้เยอะ ไปถึงก็บอกไอ้หมอว่า ตอนนี้ตีนมันไม่ได้เปียกอย่างเดียวแล้ว แต่มันเหม็นด้วย ไอ้หมอบอกว่าไหนถอดรองเท้าให้ดูตีนหน่อยซิ ตอนแรกก็ไม่อยากจะถอดหรอก แต่ในที่สุดก็ต้องถอดเพราะไอ้หมอมันยืนยันที่จะดมกลิ่นตีนให้ได้
ไอ้หมอบอกว่า "ไอ้สัตว์มึงไปเหยียบขี้มาเหรอ กลิ่นตีนหรือกลิ่นขี้วะเนี่ย" ผมก็ตบมุกไอ้หมอว่า "เปล่ากูไม่ได้เหยียบขี้ แต่กูแดกขี้มา เนี่ยก็เพิ่งไปขี้มาก่อนเข้ามาหาหมอนี่แหล่ะ ยังไม่ราดด้วย หมอจะกินมั๊ย" ไอ้หมออึ้ง แล้วบอกว่า "เพราะมึงแดกขี้นี่แหล่ะตีนมึงเลยเหม็น" คราวนี้ตบมุกมันไม่ได้ มันเล่นปิดมุกดื้อๆ
ไอ้หมอพิจารณาตีนอยู่นาน ก็บอกให้ล้างตีนบ่อยๆ แช่ในน้ำอุ่นด้วยก็ดี เอาน้ำอุ่นมาผสมกับพวกเด็ทตอลก็ได้ ระหว่างแช่ก็ขัดตีนไปด้วย ผมก็บอกว่าไม่รู้ว่าการขัดตีนต้องขัดแค่ไหนถึงจะแน่ใจว่าสะอาด แต่ไอ้หมอมันบอกให้ขัดๆไปเหอะ ตีนเปื่อยเมื่อไหร่ก็สะอาดแล้ว เถียงกับไอ้หมออยู่นาน สุดท้ายมันก็ต้องยอมขัดตีนผมให้ผมดูว่าขัดยังไง
กลับมาบ้านก็เลยเอาตีนแช่น้ำตามที่ไอ้หมอมันบอก ก็รู้สึกดีนะ ตีนมันก็หอมขึ้น อาจเป็นเพราะน้ำยาด้วยส่วนนึง ล้างตีนแบบนี้มาได้เดือนนึงแล้วล่ะ แต่ตีนก็ยังเหม็นอยู่ แต่ก็น้อยลงกว่าเดิม และที่สำคัญมันยังเปียกอยู่ กลับไปหาไอ้หมออีกที มันก็บอกว่า ให้ซื้อรองเท้าใหม่ เพราะรองเท้ามันติดเชื้อ ก็เพิ่งรู้นะสิ่งที่ไม่มีชีวิตก็ติดเชื้อได้ด้วย ตอนแรกว่าจะทนตีนเหม็นไปก่อน เพราะยังไม่มีตังค์ซื้อรองเท้าใหม่น่ะ แต่เมื่อวานมีผู้สมัครนายกเทศมนตรีเค้ามาแจกเงิน คนละพันห้า พอดีเลย เดี๋ยววันนี้ผู้สมัครอีกคนมันก็เอามาแจกอีก จะได้เอาตังค์ไปซื้อรองเท้า อ้อแล้วอีกอย่าง ผู้สมัครเค้าให้มาทั้งสองคนแบบนั้น เราก็ลำบากใจในการเลือกอยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะเลือกใครดี กลุ่มใจอยู่นานกลัวว่าจะวิตกจริต เลยไปปรึกษาไอ้หมอ ไอ้หมอตอบแบบไม่ได้คิดว่า "ถ้ามันให้ทั้งสองคนมึงก็เลือกแม่งทั้งสองคนเลยสิ" ทั่นผู้สมัครครับ ผมขอเลือกทั้งคู่แล้วกันนะครับ
วันนี้ไปหาซื้อรองเท้ามาแล้ว แต่ไม่มีถูกใจซักคู่เลย ก็เลยชวนไอ้หมอโดดเวรไปกินเหล้า ไอ้หมอก็เสือกใจง่ายอีก เขียนใบลากิจซะงั้น ไปถึงร้านก็สั่งเหล้ามากินขวดนึง นั่งไปซักพักไอ้หมอก็ขอกลับ กับก่อนมันก็เรียกเด็กเสิร์ฟมา สั่งนู่นสั่งนี่เยอะแยะ สั่งไปมันก็บอกไปว่าปลานี่กินแล้วดียังไง คนตีนเหม็นอย่างมึงเนี่ยหลีกเลี่ยงเครื่องเทศหรือของกลิ่นแรงๆได้ก็จะดี เพราะมันมีส่วนทำให้เหงื่อเหม็น คนแก่ๆ ต้องกินผักเยอะๆ ระบบขับถ่ายมันจะดี สุขภาพก็จะดีตามมาด้วย อย่าแดกแต่เหล้านักมึงน่ะรักษาสุขภาพซะบ้าง สุขภาพน่ะ รู้จักมั๊ย ผมก็บอกมันว่า"ไอ้สัตว์กูรู้หรอกน่ากูเรียนศิลปกรรมมาไม่รู้ก็บ้าแล้ว" ไอ้หมอมันงง และมันก็ไม่ถามต่อ แต่ทำหน้างงๆ ประมาณปวดขี้ปนสงสัยว่า เกี่ยวเหี้ยไรกับเรียนศิลปะ
ผมเลยสงเคราะห์บอกมันว่า สุขภาพ คือ การที่เราเดินอยู่ในแกลอรี่ แล้วได้เห็นภาพเขียนของศิลปินชื่อดังระดับโลก หรือศิลปินท่านนั้นอาจจะไม่โด่งดัง แต่เราชื่นชอบในตัวและผลงานของศิลปินท่านนั้น เราจึงมีความสุข ความสุขนี้เราเรียกกันว่า สุขกับภาพ ภายหลังจึงเพี้ยนมาเป็น สุขกะภาพ เมื่อมีคนออกเสียงว่า สุขกะภาพ กันเยอะขึ้น ราชบัณฑิตยสถาน หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Royal Thai "Bandit" Organization (RTBO) จึงได้เปลี่ยนคำๆ นี้ใหม่ โดยตัดคำว่า กะ ออกไป เหลือเพียง สุข และ ภาพ แต่ยังคงให้อ่านออกเสียงคล้ายคลึง กับคำเดิม คืออ่านว่า สุก-ขะ-ภาพ = สุขภาพ เข้าใจบ่ เป็นการเล่นมุกสดที่เกือบจะมีสาระที่คิดว่าเจ๋งที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา
ไอ้หมอมันทำหน้าเจื่อนๆ สงสัยรู้ว่าตัวเองแป้ก ดีสมน้ำหน้ามึงไอ้หมอ เสือพูดซะดังว่าผมตีนเหม็น เด็กเสิร์ฟเต็มเลยไอ้สัตว์
ผมกับไอ้หมอก็กินเหล้ากันอยู่นาน พอหมดก็ไปต่อกันอีก ไอ้หมอมันหลีหญิงเที่ยวไปชนเหล้ากับเค้าไปทั่ว สุดท้ายก็เมาอีก คนเดือดร้อนก็คือผม ต้องพามันไปส่งที่หออีก กว่าจะลากมันขึ้นไปห้องได้ต้องเดินขึ้นบันไดตั้งสี่ชั้นคิดในใจว่าทำไม มันไม่สร้างเพิ่มอีกซักชั้นสองชั้นวะ จะได้ติดลิฟท์ ไอ้หมอนี่ก็เสือกอยู่ซะชั้นบนสุดเลย นี่แหล่ะมั๊งทีนักการเมืองเค้ายังกินงบกันได้เลย ทำไมผู้รับเหมาจะกินงบกันมั่งไม่ได้ เฮ้อ อ้าวไม่เกี่ยวกันนี่เนาะ ก็ไม่รู้แหล่ะปกติก็ต้องด่าคนอื่นอยู่แล้ววันนี้ไม่ค่อยมีใครให้ด่ามั่วด่าเอาก็เเล้วกัน
พอส่งไอ้หมอถึงเตียงได้ ก็จัดการหาน้ำท่าให้มันล้างปากหน่อย เพราะมันอ้วกใส่รถผมด้วย เหม็นบรรลัยจักร เสร็จก็เดินไปเปิดแอร์ เดินไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้ ห่มเสร็จกำลังจะเดินออกนึกขึ้นได้ว่ามันใส่รองเท้านอนแม่บอกว่าใส่รองเท้านอนมันไม่ดี เราอยู่ที่บ้าไม่ได้อยู่ในป่า ให้เกียรติสถานที่หน่อย เราคนไทยอย่าไปทำเหมือนฝรั่งมัน ผมก็เดินกลับไปถอดรองเท้าให้ไอ้หมอ แต่..อนิจจา
.
.
.
.
.
.
.
.
อุ๊บปส์...ไอ้สัตว์หมอ ตีนมึง เจ๊ดเข้ เหม็นกว่ากูอีก แล้วทำเนียนมารักษาตีนกูนะ ไอ้สาดดดดดดดด...
รูปตีนก่อนจะเหม็น
ปล.1 ไอ้หมอ ถ้ามึงอ่านเอนทรีนี้ มึงคงรู้แล้วนะว่ากูรู้ว่ามึงก็ตีนเหม็นไม่แพ้กูเท่าไร
ปล.2 ค้าเหล้าเมื่อวานที่มึงเลี้ยงหญิงแล้วบอกว่าตังค์ไม่พอน่ะ กูจ่ายให้แล้ว ทั้งหมดพันห้า มึงคืนกูด้วยล่ะ
ปล.3 ไปหาหมอรักษาตีนซะไอ้สาดดดด
เกือบได้สาระแล้วพี่
เขียนซะฮาเชียวนะ
ดีนะเนี่ย...ที่กลิ่นไม่โชยผ่านคอมฯ มาด้วย 55
รีบหาทางรักษานะคะ
จะได้ไปบอกเพื่อนหมอว่าต้องรักษายังไง
#1 By me'june on 2008-03-07 21:58