ตีนเหม็น

posted on 07 Mar 2008 20:40 by khunkrabi  in DungBeetle

เหงื่อออกตีนเยอะมาก

ไปหาไอ้หมอ ไอ้หมอบอกว่าเป็นโรคผิวหนังอย่างนึง สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ก็ไม่รู้ว่าเป็นแบคทีเรียหรือเชื้อรากันแน่ ไอ้หมอไม่ได้บอก แทงกั๊กเอาไว้อย่างงั้น แต่ถ้าเป็นแค่แบคทีเรียอย่างเดียวก็คงจะดี เพราะตอนเรียน ป.3 คุณครูเคยบอกไว้ว่าร่างกายของคนก็มีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นแบคทีเรียที่ดี ไม่เหมือนเชื่อรา ถ้าเป็นเชื้อราที่หัว หัวก็จะเน่า เคยเห็นหมาหลายตัวที่โดนเจ้าของทิ้ง อาจเป็นเพราะมันไม่ชอบอาบน้ำ หรือเจ้าของไม่ยอมอาบน้ำให้มัน ปกติหมาก็สกปรกโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่เคยเห็นหมาที่ไหนรักสะอาด เมื่อสกปรกมากๆ เชื้อราก็ขึ้นหัว หัวก็เลยเน่า เพราะอย่างนี้ล่ะมั๊ง เจ้าของเขาถึงทิ้งมันไป

ไปหมาหมอมาแล้วสามที่ หมอบอกไม่เหมือนกันซักคน ไม่รู้จะเชื่อใครดี หมอคนที่สองบอกว่าเพราะใส่รองเท้าผ้าใบบ่อย อากาศมันร้อนเหงื่อก็เลยออกเยอะ ก็แหงอยู่แล้วล่ะ อากาศร้อนเหงื่อมันก็ออกเป็นธรรมดา ไม่เชื่อหมอลองไปยืนตากแดดซักหกชั่วโมงสิ ส่วนหมอคนที่สามบอกว่าเป็นเพราะความอับชื้น ของรองเท้า หมอแนะนำให้ซักรองเท้าบ่อยๆ ซักทุกวันได้ก็ดี บ้าน่าหมอ รองเท้ามีอยู่คู่เดียวจะซักยังไงได้ทุกวัน หมอก็เลยบอกว่าให้ใส่รองเท้าแตะไปก่อน

พอกลับจากโรงหมอก็เลยไปหาซื้อรองเท้าแตะแบบโปร่งๆ หมอเค้าแนะนำมาแบบนี้ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าแบบโปร่งๆมันเป็นยังไง หรือต้องโปร่งขนาดไหน ก็เลยได้รองเท้าแตะยางหูคีบมาอันนึง แต่เหงื่อก็ยังออกเยอะอยู่ดี คราวนี้หนักกว่าเดิมอีก เพราะเวลาใส่รองเท้าแตะ มันจะไม่ได้ใส่ถุงเท้าอยู่แล้ว มันก็เลยทำให้ตีนเปียก เวลาตีนเปียกแล้วเดินไปเดินมา มันก็จะเจอฝุ่น เยอะเข้าๆ มันก็กลายเป็นขี้โคลน วันๆ นึงก็ไม่อยากเดินไปไหนมาก เพราะตีนเปียก เดินไปก็ลื่นไป แล้วเหงื่อมันไม่เหมือนน้ำธรรมดาด้วยมันลื่นๆ ถ้าไปล้างแล้วมันก็จะดีขึ้นไม่ลื่นเท่าไร แต่ถ้าจะให้มาล้างเท้ากันทั้งวันก็คงไม่ไหว เลยกลับไปใส่รองเท้าผ้าใบเหมือนเดิม สะดวกกว่า แต่ทีนี้พอนานเข้ามันก็เริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน มันไม่เปียกอย่างเดียวแล้ว พอเปียกนานๆเข้ามันก็พัฒนาให้กลายเป็น ตีนเหม็น!

ใครเคยตีนเหม็นก็คงรู้ดีนะว่ามันเหม็นขนาดไหน ก็เลยกลับไปหาไอ้หมออีกครั้ง หาไอ้หมอคนแรกนั่นแหล่ะ เพราะมันเป็นเพื่อน มันคงจะช่วยได้เยอะ ไปถึงก็บอกไอ้หมอว่า ตอนนี้ตีนมันไม่ได้เปียกอย่างเดียวแล้ว แต่มันเหม็นด้วย ไอ้หมอบอกว่าไหนถอดรองเท้าให้ดูตีนหน่อยซิ ตอนแรกก็ไม่อยากจะถอดหรอก แต่ในที่สุดก็ต้องถอดเพราะไอ้หมอมันยืนยันที่จะดมกลิ่นตีนให้ได้ 

ไอ้หมอบอกว่า "ไอ้สัตว์มึงไปเหยียบขี้มาเหรอ กลิ่นตีนหรือกลิ่นขี้วะเนี่ย" ผมก็ตบมุกไอ้หมอว่า "เปล่ากูไม่ได้เหยียบขี้ แต่กูแดกขี้มา เนี่ยก็เพิ่งไปขี้มาก่อนเข้ามาหาหมอนี่แหล่ะ ยังไม่ราดด้วย หมอจะกินมั๊ย" ไอ้หมออึ้ง แล้วบอกว่า "เพราะมึงแดกขี้นี่แหล่ะตีนมึงเลยเหม็น" คราวนี้ตบมุกมันไม่ได้ มันเล่นปิดมุกดื้อๆ

ไอ้หมอพิจารณาตีนอยู่นาน ก็บอกให้ล้างตีนบ่อยๆ แช่ในน้ำอุ่นด้วยก็ดี เอาน้ำอุ่นมาผสมกับพวกเด็ทตอลก็ได้ ระหว่างแช่ก็ขัดตีนไปด้วย ผมก็บอกว่าไม่รู้ว่าการขัดตีนต้องขัดแค่ไหนถึงจะแน่ใจว่าสะอาด แต่ไอ้หมอมันบอกให้ขัดๆไปเหอะ ตีนเปื่อยเมื่อไหร่ก็สะอาดแล้ว เถียงกับไอ้หมออยู่นาน สุดท้ายมันก็ต้องยอมขัดตีนผมให้ผมดูว่าขัดยังไง 

กลับมาบ้านก็เลยเอาตีนแช่น้ำตามที่ไอ้หมอมันบอก ก็รู้สึกดีนะ ตีนมันก็หอมขึ้น อาจเป็นเพราะน้ำยาด้วยส่วนนึง ล้างตีนแบบนี้มาได้เดือนนึงแล้วล่ะ แต่ตีนก็ยังเหม็นอยู่ แต่ก็น้อยลงกว่าเดิม และที่สำคัญมันยังเปียกอยู่ กลับไปหาไอ้หมออีกที มันก็บอกว่า ให้ซื้อรองเท้าใหม่ เพราะรองเท้ามันติดเชื้อ ก็เพิ่งรู้นะสิ่งที่ไม่มีชีวิตก็ติดเชื้อได้ด้วย ตอนแรกว่าจะทนตีนเหม็นไปก่อน เพราะยังไม่มีตังค์ซื้อรองเท้าใหม่น่ะ แต่เมื่อวานมีผู้สมัครนายกเทศมนตรีเค้ามาแจกเงิน คนละพันห้า พอดีเลย เดี๋ยววันนี้ผู้สมัครอีกคนมันก็เอามาแจกอีก จะได้เอาตังค์ไปซื้อรองเท้า อ้อแล้วอีกอย่าง ผู้สมัครเค้าให้มาทั้งสองคนแบบนั้น เราก็ลำบากใจในการเลือกอยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะเลือกใครดี กลุ่มใจอยู่นานกลัวว่าจะวิตกจริต เลยไปปรึกษาไอ้หมอ ไอ้หมอตอบแบบไม่ได้คิดว่า "ถ้ามันให้ทั้งสองคนมึงก็เลือกแม่งทั้งสองคนเลยสิ" ทั่นผู้สมัครครับ ผมขอเลือกทั้งคู่แล้วกันนะครับ

วันนี้ไปหาซื้อรองเท้ามาแล้ว แต่ไม่มีถูกใจซักคู่เลย ก็เลยชวนไอ้หมอโดดเวรไปกินเหล้า ไอ้หมอก็เสือกใจง่ายอีก เขียนใบลากิจซะงั้น ไปถึงร้านก็สั่งเหล้ามากินขวดนึง นั่งไปซักพักไอ้หมอก็ขอกลับ กับก่อนมันก็เรียกเด็กเสิร์ฟมา สั่งนู่นสั่งนี่เยอะแยะ สั่งไปมันก็บอกไปว่าปลานี่กินแล้วดียังไง คนตีนเหม็นอย่างมึงเนี่ยหลีกเลี่ยงเครื่องเทศหรือของกลิ่นแรงๆได้ก็จะดี เพราะมันมีส่วนทำให้เหงื่อเหม็น คนแก่ๆ ต้องกินผักเยอะๆ ระบบขับถ่ายมันจะดี สุขภาพก็จะดีตามมาด้วย อย่าแดกแต่เหล้านักมึงน่ะรักษาสุขภาพซะบ้าง สุขภาพน่ะ รู้จักมั๊ย ผมก็บอกมันว่า"ไอ้สัตว์กูรู้หรอกน่ากูเรียนศิลปกรรมมาไม่รู้ก็บ้าแล้ว" ไอ้หมอมันงง และมันก็ไม่ถามต่อ แต่ทำหน้างงๆ ประมาณปวดขี้ปนสงสัยว่า เกี่ยวเหี้ยไรกับเรียนศิลปะ

ผมเลยสงเคราะห์บอกมันว่า สุขภาพ คือ การที่เราเดินอยู่ในแกลอรี่ แล้วได้เห็นภาพเขียนของศิลปินชื่อดังระดับโลก หรือศิลปินท่านนั้นอาจจะไม่โด่งดัง แต่เราชื่นชอบในตัวและผลงานของศิลปินท่านนั้น เราจึงมีความสุข ความสุขนี้เราเรียกกันว่า สุขกับภาพ ภายหลังจึงเพี้ยนมาเป็น สุขกะภาพ เมื่อมีคนออกเสียงว่า สุขกะภาพ กันเยอะขึ้น ราชบัณฑิตยสถาน หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Royal Thai "Bandit" Organization (RTBO) จึงได้เปลี่ยนคำๆ นี้ใหม่ โดยตัดคำว่า กะ ออกไป เหลือเพียง สุข และ ภาพ แต่ยังคงให้อ่านออกเสียงคล้ายคลึง กับคำเดิม คืออ่านว่า สุก-ขะ-ภาพ = สุขภาพ เข้าใจบ่ เป็นการเล่นมุกสดที่เกือบจะมีสาระที่คิดว่าเจ๋งที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา

ไอ้หมอมันทำหน้าเจื่อนๆ สงสัยรู้ว่าตัวเองแป้ก ดีสมน้ำหน้ามึงไอ้หมอ เสือพูดซะดังว่าผมตีนเหม็น เด็กเสิร์ฟเต็มเลยไอ้สัตว์

ผมกับไอ้หมอก็กินเหล้ากันอยู่นาน พอหมดก็ไปต่อกันอีก ไอ้หมอมันหลีหญิงเที่ยวไปชนเหล้ากับเค้าไปทั่ว สุดท้ายก็เมาอีก คนเดือดร้อนก็คือผม ต้องพามันไปส่งที่หออีก กว่าจะลากมันขึ้นไปห้องได้ต้องเดินขึ้นบันไดตั้งสี่ชั้นคิดในใจว่าทำไม มันไม่สร้างเพิ่มอีกซักชั้นสองชั้นวะ จะได้ติดลิฟท์ ไอ้หมอนี่ก็เสือกอยู่ซะชั้นบนสุดเลย นี่แหล่ะมั๊งทีนักการเมืองเค้ายังกินงบกันได้เลย ทำไมผู้รับเหมาจะกินงบกันมั่งไม่ได้ เฮ้อ อ้าวไม่เกี่ยวกันนี่เนาะ ก็ไม่รู้แหล่ะปกติก็ต้องด่าคนอื่นอยู่แล้ววันนี้ไม่ค่อยมีใครให้ด่ามั่วด่าเอาก็เเล้วกัน

พอส่งไอ้หมอถึงเตียงได้ ก็จัดการหาน้ำท่าให้มันล้างปากหน่อย เพราะมันอ้วกใส่รถผมด้วย เหม็นบรรลัยจักร เสร็จก็เดินไปเปิดแอร์ เดินไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้ ห่มเสร็จกำลังจะเดินออกนึกขึ้นได้ว่ามันใส่รองเท้านอนแม่บอกว่าใส่รองเท้านอนมันไม่ดี เราอยู่ที่บ้าไม่ได้อยู่ในป่า ให้เกียรติสถานที่หน่อย เราคนไทยอย่าไปทำเหมือนฝรั่งมัน ผมก็เดินกลับไปถอดรองเท้าให้ไอ้หมอ แต่..อนิจจา

.

.

.

.

.

.

.

.

อุ๊บปส์...ไอ้สัตว์หมอ ตีนมึง เจ๊ดเข้ เหม็นกว่ากูอีก แล้วทำเนียนมารักษาตีนกูนะ ไอ้สาดดดดดดดด...

รูปตีนก่อนจะเหม็น

 

 

ปล.1 ไอ้หมอ ถ้ามึงอ่านเอนทรีนี้ มึงคงรู้แล้วนะว่ากูรู้ว่ามึงก็ตีนเหม็นไม่แพ้กูเท่าไร

ปล.2 ค้าเหล้าเมื่อวานที่มึงเลี้ยงหญิงแล้วบอกว่าตังค์ไม่พอน่ะ  กูจ่ายให้แล้ว ทั้งหมดพันห้า มึงคืนกูด้วยล่ะ

ปล.3 ไปหาหมอรักษาตีนซะไอ้สาดดดด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Hot!

เกือบได้สาระแล้วพี่
เขียนซะฮาเชียวนะ
ดีนะเนี่ย...ที่กลิ่นไม่โชยผ่านคอมฯ มาด้วย 55

รีบหาทางรักษานะคะ
จะได้ไปบอกเพื่อนหมอว่าต้องรักษายังไง cry

#1 By me'june on 2008-03-07 21:58

อึ้งไป10วินาที กับมุก สุขภาพ Hot!

#2 By Eddy on 2008-03-07 22:04

แล้วหมอจะมาอ่านไม๊อ่ะ open-mounthed smile

อีกวิธีในหลายๆวิธี
- หลังอาบน้ำหรือล้างเท้า / ขัดเท้าตามกรรมวิธีให้ซับน้ำ เช็ดน้ำออกให้แห้งแล้วทาแป้งฝุ่น
- ใช้ออเรียนทอลปริ๊นซเซส ซิ เป็นสเปรย์ขวดสีฟ้า ไปลองฉีดดูกลิ่นหอมดี question
- รองเท้าหมั่นตากแดด
- ไหนๆก็ได้ตังค์มาแล้ว ซื้อรองเท้าสำรอง จะได้สลับใส่ระหว่างซักเปียก open-mounthed smile

ถ้ามีวิธีอะไรอีกจะแวะมาบอก big smile

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-07 22:09

เท้าใหญ่มากกกกกกกกกก

5555open-mounthed smile

#4 By PaBaJa on 2008-03-07 22:16

เป็นมุกที่มีสาระที่สุดเท่าที่เคยประสบพบเจอมาเลยนะเนี่ย open-mounthed smile

ป.ล. แต่ก่อนผมก็เท้าเหม็นเหมือนกันนะ แต่ไปๆมาๆหายเองซะงั้น sad smile

#5 By UnknowPerson on 2008-03-07 22:18

เอานิ้วหัวแม่้เท้าข้างซ้ายคิดใช่ไหมนั่น มุข สุขภาพ อ่ะ


ปล.ขอโทษที่ต้องพิมพ์แบบนี้นะครับ เขียนเอาฮา
...สุขกะภาพ จ๊าบสุดๆsad smile


สรุปต้องขัดเท้าบ่อยๆชิมิครับ

ขี้เกียจก้มจริง ติดพุง
มุขขั้นเทพHot!

แต่ก่อนก็ตีนเหม็นนะ แ่ต่พยายามรักษาความสะอาด
ตรงง่ามนิ้วเท้าสำคัญ บางที่มันมีเชื้อราอาศัยอยู่
พอเน่าไปเรื่อยๆ หนังแม่งลอกออกมาเป็นแผ่นๆ
ขัดเืท่าไรก็ไม่หมด อันนี้น่ากลัวกว่า
อีกอย่าง ตัดเล็บเอาสิ่งสกปรกในร่องออก
อันนี้เคยทำยัง ลองดู ตอนนี้หนูยกตีนมาดม
รับประกันความไม่มีกลิ่นนะquestion
สุขกะภาพ คิดได้ไงเนี่ย...confused smile

#9 By SkyKiD on 2008-03-07 23:15

ตีนเหม็นเป็นเรื่องธรรมชาติตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตต

(เหม็นกะเขาเหมือนกัน เฮิร์กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก) sad smile
นิดนึง ฮี่ ฮี่

จากภาพน้องตีน เอ๊ะ!!! ต้องสุภาพมั้ยเป็นสาวเป็นนางสาว (สุภาพ หมายถึง สุ = ดี, ภาพ = ภาพนั้นหละจะอะไร หมายความโดยรวม คือ ภาพส้นตีนตัวดี๊ ดี นั่นเอง ชิมิ)

จากการวิเคราะห์ภาพขออนุญาติใช้ "น้องตีน" เพืออัตถรสในการวิเคราะห์

ขนาดของ "น้องตีน" บอกได้ว่า

เจ้าของน้องตีนนี่เป็นคนรูปร่างเล็ก แต่ไม่ผอมนัก เพราะน้องตีนมีเนื้อมีหนังกะเขาเหมือนกัน

เครื่องประดับของ "น้องตีน" บอกได้ว่า

เจ้าของนั้น "อันติ๊ดดดดดด" เอ้ย!!! "เป็นติสสสสส" (พลาดจนได้กรู)sad smile แหม๋!!! เป็นพวงขนาดนั้น (เครืองประดับนะยะ) จะล้างให้แห้งได้ไงกัน อีพวงนั้นมันก็ต้องเปียก ต้องชื้น แล้วหนังเหี่ยว ๆ (สายหนัง) ใช่มั้ยนั้น ส่งกลิ่นแน่นอนเวลาที่เปียกชื้น ดีไม่ดีจะมีคราบขาว ๆ แถมให้อีกด้วย (หมายถึงกรากเกลื่อน อย่าได้คิดเป็นอื่น ---((แต่ตรูคิดไปแย้ววว))sad smile )

จากรูปร่างของ "น้องตีน" บอกได้ว่า

เจ้าของนั้นมี "อวัยวะประจำตีน" ข้างขวาครบถ้วน จะยาว จะสั้น จะขยันซอย เอ้ย!!! ขยันถอยนั้นอีกเรื่อง นึง แต่ที่แน่ ๆ ทั้งห้านิ้วครบ

จาก "อวัยวะประจำตีน" บอกได้ว่า

- เจ้าของเป็นคนใส่รองเท้าเก็บปลายเท้าตีน (แหม!!! สงวนตีนหน้าดู) เพราะนิ้วก้อยของส้นตีน เอ้ย น้องตีนนั้นแนบชิดสนิทแน่นกับนิ้วกลาง และอีกสี่นิ้วก็ไม่มีการเว้นช่องไฟ ยกเว้นน้องโป้งกะน้องชี้ที่ไม่รักกันซักเท่าไหร่ (เว้นไว้เตะตะกร้อเหร้อ)

- เจ้าของเป็นคนรักสวยรักงาม พยายามจะเก็บอาวุธให้อวัยวะของน้องตีน ครบทุกนิ้ว ((เกรงว่าจะเอาไว้เทสสีในงานอันติ๊ดดดด))แหม!!! เล็บยาวเชียว

- จากอวัยวะหลักประจำตีน ที่เรียกว่า อีโป้ง กะอีชี้ ของอีนังน้องตีน ต๊ายยย ลืมตัว ของ "น้องตีน" นั้น นอกจากจะมีเล็บที่เรียวยาวแล้ว ยังมีสีม่วงเล็กน้อย บ่งบอกถึงสุขภาพที่น่าเป็นห่วง (หัวม่วงเชียวแก) sad smile ดังนั้น น้องตีน จึงอุทรณ์ด้วยการส่งกลิ่นอันรันจวน ชวนอ๊วกให้ได้กลิ่นเป็นระยะ ๆ เพราะน้องตีนนั้นเธอเป็นใบ้ พูดไม่ได้ แต่ป่ายหน้า และปะทะลำตัวได้อย่างเดียว

- และจากอวัยวะ หลั๊ก หลัก ประจำตีน "น้องโป้ง" จะเห็นได้ว่ามีลักษณะอ้วนกลม ป้อม แต่ไม่ยาว ขนาดของเล็บเล็ก แต่หัวอูม ประมาณดอกเห็ด บ่งบอกได้ว่าเจ้าของมีขนาดไม่ใหญ่ไม่โตนัก คือ ตัวน่ะ ไม่ใหญ่ไม่โตนัก แต่ สั้น ป้อม ดูจะถ่อมตัว ไม่ค่อยพูด ใบ้รับทาน ถามไร พูดไรด้วย ได้แต่พงกหัว งึกงัก งึกงัก

แต่ถ้าจะให้ดี กรณีนี้ ต้องวิเคราะห์ร่วมกับลักษณะจมูกไปด้วย ว่าโตอะเป่า ฮี่ ฮี่ ฮี่

อ้อ ที่ว่ามาดูจากรูปนะ มิได้ดูจากอย่างอื่นเร้ยยยยยยย สาบานได้ 55555 และไม่ต้องเอาน้องตีนของจริงมาให้ดูใกล้ ๆ นะ เหม็นวะ

วะ ฮะ ฮ่า sad smile

ปล. ที่ไม่รู้ว่าทำไมต้อง ปล.

ขออภัย คอมเมนต์ไม่สุภาพ ลืมสอนมารยาทคีย์บอร์ด sad smile
ลืมติดยศให้ "น้องตีน"

Hot! Hot! Hot!

โทษฐาน "ประจานเจ้าของยอดเยี่ยมแห่งปี"

sad smile sad smile sad smile
อ้อ หลังจากอ่านบทวิเคราะห์แล้ว ไม่ต้องก้มลงไปดูนะ มันเป็นเพียงข้อสันนิฐานเท่านั้น
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
แต่..........ถูก ชิมิ sad smile
เอ่อ เดี๋ยวขอดมของตัวเองก่อน
อุ๊บ..กลิ่นมาดาม

#14 By กวีปิศาจ on 2008-03-08 17:44

555555555+

หนูเครียดอ่ะพี่

#15 By . . JANENy ♬ on 2008-03-08 21:34

เค้าบอกกันว่า...คนเราจะมีความยาวเท้าเท่าหน้า
.
.
ลองทาบดูดิคุณแมง
.
.
อ่อ....อย่าลืม หาอะไรอุดจมูกด้วยนะ
.
.
ไม่ก็....ใส่ถุงเท้าด้วย (คือ...กลัวเท้าบ่นว่า...เหม็นหน้า...อ่ะ)sad smile

#16 By nobody on 2008-03-09 02:48

เขียนซะฮาเลย
โดยเฉพาะ สุขกะภาพ
คิดไปด้ายยย
Hot!

#17 By ~memay~ on 2008-03-09 14:29

เปนทั้งคนไข้ทั้งหมอ แล้วใครจะหาย ฮ่ะๆๆๆ

อ่านเพลินๆดีนะค่ะ ตลกดีๆ
Hot!

จริงๆกินของดีๆ กินผัก ขับถ่ายออกดีๆ
เท้าจะหายเหม็นนะค่ะ จริงๆ
ถ้าผมเป็นทั่นสมัคร เฮ้ย!! ท่านผู้สมัคร
ผมคงปลื้มปิติกับความกตัญญูซื่อสัตย์ของพี่มั๊กๆเลยกั๊บ
มุกสุขภาพอาเฮียเตี้ยมาเล่าให้ผมฟังกร๊ากมั๊กๆ
ไปขอค่าลิกสิทขิ์จากอาเฮี้ยเตี้ยได้เลยนะคับ
(เล่ามุกกู จ่ายมาก่อน 2 บาทconfused smile )
ตรงปล.3 พี่ไม่บอกให้ เพื่อนพี่ช่วยตัวเองละกร๊าบบconfused smile (หมอรักษาตีนหมอเอง คริ คริ คริ)
และ เอ่อ คุณ คห.11 sad smile
จะเม้นเอารางวัลโนเบลเหรอคับ?confused smile

#19 By seaugpor on 2008-03-10 13:25

อุ้ย ลืมจิ้ม
วันนี้เด็ดมาก ร้อยเอก คับ
Hot! Hot! Hot! confused smile

#20 By seaugpor on 2008-03-10 13:25

คะยั้นคะยอใหเกูมาเม้นท์ไอ้เรื่องตีนเหม็นเนี่ยนะมึง....กรำ
แต่ก็มันส์ดีว่ะ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้คุยกะมึงเลยว่ะ(ไอ้ตีนเหม็น) เจอกันคราวหน้าก็อย่าถอดรองเท้าล่ะมึง...กูเสียว

#21 By Pretty - Mink (202.139.223.18) on 2008-03-10 21:53

ขอยาดนะเค้อ คุณพรี่เค้อ ขอยาดตอบตัญหา เอ้ย ปัญหา

จาก ฝึกไว้ให้เนียน ก่อนเรียนถาปัด ภาค 3
http://archmania.exteen.com/20080310/entry/page/1#lastcomment

#9 By แมงกลิ้งขี้ (ขอยาด)

ถ้าเรียนไปปวดหัวมีผัวดีกว่า งั้นผมขอถามว่า อาจารย์อั๊กมีผัวหรือยังครับ ถ้ายังนี่แสดงว่าตอนเรียนไม่ปวดหัวใช่มั๊ยครับ ก๊ากกกกก

คอลัมป์น้องสายลมฯ ตอบปัญหาคาตริน เอ้ย คาใจ

จากการที่แอบดูที่รูเดิมอยู่นาน น้องสายลมฯ ขอยาด ตอบปัญหาคาจายยยยย ของคุณพรี่แม่ง เอ้ย แมงฯ ดังนี้นะเค้อ


เรียนไปปวดหัวมีผัวดีกว่า

กรณีมีผัว

หมดข้อซักถามแสดงว่าเรียนแล้วปวดหัวเจิง ๆ จึงรีบมีผัวซะงั้น เผื่อจะใช้มันแทนยาทามมมมจายยยยย แก้ปวดหัวหายสนิทติดใจไปนาน เอ้ย ติดทนนาน

กรณีนี้ ปริญญามิได้ แต่ได้ใบถูกขี่ เอ้ย ปริญญาใจ แม๊ มิใช่ ทะเบียนสมรส สมรัก คำสิงห์ วุ้ย!!! พลาด ๆ ขานี้ถึงกลัวเมียแต่ก็หมัดหนักอยู่ดี เห้อออออ

กรณีมิมีผัว

ซึ่งอาจแสดงนัยได้ว่า ได้ทำการเปรียบเทียบราคา คุณภาพ ปริมาณ ดูเป็นอย่างดีแล้วว่า เรียนไปปวดหัว มีผัวปวดกว่า ก็เลยยังไม่เอาดีทางมีผัว ((ดีไม่ดี อาจจะพิจารณามีเมียไปเลยก็ได้ เห้อ ผู้ชายตลาดใกล้วายเต็มทีและ))

กรณีนี้ สละใบถูกขี่ เอ้ย ใบทะเบียนสมรส ไปชดใบปริญญา อิอิอิ

เอวัง ด้วยประการฉะโน้น

คติพจน์วันนี้

อยู่คาคานให้ผู้ชาย เสียดายเล่น

คติพจน์มะวาน

หากโลกนี้ ไร้ชายที่ควรเชย
อย่ามีคู่เสียเลย จะดีกว่า

คติพจน์ มะรืนนี้

โสดสนุก เป็นสุขบนคาน

คติพจน์ มะเรืองนี้

สาวเอ้ย อย่าใส่ใจ หากชายมีย่อม "ทอม" ยังมี

วะ ฮะ ฮ่า

sad smile sad smile sad smile
คุณฟามเห็นที่ #19 By seaugpor เค้อ

เก็บปากไว้รับทานเพดดีกรีดีมะเค้อ

หรือจะเอารางวัล โนบวม ปรึกษาได้

รับประกันความเสียหาย บุบสลายตามตามกัน

tongue tongue tongue
ไม่ยักกะรุ้ว่าเหงื่ออกเท้าได้เยอะแบบนี้นะเนี่ย

ไหน ๆ ก็ลองน้ำอุ่นละ ไม่ลองน้ำเย็นมั่งเหรอครับ มั่วเอาดู confused smile

#24 By ต้นหอม (124.120.12.239) on 2008-03-11 16:23

โยนแป้งลงไปเลยพี่

ได้แป้งกันตีนเหม็นมา มองเผินๆมันก็แป้งธรรมดานี่หว่า -*- ขายตั้ง 50
หมายเหตุ: หมอมั่วนี่มั่วอะไรฮะ... - - อยากรู้จิ๊ดๆ
ทรีน.. ใหญ่เจง ๆ

sad smile

#27 By rinn on 2008-03-12 14:57

ตีนเล่นของอะดิ...สายสิน เต็มเชียะ

#28 By สาวแบงค์ on 2008-03-12 16:25

สุยยอดครับ ขนาดตีน ยังหล่อเลย 555+

#29 By jib (117.47.64.226) on 2008-03-15 15:38

สุขภาพ....ฮาคว่ำเลยครับsad smile

#30 By hollow on 2008-04-09 17:57