หายไปนานเลยครับ ประมาณ 10 กว่าวันเห็นจะได้เนื่องจากมีธุระไปทำคดีความ เรื่องอะไรขี้เกียจเล่าแล้ว อยากรู้ไปดู ที่นี่ <<< จิ้มโลด

    อีกเรื่องที่หายไปก็เพราะ "ซิปติด" เดี๋ยวเอาไว้เล่าเอนทรีหน้า เล่าตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวหมดมุก พักนี้ยิ่งมุกน้อยๆ อยู่ หลังจากที่ปล่อยไปเยอะ (เวร ใช้ไม่ดูสต็อค)

    เอาล่ะเข้าเรื่อง ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วๆ ไปคงเคยเจอกับอาการที่น่าโบ้กบาลแบบนี้ ผมก็ไม่เข้าใจว่า พี่จะทำแบบนั้นไปทำไมครับ

    1. เขย่ารถขณะเติมน้ำมัน เมื่อวันพุธที่ 30 มกราคม มีโอกาสได้ไปเที่ยวบางกอกกับเพื่อน ก็ไปเที่ยวตามสถานบังเทิงโจ๊ะตึงๆ ต่างๆ หลังจากที่ผมเมาพับไปเรียบร้อย ผมก็ส่งกุญแจรถให้เพื่อนขับ ใช่! ผมเป็นคนดีครับ เมาไม่ขับ (เพื่อนมึงก็ไม่ได้เมาน้อยไปกว่ามึงหรอก) ขากลับเพื่อนสาวหลายๆ คนขอติดรถกลับด้วย ที่นั่งด้านหน้าจึงไม่พอ ผมเลยอาสาไปนั่งที่กระบะด้านหลัง (เป็นรถกระบะสี่ประตูครับ ชื่อ น้า วรา NAVARA) เพราะกลัวอ้วกใส่รถตัวเองด้วย ขับไปซักพักนึงเพื่อนมันตะโกนออกมาบอกว่าน้ำมันจะหมด จะเติมมั๊ย ผมก็บอกว่าเติม "แวะปั้มที่มีเซเว่นด้วยกูจะเเดกมาม่า" พอถึงปั๊ม ผมก็บอกว่าเต็มถัง เสร็จแล้วก็ไปซื้อมาม่ามากินที่รถ ระหว่างที่กำลังซดมาม่าด้วยความเมานั้น ก็เกิดอาเพศ รถผมมันสั่นเบาๆ ทีนึง ตอนแรกผมคิดว่าแม่ย่านางรถคงไม่ชอบให้เอาอาหารมากินบนรถ แต่ด้วยความเมาเลยตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป (ช่างแม่..ง กูจะแดก)  แต่คราวนี้มันแรงขึ้นกว่าเดิม หันไปมองข้างๆ เห็นเด็กปั๊มมันเขย่ารถอยู่ ผลก็คือ หกครับ ลวกปาก ลวกหัวนมซะแดงเถือก ผมก็เลยถามไอ้เด็กปั้มว่า "มึงจะเขย่ารถทำไม เห็นมั๊ยเนี่ยกูแดกมาม่าอยู่ หกหมดเลยแสรดดด" ไอ้เด็กปั๊มมันบอกว่าเขย่าให้น้ำมันมันลงถัง ดูเหตุผลมันครับ ไอ้สาดดด มึงเรียนวิทยาศาสตร์หรือวิทยาแสรดดดมาวะเนี่ย มึงรู้มั๊ยว่า สถานะของน้ำมัน มันเป็นของเหลว แล้วมึงรู้มั๊ยว่าตัวมึงที่เดินอยู่กับพื้นได้เนี่ย เพราะว่าแรงดึงดูดของโลก ดังนั้น เวลามึงเติมน้ำมัน มึงก็ไม่ต้องเสือกไปเขย่าหรอก เพราะยังไงมันก็ไหลลงไปข้างล่างอยู่ดี 

    2. ไฟเลี้ยว อันนี้มีหลายกรณีมาก เท่าที่ผมเจอมาก็มีดังนี้ครับ

     เปิดไฟเลี้ยวซ้ายขณะจะเข้าวงเวียน พอจะนึกภาพออกกันมั๊ยครับ โดยทั่วไปวงเวียนมันจะเป็น สี่เเยกแล้วมีอนุสาวรีย์มาตั้งกั๊กไว้ตรงกลาง เพื่อให้ขับยากขึ้นมาอีกนิด (ปกติสี่แยกธรรมดาก็ชนกันวินาศสันตะโรอยู่แล้ว ยังเสือกมีอนุสาวรีย์มาตั้งอีก) คือเวลาที่เราจะเข้าวงเวียนเนี่ย เราจะต้องเลี้ยวซ้ายไปตามทางก่อนนิดนึง แล้วจึงหักขวาเข้าวงเวียน หรือในกรณีที่รถว่างๆ ก็ทิ่มเข้าไปตรงๆ เลยก็ได้ไม่ว่ากัน  แต่ทีนี้เรื่องเปิดไฟเลี้ยวซ้ายนี่แหล่ะครับ มันทำให้ผมคิดว่ามันจะออกซ้าย ประมาณ (สมมติ) ว่า วิ่งมาจากราชวิถี แล้วจะเลี้ยวซ้ายออกพหลฯ แต่มึงเสือกเข้าวงเวียน จะไปพญาไท  มึงจะเปิดไฟเลี้ยวซ้ายทำไมครับ ถ้ามึงจะเข้าวงเวียน แสรดดดดด นี่มึงซื้อใบขับขี่มาเท่าไหร่เนี่ย

    เปิดไฟเลี้ยวขณะแซง ผมขับตามรถคันนึงในถนนสองเลน พี่คันข้างหน้าเค้าวิ่งขวา ผมก็วิ่งขวา แต่ทุกครั้งที่พี่เค้าขับผ่านรถคันอื่นที่วิ่งอยู่ทางซ้าย เค้าจะเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้ง (แหม่ ..มารยาทดีจริงๆ) เข้าใจครับ เปิดไฟเลี้ยวเพราะจะเเซง แต่นี่มึงอยู่เลนขวา มึงจะเปิดไฟเลี้ยวหาผัวแ่ม่มึงเหรอครับ แล้วยิ่งเวลาพี่เค้าเปิดไฟเลี้ยวตอนที่ อีก 100 เมตรข้างหน้ามันเป็นยูเทิร์น ผมก็หักออกซ้ายเพราะคิดว่าแม่งจะยูเทิร์น แต่พอออกไปแล้วแซงยังไงแม่งก็ไม่ขึ้น เพราะแม่งไม่ได้เลี้ยว แล้วแม่งก็เสือกเร่งเเข่งกับผมอีก (กูล่ะเซ็ง)

    เลี้ยวปุ๊บเปิดไฟเลี้ยวปั๊บ เคยเจอมั๊ยครับ ไอ้พวกนี้น่าโบ้ให้หัวดุ้ง คือตอนที่มันหักพวงมาลัยปั๊บ นิ้วมือมันก็จะกางออกโดยอัตโนมัต เพื่อที่จะได้ไปโดนไฟเลี้ยวพอดี (เชี่ย ... มึงไม่เลี้ยวไปก่อนเเล้วค่อยเปิดไฟเลี้ยวล่ะแสรด)

    3. ทดลองฝึกใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรค อันนี้ำทำได้เฉพาะรถเกียร์ออโตเมติกเท่านั้นนะครับ ใครอย่าทะลึ่งใปฝึกกับเกียร์ธรรมดาล่ะ ปกติรถเกียร์ออโต้จะมี Pedal อยู่สองอันคือ คันเร่ง และเบรค ก็คือทำมาเพื่อใ้ห้ใช้ขับด้วยตีนขวาข้างเดียว แต่มันมีคนอยู่ประเภทนึง (เพื่อนผมนี่แหล่ะครับ) มันใช้ตีนซ้ายเหยียบเบรค ตีนขวาเหยียบคันเร่ง สรุปก็คือหัวทิ่มครับ เพราะการที่หัดขับด้วยเกียร์ธรรมดามาก่อน ตีนซ้ายมีหน้าที่เหยียบคลัชท์อย่างเดียว จึงทำให้มีพลังของตีนเยอะกว่าตีนขวา และเมื่อพอเอาตีนซ้ายมาเหยียบเบรค มันเลยทำให้หัวทิ่ม ผมเคยถามมันว่ามึงจะเอาตีนซ้ายเหยียบเบรคทำไม มันบอกผมว่า เพื่อเป็นการใช้ตีนทั้งสองข้างให้คุ้มค่า โถ..พ่อคุณ รถเค้าทำมาเพื่อให้ขับตีนเดียว ถ้ามึงกลัวตีนอีกข้างจะฝ่อ เพราะไม่ได้ใช้ มึงก็เปิดเพลงดังๆ แล้วนั่งกระดิกตีนไปก็ได้

    4. เปลี่ยนเกียร์ อันนี้เคยเจอพี่สาวของเพื่อนขับ แต่ไม่กล้าถามว่าเพราะอะไร คือพี่สาวของเพื่อนผมเวลาลดเกียร์จากเกียร์ห้า มาเกียร์สองเนี่ย คุณพี่เค้าจะ เข้า เกียร์ 4 แล้วมา 3 แล้วค่อยมา 2 แล้วระหว่างเปลี่ยนเกียร์นั้นพี่เค้าก็จะปล่อยคลัชท์ออกทุกครั้ง คือประมาณว่า จากเกียร์ห้ามาสี่ปล่อยคลัชท์ออกเหยียบคันเร่งหน่อยนึง เหยียบคลัชท์ใหม่ เข้าเกียร์สามปล่อยคลัชท์เหยียบคันเร่งหน่อยนึง ทำแบบนี้ไปจนถึงเกียร์สอง  ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไล่มาทีละเกียร์แบบนั้นด้วย ในเมื่อมันเปลี่ยนจากห้ามาสองได้เลย เวลาจะจอดรถก็เหมือนกันครับ จากเกียร์สอง ต้องเข้าเกียร์หนึ่งก่อน แล้วค่อยใส่เกียร์ว่าง  หรือว่ามันเป็นการถนอมรถอย่างนึง ใครรู้บอกผมด้วย

    5. เครื่องเสียง เคยเจอไอ้พวกนี้มั๊ยครับ ผมล่ะโคตรเกลียดแม่งเลย ไอ้พวกรถแต่งสวยๆ เครื่องเสียงดังๆ น่ะ คือผมไม่ว่าหรอกครับ ใครอยากจะเปิดดังเท่าไหร่ก็เปิดกันไป ก็เปิดในรถพวกมึงน่ะ แล้วมึงก็ตะโกนคุยกันในรถไป แต่ทำไมพวกมึงต้องมาเผื่อแผ่ชาวบ้านเค้าด้วย ไอ้ประเภทขับช้าๆ เปิดกระจก เปิดเพลงดังๆ  ติดท่อเฮดเดอร์เสียงดังๆ เนี่ย มึงรู้รึเปล่าว่าชาวบ้านเค้าไม่ได้นิยมพวกมึงเลยนะน่ะ แต่เค้ากำลังสรรเสริญบรรพบุรุษพวกมึงอยู่ ไอ้Chipหาย! แล้วเพลงที่เปิด ถ้าช่วงนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพลงอกหัก ของบอดี้สแลม มึงไม่ต้องไปบอกเค้าก็ได้ว่าชีวิตมึงโดนทำร้ายมา หรือว่ามึงโดนทำร้ายมาแล้วมึงไม่รู้จะไปแก้แค้นกับใคร ก็เลยมาทำร้าย (ประสาทหู) ชาวบ้าน ไอ้เชี่ย!

    6. ขับรถคุยโทรเฉาะ เอ๊ย! โทรศัพท์  ธุระอะไรนักหนา ถ้าจะคุยจอดรถก่อนดีมั๊ยครับ มือซ้ายถือโทรศัพท์ มือขวาจับพวงมาลัย ตีนขวาเหยียบคันเร่ง ตีนซ้ายคอยเหยียบคลัชท์/เบรค (ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็กระดิกตีนไป) หูก็ฟัง ปากก็พูด พอจะเปลี่ยนเกียร์ทีนึง ก็เอาไหล่หนีบโทรศัพท์ไว้กับหัว แล้วเอามือไปเปลี่ยนเกียร์ นี่มึงจะเทพเกินไปแล้ว แสรดดด ระวังนะครับใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ถึงจะใช้สมอลทอล์คก็เหอะ สมาธิมันจะไปอยู่กับการโทรศัพท์ การตัดสินใจมันจะช้าลง เกิดขับไปชนคนอื่นนี่ซวยตายห่าเลยนะครับ

    7. ขับรถคุยกัน นี่ครับต้องแบบนี้ ขับคุยโทรเฉาะ เอ๊ย!โทรศัพท์ (มึงจะเอาฮาไปถึงไหน) ยังไม่เท่าไร เคยเจไอ้พวกนี้มั๊ยครับ บนถนนสองเลน คันนึงอยู่ซ้าย อีกคันอยู่ขวา ขับคู่ขนานกันไปด้วยความเร็วเท่าๆกัน อยากรู้ว่าพวกมึงขับรถคุยกันรึไงวะ แล้วก็ไ่ม่ได้ดูเลยว่ารถคันข้างหลังเค้าไปไม่ได้ หลังพวกมึงสองคันเนี่ยติดยาวเป็นกิโล ส่วนข้างหน้ามึงนี่โล่ง แล้วอีกอย่างครับแม่งขับช้าโคตรๆ ประมาณว่าเต่ากัดยางได้เลยครับ

     8. นอนขับ ปรับพนักพิงเอนลงมากกว่า 45 องศา โอ้โฮ พี่จะมองเห็นทางมั๊ยครับนั่น เวลาจะมองข้างที ต้องมองผ่านประตูด้านหลัง เพราะเอนลงมากหัวมันค่อนไปทางเบาะหลังแล้ว แล้วการนอนขับแบบนี้ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เข็มขัดนิรภัยก็ช่วยมึงไม่ได้เลยนะครับ เวลาผมนั่งไปด้วยล่ะเสียวชิบหาย มานี่เลยอยากจะนอนนักมานั่งที่กูนี่ เดี๋ยวกูขับให้ สาดดดดด

    9. แต่งหน้า ผมไม่เข้าใจว่าทำไมสตรีเพศ ถึงได้ห่วงสวยนักเวลาขับรถ ขับไปพอติดไปแดงปั๊บ เขียนคิ้ว เอ้าเขียนๆๆๆๆ อ้าวเฮ้ย! ไฟเขียวแล้ว ขับต่อ แม่งเอ๊ย เพิ่งเขียนได้ข้างเดียว ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้างต่อไปเอาเเยกหน้า ติดไฟแดงอีกแล้ว เอาอีกข้างนึง แยกนี้นานหน่อย ได้ปัดแก้มด้วย เดี๋ยวแยกโน้นค่อยทาปาก ขับไปถึงที่ทำงาน ลงรถมาดูไม่ได้เลย สาวๆครับ ในรถน่ะมืดก็มืด กระจกก็อันนิดเดียว อยากสวยทำไมไม่แต่งก่อนออกจากบ้านล่ะครับ หรือถ้ากลัวไปทำงานไม่ทัน ก็ตื่นเช้าๆกว่านี้หน่อยก็ได้ครับ ไม่ก็ไปถึงที่ทำงานแล้วค่อยแต่งก็ได้

    10. ด่า เวลาเราขับรถ เจอคนขับปาดหน้า เราก็ย่อมอารมณ์เสียใช่มั๊ยครับ แล้วก็อยากจะด่า แต่เวลามึงตะโกนด่าน่ะ ไอ้คันที่ปาดหน้ามึงมันไม่ได้ยินหรอก กูนี่แหล่ะได้ยิน เต็มสองรูหูเลย ทั้งไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ และอีกหลายอย่าง รวมไปถึงการมีเซ็กซ์กับบุพการีด้วย เคยด่าเพื่อนไปหลายครั้งว่าทำไมมึงต้องไปด่ามันด้วย แม่งไม่ได้ยินที่มึงด่าหรอก แต่ก็ไม่เคยเป็นผล พักหลังเลยใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง เวลาที่นั่งรถไปกับมัน แล้วมีใครปาดหน้า ผมจะยุให้มันขับรถตีคู่ แล้วผมจะเปิดกระจกด่าไอ้คันที่ปาดหน้ามันให้ ผมด่าจริงนะเอ้า แจกกล้วย () ด้วย คือจริงๆแล้วผมไม่ได้เก๋าหรอกครับ ถ้าผมเก๋า ผมตายตั้งแต่สามขวบแล้ว แต่ที่ใช้วิธีนี้เพราะให้อีกคันมันจำทะเบียนรถเพื่อนไว้ เวลาเจอที่ไหนจะได้ตีถูกตัว ตอนนี้เพื่อนผมมันสงบปากไปเยอะแล้ว เพราะเก๋าจัดไงครับ ไปเจอของจริงเข้า วันนั้นเพื่อนผมมันเมาขับรถปาดหน้าเค้าแล้วบอกให้จอดรถ พอจอดรถเสร็จมันเดินถือขวดเหล้าที่เหลือจะไปตีเค้า แต่พอไปถึงไอ้เจ้าของรถคันนั้นมันเสือกชักไม้อันเบ้อเร่อ ออกมา ไอ้เพื่อนผมหัวไวไงครับ แม่งบอก "พี่...กินเหล้ากัน" สุดท้ายโดนตีหัวแตก

 

 

 

 

 

ปล.1 ขับรถดี มีน้ำใจ ภัยไม่มี

ปล.2 อย่าดื่มเหล้าขณะขับรถ เพราะมันจะไม่ถนัด และจะทำให้เหล้าหก

ปล.3 การขับรถทำให้ความสามารถในการดื่มสุราลดลง

ปล.แถม เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าผมซวยจับได้เบอร์ 20 ของเอ็ดดี้จริงๆ

 

ดูหน้าสิ  ดูยิ้มเยาะเย้ย ประมาณว่าสมน้ำหน้ามึง เสือกจับได้ใบกู ฮ่า ฮ่า ฮ่า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เครื่องเสียงนี่เจอบ่อยมากๆเลยครับโดยเฉพาะแถว
หอพักใน ม.พายัพ ดึกๆดื่นๆ พวกมันไปแดรกเล่ากันมา
กลับมา สักตี 2-3 เกือบจะทุกวัน

เปิดเพลงตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยโน่นแน่
คิดเอาไว้ตั้งหลายทีแล้วนะว่าจะเอาขวดโซดาปารถมัน

แต่เนื่องด้วยผลจากอาการง่วงนอน ก็ได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลยไปซะอย่างง๊านconfused smile

ไม่ทราบว่าเจ้าของบล็อคมีวิธีจัดการเจ๋งๆมั้ยครับ
จะได้เอาไปลองใช้ดูบ้าง ฮ่าๆconfused smile

#1 By robocon on 2008-02-10 14:21

ฮา ทุกข้อ แต่ข้อ 3 เคยบอกว่าคิดไว้อยู่เหมือนกันแต่ยังไม่เคยลอง อ่านแล้วไม่ลองดีกว่า cry

ได้ของเอ้ดยังดีกว่าได้ 95 ซวยไม่รู้จบนะ 555+

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-02-10 14:45

หุๆ นึกว่าจะมีแต่ผมคนเดียวที่กำลังจะทำเอ็นทรี "โบ้หัวคนไร้มารยาทบนถนน" เสียอีกนะเนี่ย

เอ๋.... ไปทำคดี ท่าทางพี่จะทำงานสายทนายนะเนี่ยsad smile (ผมเองก็เรียนสายนิติศาสตร์มาเหมือนกัน)

จะว่าไงดีล่ะ ผมขับรถทุกวันมากๆ ไหนจะต้องเอารถตัวเองไปขับ หรือจะต้องเอารถลูกค้าไปส่ง ไหนจะต้องขับรถให้พ่อแม่อีก ให้ตายเซ่ ไม่มีวันไหนเลยที่เราขับรถบนท้องถนนแล้วจะมีอารมณ์ดีกับเขาบ้างเลย ก็เพราะคนขับรถที่ไม่ค่อยจะมีมารยาทบนถนนกันมั่งเลย แม้กระทั่งคนเดินถนนก็ตาม เหอๆsad smile

กะว่าเดี๋ยวหาเรื่องมาอัดวีดีโอพฤติกรรมไม่ควรทำใส่บล็อคกันไหมเอ่ย หุๆ

ผมอยากจะเสนอเรื่องนึง ที่มันน่าโบ้หัวคนขับรถด้านหน้ามากๆ

"ขับช้าแต่กั๊กเลน"

มันเกิดเรื่องเมื่อสองสามอาทิตย์ และเจอบ่อยมากๆเวลาที่ผมต้องขับรถช่วงเย็นๆแถวๆรังสิต ผมเองก็ต้องรีบๆวิ่งไปส่งของให้ลูกค้า ทีนี้ ระหว่างขับรถอยู่ดีๆ เอ้.... ทำไมการจราจรมันช้าๆหว่า หรือว่าจะมีรถติด ไอ้เราก็ทนต่อไปๆมาๆ (มุดไปหน่อยๆ) สุดท้าย อพิโธ่! มันช้าเพราะว่ารถคันเดียว ขับอืดเป็นเต่า แถมปาดเลนไปๆมาๆ อยู่ก้ำๆกึ่งๆระหว่างเลน มันน่าลงไปโบ้หัวยิ่งนัก (ผมก็แกล้งมันคืนด้วยการจี้ตูดใส่ก่อนจะหักเลนออกไปตอนเจอเลนว่างพอให้เลี้ยว)

และก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือ "แช๊ดรถสั้นๆ" อันนี้เจอเมื่อวาน กำลังจะนั่งรถเมล์ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่สีลม หน้าบ้านเลยทีเดียว ก็รู้อยู่ว่ารถซิ่ง รถแรง (ตรงไหน ฟังเสียงเครื่องก็แค่วางเครื่องมาเดิมๆ ใส่ของนิดเดียว มาดูซะเหมือนรถแรง) แต่ไปเทสรถผิดที่ผิดทาง เพราะว่ามันไปกดที่หร้าโรงพยาบาล!!!sad smile

เลยแช่งว่าให้มันเบรคไม่อยู่ แล้วมันเบรคไม่อยู่ไปเสยท้ายรถ (ก๊าก ฮ่าๆๆๆๆๆ)confused smile
ชังน้ำหน้าไอ่พวกเครื่องเสียงที่สุด

ว่าแต่ เซียมซีน่ารักโน้วววว open-mounthed smile

#4 By Eddy on 2008-02-10 15:32

big smile เออนะ แต่ไอ้ "นอนขับ" กะ "เปิดไฟเลี้ยวขณะแซง" นี่ยังไม่เคยเจอน่ะ

ส่วนใหญ่จะรำคาญพวกขับช้า(มากๆ) แล้วเสือกอยู่เลนขวา และวิ่งตีคู่ไปกับรถในเลนซ้าย แง่ง ไม่ได้มองหลังเล๊ย ว่าติดกันชิกหายHot!

#5 By กมลหนุ่ม on 2008-02-10 15:37

วิธีแก้ : ให้พกตำหนวดไปนั่งเป็นเพื่อนซักคนฮะ
555+

ชอบ เขียนได้ดี

#7 By เอกน้อย on 2008-02-10 16:30

จ๊ะเอ๋!!! Blog ที่เขียนมาฮาๆๆ ดีconfused smile
แต่มีข้อ10อยากจะให้มีประสบพบเจอด้วยตัวเอง
พฤติกรรมเนี้ยcry คนที่อยู่หลังพวงมาลัยเค้าเป็นกานเกือบทั้งนั้น(ก็ไม่ใช่ทุกคนงั้ยที่เป็น) แต่ี่ส่วนมากที่เจอก็มักจะเป็นกันอย่างเนี้ย
ถ้า็ไม่เข้าใจว่าทำมั้ยจะต้องแบบ ต้องลองดูนะ
ปล.ยิ่งถ้าขับรถเองแล้วเจอใครมาปาดหน้าหรือทำพฤติกรรมขับรถแบบกวนทีนนะ
โหหห ฮิ้วววว (รับประกันความสบท ไม่อะไรก็อะไรแหละออกมาเต็มมมม)

#8 By jun_taa@hotmail.com (125.26.157.81) on 2008-02-10 16:42

555+ เป็นจริงทุกข้อ

#9 By Phat on 2008-02-10 16:55

กร๊าก ขำอันสุดท้าย "พี่...กินเหล้ากัน"
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

#10 By พัดทอง on 2008-02-10 17:21

555 โดนใจจริง เอ็นทรี่นี้ confused smile Hot!

#11 By ปิงกรู on 2008-02-10 17:31

ฮา!
เคยลองใช้เท้าซ้ายเบรค, หัวทิ่มเหมือนกัน ไม่รู้ลองทำไม

เหียกกว่านั้น ตอนเด็กขี่มอเตอร์ไซค์, ลองสลับมือซ้ายมาจับคันเร่ง, ล้มกลิ้งทันที อยากต่อยตัวเองที่สุด โง่นัก

big smile

#12 By chubbyhole on 2008-02-10 17:47

555+
อ่านแล้วขำจนปวดท้องเลย

ปล. เรื่องแต่งหน้า มันรีบน่ะ ไม่มีเวลา (พี่สาวเราบอกมา)

#13 By ~!!!EstelioN!!!~ on 2008-02-10 18:14

กรณีไฟเลี้ยวเนี่ย.....
เจอพวกไม่เปิดแล้วเลี้ยวอ่ะ..

#14 By †:.Sesary.:† on 2008-02-10 18:47

ฮาตรงได้เบอร์ 20 นี่แหละ 55555+

#15 By azlaz on 2008-02-10 19:29

โอ้ยยยย ฮา


ทุกข้อเป็นประเภทที่เจอกระจำ เซง

#16 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-02-10 19:30

ไอ้ไฟเลี้ยวเนี่ย ตัวดีเลยคุณแม๊งงงงง
.
.
เปิดไฟหลังเลี้ยวนี่ เริ่มทำใจได้ รู้แนวแล้ว
(ได้ข่าวว่าพักหลังนี่เลี้ยวไปได้ 100 กว่าเมตรค่อนเปิดไฟเลี้ยวนะ........กลัวหาว่าไม่บอก)
.
.
แต่ไอ้พวก...........อยู่เลนกลาง เปลี่ยนเลนซ้ายแต่เปิดไฟขวา....อยากปาดขวา แต่เปิดไฟซ้าย แล้วมาทำจ่อๆ ...พอให้ปาดเข้ามาเจือกเบรก
.
.
.
เซ็งห่านมั่กมากsad smile

#17 By nobody on 2008-02-10 21:09

กร๊าก ตลกมากๆ อยากได้อีโมคอนนิ้วกลางบ้างง่ะลูกพี่ Hot! Hot!

#18 By 4201352 on 2008-02-10 21:09

เปิดไฟเลี้ยวขวาขณะอยู่เลนขวา น่าจะเป็นสัญญาณของรถบรรทุกคันใหญ่ๆ เวลาวิ่งนอกเมืองครับ (ขออนุญาตใช้น่าจะ เนื่องจากไม่ 100% ไว้จะค้นคว้าอ้างอิงอีกที) สำหรับเวลาเค้าจะแซงออกขวา แล้วต้องการบอกคันหลังว่าเค้าแซงอยู่นะ อีกแป๊บเค้าจะหลบให้ พอได้ระยะ เค้าจะเปิดไฟเลี้ยวซ้ายให้ เพื่อส่งสัญญาณให้คันหลังเตรียมเร่งแซงได้ครับ เนื่องจากเค้าคันใหญ่ กลัวว่าบังเรามิดจนเรามองไม่เห็นข้างหน้า

เช่นเดียวกับเวลามีเหตุฉุกเฉิน หรือสิ่งกีดขวางด้านหน้า ที่เค้าต้องการให้คันหลังระวัง เค้าก็จะเปิดไฟเลี้ยว ซ้าย(สลับ)ขวา ให้

ทุกวันนี้ ผมขับรถก็เจอสัญญาณข้างบนบ่อยๆ ในลักษณะแปลกๆ อย่างที่คุณแมงกลิ้งขี้บอกเนี่ยล่ะครับ ยังสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่ามันจะเปิดทำไมวะแสรดดดbig smile

#19 By ตัวอู้ on 2008-02-10 21:12

เอ่อะ... เป็นทุกคนเลยค่ะข้อ 10
คนที่อยู่ด้วยพาลอารมเสียไปด้วย

คนเราขับรถเป็นแล้วจะปากจัดขึ้นค่ะ ผู้หญิงยังเป็นเลย

#20 By ❉ ©ß♥Kª ®uM ❉ on 2008-02-10 21:27

เคยเจอมาเกือบครบทุกแบบที่ว่ามาเลยค่ะ
ยกเว้นนอนขับยังไม่เคยเห็น
ส่วนเรื่องเปลี่ยนเกียร์นี่ไม่เข้าใจเพราะขับรถไม่เป็นค่ะ
อ่านแล้วสนุกดีนะคะบล็อกนี้ ชอบค่ะbig smile

#21 By eeddy(อี๊ด) on 2008-02-10 21:37

ข้อสุดท้ายเพื่อนที่ปากไวนะ(เปลี่ยนจากหาเรื่องเป็นชวนกินเหล้า)
แต่หัวไม่ไว(หลบไม้ไม่ทันหัวแตกเยย)
confused smile confused smile confused smile
Hot!

#22 By seaugpor on 2008-02-10 23:17

ก๊ากก

#23 By book on 2008-02-11 00:02

เต่ากัดยาง... เต่ากัดยาง...

โอ้วว ทึ่ง

#24 By Choco on 2008-02-11 00:06

อะโหะ...โดนทุกข้อเลยค่ะ
ที่ถนนแถวบ้านมีครบถ้วนทุกข้อให้เลือกสรรจริงๆ

โดยเฉพาะข้อสิบ อันนี้ตัวเองก็เป็นนะ แหะๆ cry

คาดว่าพวงมาลัยรถมีผลทำให้ต่อมก้าวร้าวทำงานได้ดีขึ้น ฮ่าๆๆๆ

แต่เรื่องเขย่ารถตอนเติมน้ำมัน อันนี้เคยคุยกับเพื่อนๆเหมือนกันค่ะ
เห็นบางคนบอกว่า พวก taxi จะชอบเขย่า (ตอนเติมแก๊ส)เพื่อให้มันนองก้นเร็วขึ้น จะได้มีที่ว่างไว้เติมเยอะๆ
ออกแนวโกงปั๊มนิดๆหน่อยๆ ว่างั๊น sad smile
แต่บางคนมันก็บอกว่าปั๊มมันให้เด็กไปขย่มๆรถ เพื่อให้น้ำมันในถังกระเพื่อมขึ้นลงเยอะๆ จะได้เต็มเต็มถังไวขึ้น
อันนี้ออกแนวโกงลูกค้าเช่นกัน เหอๆ sad smile

ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วมันเพราะอะไร
แต่ไอ้ที่ขึ้นไปขย่มๆรถทั้งหลายนี่เห็นทีไร ฮาทุกที ทุเรศตาเกินไปแล้ว ฮ่าๆ cry


ปล. เซียมซีอย่างฮา...น่าร๊ากกกไปไหน? เอิ๊กๆๆ cry

#25 By Karyou-chan on 2008-02-11 10:44

เจอไอ้ที่ขอบเปิดไฟเลี้ยวตอนที่กำลังเลี้ยวนี่บ่อยมาก
ไอ้เราก็กำลังแซงเลย แถมมาด่าเราอีก อยากโดดถีบมันนัก

#26 By NoRWAN (222.123.132.209) on 2008-02-11 11:38

ฮาได้ใจอะ อ่านๆไปก็จริงนะ บางข้อ(ด่าคนอื่นในรถ)เราก็ทำ

ไม่ได้ขำอะไรแบบนี้มานานแล้ว ขอบคุณสมองคุณจริงๆนะเนี่ยHot!

#27 By Endearing on 2008-02-11 14:57

เพิ่งอัพบล็อกเรื่อง คุยคุยโทรศัพท์ ขณะขับรถเหมือนกันค่ะ
เห็นแล้วหมั่นไส้เนอะ คนประเภทนี้

#28 By ~ป้านุ้ก~ on 2008-02-11 15:07

555...ขำจนปวดท้องเลยละคะ ยิ่งตอนเติมน้ำมันแล้วเด็กปั้มเขย่ารถ โดนเป็นประจำ ตกใจทุกทีนึกว่าแผ่นดินไหว ใครมาชนตูด...

เรื่องเท้าซ้ายเหยียบเบรคก็ขำเหมือนกัน ถึงจะใช้เท้าขวาเหยียบเบรคก็เหอะหากเท้าหนัก หัวทิ่มเหมือนกันคะ..อิฉันเองละคะ ผู้โดยสารบ่นตรึมนั่งรถเจ้หัวทิ่มประจำ

แต่งหน้าในรถ..ทำได้ไง..อิฉันก็เง็งเหมือนกัน..555

#29 By MayaKniGht on 2008-02-11 19:42

อ่านแล้วก็ลองคิดถึงตัวเอง รู้สึกหลังๆจะขับรถแบบBangkok Dangerous มากๆ รู้สึกเหมือนจะได้ตายไปหลายทีแล้ว(วันก่อนพึ่งวัดดวงกับสิบล้อรถพ่วงไป ขับไม่เก่งดันทำเป็นเก๋าอีก อันนี้หมายถึงตัวเองน่ะนะ) คือสอบใบขับขี่ก็สอบผ่านมาแล้ว แต่อยากบอกว่าขับรถในกรุงเทพฯมันยากจังเลยอ่ะ แล้วการสอบผ่านก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรให้ขับขี่ได้ปลอดภัยหรือเก่งขึ้นเลยพับผ้าซิ(พับผ้าดูเรียบร้อยกว่าผ่าเนอะ) คราวหน้าในไตรภาค เราอาจจะได้เป็นข้อหนึ่งในหลายข้อนี่ก็ได้เนอะ เออ จะติดตามต่อไปcry Hot!