พฤติกรรมการใช้รถที่น่าโบ้กบาล (มึงจะทำแบบนั้นทำไมครับ)
posted on 10 Feb 2008 11:22 by khunkrabi in DungBeetleหายไปนานเลยครับ ประมาณ 10 กว่าวันเห็นจะได้เนื่องจากมีธุระไปทำคดีความ เรื่องอะไรขี้เกียจเล่าแล้ว อยากรู้ไปดู ที่นี่ <<< จิ้มโลด
อีกเรื่องที่หายไปก็เพราะ "ซิปติด" เดี๋ยวเอาไว้เล่าเอนทรีหน้า เล่าตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวหมดมุก พักนี้ยิ่งมุกน้อยๆ อยู่ หลังจากที่ปล่อยไปเยอะ (เวร ใช้ไม่ดูสต็อค)
เอาล่ะเข้าเรื่อง ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วๆ ไปคงเคยเจอกับอาการที่น่าโบ้กบาลแบบนี้ ผมก็ไม่เข้าใจว่า พี่จะทำแบบนั้นไปทำไมครับ
1. เขย่ารถขณะเติมน้ำมัน เมื่อวันพุธที่ 30 มกราคม มีโอกาสได้ไปเที่ยวบางกอกกับเพื่อน ก็ไปเที่ยวตามสถานบังเทิงโจ๊ะตึงๆ ต่างๆ หลังจากที่ผมเมาพับไปเรียบร้อย ผมก็ส่งกุญแจรถให้เพื่อนขับ ใช่! ผมเป็นคนดีครับ เมาไม่ขับ (เพื่อนมึงก็ไม่ได้เมาน้อยไปกว่ามึงหรอก) ขากลับเพื่อนสาวหลายๆ คนขอติดรถกลับด้วย ที่นั่งด้านหน้าจึงไม่พอ ผมเลยอาสาไปนั่งที่กระบะด้านหลัง (เป็นรถกระบะสี่ประตูครับ ชื่อ น้า วรา NAVARA) เพราะกลัวอ้วกใส่รถตัวเองด้วย ขับไปซักพักนึงเพื่อนมันตะโกนออกมาบอกว่าน้ำมันจะหมด จะเติมมั๊ย ผมก็บอกว่าเติม "แวะปั้มที่มีเซเว่นด้วยกูจะเเดกมาม่า" พอถึงปั๊ม ผมก็บอกว่าเต็มถัง เสร็จแล้วก็ไปซื้อมาม่ามากินที่รถ ระหว่างที่กำลังซดมาม่าด้วยความเมานั้น ก็เกิดอาเพศ รถผมมันสั่นเบาๆ ทีนึง ตอนแรกผมคิดว่าแม่ย่านางรถคงไม่ชอบให้เอาอาหารมากินบนรถ แต่ด้วยความเมาเลยตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป (ช่างแม่..ง กูจะแดก) แต่คราวนี้มันแรงขึ้นกว่าเดิม หันไปมองข้างๆ เห็นเด็กปั๊มมันเขย่ารถอยู่ ผลก็คือ หกครับ ลวกปาก ลวกหัวนมซะแดงเถือก ผมก็เลยถามไอ้เด็กปั้มว่า "มึงจะเขย่ารถทำไม เห็นมั๊ยเนี่ยกูแดกมาม่าอยู่ หกหมดเลยแสรดดด" ไอ้เด็กปั๊มมันบอกว่าเขย่าให้น้ำมันมันลงถัง ดูเหตุผลมันครับ ไอ้สาดดด มึงเรียนวิทยาศาสตร์หรือวิทยาแสรดดดมาวะเนี่ย มึงรู้มั๊ยว่า สถานะของน้ำมัน มันเป็นของเหลว แล้วมึงรู้มั๊ยว่าตัวมึงที่เดินอยู่กับพื้นได้เนี่ย เพราะว่าแรงดึงดูดของโลก ดังนั้น เวลามึงเติมน้ำมัน มึงก็ไม่ต้องเสือกไปเขย่าหรอก เพราะยังไงมันก็ไหลลงไปข้างล่างอยู่ดี
2. ไฟเลี้ยว อันนี้มีหลายกรณีมาก เท่าที่ผมเจอมาก็มีดังนี้ครับ
เปิดไฟเลี้ยวซ้ายขณะจะเข้าวงเวียน
พอจะนึกภาพออกกันมั๊ยครับ โดยทั่วไปวงเวียนมันจะเป็น สี่เเยกแล้วมีอนุสาวรีย์มาตั้งกั๊กไว้ตรงกลาง เพื่อให้ขับยากขึ้นมาอีกนิด (ปกติสี่แยกธรรมดาก็ชนกันวินาศสันตะโรอยู่แล้ว ยังเสือกมีอนุสาวรีย์มาตั้งอีก)
คือเวลาที่เราจะเข้าวงเวียนเนี่ย เราจะต้องเลี้ยวซ้ายไปตามทางก่อนนิดนึง
แล้วจึงหักขวาเข้าวงเวียน หรือในกรณีที่รถว่างๆ ก็ทิ่มเข้าไปตรงๆ
เลยก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ทีนี้เรื่องเปิดไฟเลี้ยวซ้ายนี่แหล่ะครับ
มันทำให้ผมคิดว่ามันจะออกซ้าย ประมาณ (สมมติ) ว่า วิ่งมาจากราชวิถี
แล้วจะเลี้ยวซ้ายออกพหลฯ แต่มึงเสือกเข้าวงเวียน จะไปพญาไท
มึงจะเปิดไฟเลี้ยวซ้ายทำไมครับ ถ้ามึงจะเข้าวงเวียน แสรดดดดด
นี่มึงซื้อใบขับขี่มาเท่าไหร่เนี่ย
เปิดไฟเลี้ยวขณะแซง ผมขับตามรถคันนึงในถนนสองเลน
พี่คันข้างหน้าเค้าวิ่งขวา ผมก็วิ่งขวา
แต่ทุกครั้งที่พี่เค้าขับผ่านรถคันอื่นที่วิ่งอยู่ทางซ้าย
เค้าจะเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้ง (แหม่ ..มารยาทดีจริงๆ) เข้าใจครับ
เปิดไฟเลี้ยวเพราะจะเเซง แต่นี่มึงอยู่เลนขวา
มึงจะเปิดไฟเลี้ยวหาผัวแ่ม่มึงเหรอครับ
แล้วยิ่งเวลาพี่เค้าเปิดไฟเลี้ยวตอนที่ อีก 100
เมตรข้างหน้ามันเป็นยูเทิร์น ผมก็หักออกซ้ายเพราะคิดว่าแม่งจะยูเทิร์น
แต่พอออกไปแล้วแซงยังไงแม่งก็ไม่ขึ้น เพราะแม่งไม่ได้เลี้ยว
แล้วแม่งก็เสือกเร่งเเข่งกับผมอีก (กูล่ะเซ็ง)
เลี้ยวปุ๊บเปิดไฟเลี้ยวปั๊บ เคยเจอมั๊ยครับ ไอ้พวกนี้น่าโบ้ให้หัวดุ้ง คือตอนที่มันหักพวงมาลัยปั๊บ นิ้วมือมันก็จะกางออกโดยอัตโนมัต เพื่อที่จะได้ไปโดนไฟเลี้ยวพอดี (เชี่ย ... มึงไม่เลี้ยวไปก่อนเเล้วค่อยเปิดไฟเลี้ยวล่ะแสรด)
3. ทดลองฝึกใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรค อันนี้ำทำได้เฉพาะรถเกียร์ออโตเมติกเท่านั้นนะครับ ใครอย่าทะลึ่งใปฝึกกับเกียร์ธรรมดาล่ะ ปกติรถเกียร์ออโต้จะมี Pedal อยู่สองอันคือ คันเร่ง และเบรค ก็คือทำมาเพื่อใ้ห้ใช้ขับด้วยตีนขวาข้างเดียว แต่มันมีคนอยู่ประเภทนึง (เพื่อนผมนี่แหล่ะครับ) มันใช้ตีนซ้ายเหยียบเบรค ตีนขวาเหยียบคันเร่ง สรุปก็คือหัวทิ่มครับ เพราะการที่หัดขับด้วยเกียร์ธรรมดามาก่อน ตีนซ้ายมีหน้าที่เหยียบคลัชท์อย่างเดียว จึงทำให้มีพลังของตีนเยอะกว่าตีนขวา และเมื่อพอเอาตีนซ้ายมาเหยียบเบรค มันเลยทำให้หัวทิ่ม ผมเคยถามมันว่ามึงจะเอาตีนซ้ายเหยียบเบรคทำไม มันบอกผมว่า เพื่อเป็นการใช้ตีนทั้งสองข้างให้คุ้มค่า โถ..พ่อคุณ รถเค้าทำมาเพื่อให้ขับตีนเดียว ถ้ามึงกลัวตีนอีกข้างจะฝ่อ เพราะไม่ได้ใช้ มึงก็เปิดเพลงดังๆ แล้วนั่งกระดิกตีนไปก็ได้
4. เปลี่ยนเกียร์ อันนี้เคยเจอพี่สาวของเพื่อนขับ แต่ไม่กล้าถามว่าเพราะอะไร คือพี่สาวของเพื่อนผมเวลาลดเกียร์จากเกียร์ห้า มาเกียร์สองเนี่ย คุณพี่เค้าจะ เข้า เกียร์ 4 แล้วมา 3 แล้วค่อยมา 2 แล้วระหว่างเปลี่ยนเกียร์นั้นพี่เค้าก็จะปล่อยคลัชท์ออกทุกครั้ง คือประมาณว่า จากเกียร์ห้ามาสี่ปล่อยคลัชท์ออกเหยียบคันเร่งหน่อยนึง เหยียบคลัชท์ใหม่ เข้าเกียร์สามปล่อยคลัชท์เหยียบคันเร่งหน่อยนึง ทำแบบนี้ไปจนถึงเกียร์สอง ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไล่มาทีละเกียร์แบบนั้นด้วย ในเมื่อมันเปลี่ยนจากห้ามาสองได้เลย เวลาจะจอดรถก็เหมือนกันครับ จากเกียร์สอง ต้องเข้าเกียร์หนึ่งก่อน แล้วค่อยใส่เกียร์ว่าง หรือว่ามันเป็นการถนอมรถอย่างนึง ใครรู้บอกผมด้วย
5. เครื่องเสียง เคยเจอไอ้พวกนี้มั๊ยครับ ผมล่ะโคตรเกลียดแม่งเลย ไอ้พวกรถแต่งสวยๆ เครื่องเสียงดังๆ น่ะ คือผมไม่ว่าหรอกครับ ใครอยากจะเปิดดังเท่าไหร่ก็เปิดกันไป ก็เปิดในรถพวกมึงน่ะ แล้วมึงก็ตะโกนคุยกันในรถไป แต่ทำไมพวกมึงต้องมาเผื่อแผ่ชาวบ้านเค้าด้วย ไอ้ประเภทขับช้าๆ เปิดกระจก เปิดเพลงดังๆ ติดท่อเฮดเดอร์เสียงดังๆ เนี่ย มึงรู้รึเปล่าว่าชาวบ้านเค้าไม่ได้นิยมพวกมึงเลยนะน่ะ แต่เค้ากำลังสรรเสริญบรรพบุรุษพวกมึงอยู่ ไอ้Chipหาย! แล้วเพลงที่เปิด ถ้าช่วงนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพลงอกหัก ของบอดี้สแลม มึงไม่ต้องไปบอกเค้าก็ได้ว่าชีวิตมึงโดนทำร้ายมา หรือว่ามึงโดนทำร้ายมาแล้วมึงไม่รู้จะไปแก้แค้นกับใคร ก็เลยมาทำร้าย (ประสาทหู) ชาวบ้าน ไอ้เชี่ย!
6. ขับรถคุยโทรเฉาะ เอ๊ย! โทรศัพท์ ธุระอะไรนักหนา ถ้าจะคุยจอดรถก่อนดีมั๊ยครับ มือซ้ายถือโทรศัพท์ มือขวาจับพวงมาลัย ตีนขวาเหยียบคันเร่ง ตีนซ้ายคอยเหยียบคลัชท์/เบรค (ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็กระดิกตีนไป) หูก็ฟัง ปากก็พูด พอจะเปลี่ยนเกียร์ทีนึง ก็เอาไหล่หนีบโทรศัพท์ไว้กับหัว แล้วเอามือไปเปลี่ยนเกียร์ นี่มึงจะเทพเกินไปแล้ว แสรดดด ระวังนะครับใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ถึงจะใช้สมอลทอล์คก็เหอะ สมาธิมันจะไปอยู่กับการโทรศัพท์ การตัดสินใจมันจะช้าลง เกิดขับไปชนคนอื่นนี่ซวยตายห่าเลยนะครับ
7. ขับรถคุยกัน นี่ครับต้องแบบนี้ ขับคุยโทรเฉาะ เอ๊ย!โทรศัพท์ (มึงจะเอาฮาไปถึงไหน) ยังไม่เท่าไร เคยเจไอ้พวกนี้มั๊ยครับ บนถนนสองเลน คันนึงอยู่ซ้าย อีกคันอยู่ขวา ขับคู่ขนานกันไปด้วยความเร็วเท่าๆกัน อยากรู้ว่าพวกมึงขับรถคุยกันรึไงวะ แล้วก็ไ่ม่ได้ดูเลยว่ารถคันข้างหลังเค้าไปไม่ได้ หลังพวกมึงสองคันเนี่ยติดยาวเป็นกิโล ส่วนข้างหน้ามึงนี่โล่ง แล้วอีกอย่างครับแม่งขับช้าโคตรๆ ประมาณว่าเต่ากัดยางได้เลยครับ
8. นอนขับ ปรับพนักพิงเอนลงมากกว่า 45 องศา โอ้โฮ พี่จะมองเห็นทางมั๊ยครับนั่น เวลาจะมองข้างที ต้องมองผ่านประตูด้านหลัง เพราะเอนลงมากหัวมันค่อนไปทางเบาะหลังแล้ว แล้วการนอนขับแบบนี้ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เข็มขัดนิรภัยก็ช่วยมึงไม่ได้เลยนะครับ เวลาผมนั่งไปด้วยล่ะเสียวชิบหาย มานี่เลยอยากจะนอนนักมานั่งที่กูนี่ เดี๋ยวกูขับให้ สาดดดดด
9. แต่งหน้า ผมไม่เข้าใจว่าทำไมสตรีเพศ ถึงได้ห่วงสวยนักเวลาขับรถ ขับไปพอติดไปแดงปั๊บ เขียนคิ้ว เอ้าเขียนๆๆๆๆ อ้าวเฮ้ย! ไฟเขียวแล้ว ขับต่อ แม่งเอ๊ย เพิ่งเขียนได้ข้างเดียว ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้างต่อไปเอาเเยกหน้า ติดไฟแดงอีกแล้ว เอาอีกข้างนึง แยกนี้นานหน่อย ได้ปัดแก้มด้วย เดี๋ยวแยกโน้นค่อยทาปาก ขับไปถึงที่ทำงาน ลงรถมาดูไม่ได้เลย
สาวๆครับ ในรถน่ะมืดก็มืด กระจกก็อันนิดเดียว อยากสวยทำไมไม่แต่งก่อนออกจากบ้านล่ะครับ หรือถ้ากลัวไปทำงานไม่ทัน ก็ตื่นเช้าๆกว่านี้หน่อยก็ได้ครับ ไม่ก็ไปถึงที่ทำงานแล้วค่อยแต่งก็ได้
10. ด่า เวลาเราขับรถ เจอคนขับปาดหน้า เราก็ย่อมอารมณ์เสียใช่มั๊ยครับ แล้วก็อยากจะด่า แต่เวลามึงตะโกนด่าน่ะ ไอ้คันที่ปาดหน้ามึงมันไม่ได้ยินหรอก กูนี่แหล่ะได้ยิน เต็มสองรูหูเลย ทั้งไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ และอีกหลายอย่าง รวมไปถึงการมีเซ็กซ์กับบุพการีด้วย เคยด่าเพื่อนไปหลายครั้งว่าทำไมมึงต้องไปด่ามันด้วย แม่งไม่ได้ยินที่มึงด่าหรอก แต่ก็ไม่เคยเป็นผล พักหลังเลยใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง เวลาที่นั่งรถไปกับมัน แล้วมีใครปาดหน้า ผมจะยุให้มันขับรถตีคู่ แล้วผมจะเปิดกระจกด่าไอ้คันที่ปาดหน้ามันให้ ผมด่าจริงนะเอ้า แจกกล้วย (
) ด้วย คือจริงๆแล้วผมไม่ได้เก๋าหรอกครับ ถ้าผมเก๋า ผมตายตั้งแต่สามขวบแล้ว แต่ที่ใช้วิธีนี้เพราะให้อีกคันมันจำทะเบียนรถเพื่อนไว้ เวลาเจอที่ไหนจะได้ตีถูกตัว ตอนนี้เพื่อนผมมันสงบปากไปเยอะแล้ว เพราะเก๋าจัดไงครับ ไปเจอของจริงเข้า วันนั้นเพื่อนผมมันเมาขับรถปาดหน้าเค้าแล้วบอกให้จอดรถ พอจอดรถเสร็จมันเดินถือขวดเหล้าที่เหลือจะไปตีเค้า แต่พอไปถึงไอ้เจ้าของรถคันนั้นมันเสือกชักไม้อันเบ้อเร่อ ออกมา ไอ้เพื่อนผมหัวไวไงครับ แม่งบอก "พี่...กินเหล้ากัน" สุดท้ายโดนตีหัวแตก
ปล.1 ขับรถดี มีน้ำใจ ภัยไม่มี
ปล.2 อย่าดื่มเหล้าขณะขับรถ เพราะมันจะไม่ถนัด และจะทำให้เหล้าหก
ปล.3 การขับรถทำให้ความสามารถในการดื่มสุราลดลง
ปล.แถม เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าผมซวยจับได้เบอร์ 20 ของเอ็ดดี้จริงๆ
ดูหน้าสิ ดูยิ้มเยาะเย้ย ประมาณว่าสมน้ำหน้ามึง เสือกจับได้ใบกู ฮ่า ฮ่า ฮ่า
(ผมเองก็เรียนสายนิติศาสตร์มาเหมือนกัน)
เออนะ แต่ไอ้ "นอนขับ" กะ "เปิดไฟเลี้ยวขณะแซง" นี่ยังไม่เคยเจอน่ะ
เซง
หอพักใน ม.พายัพ ดึกๆดื่นๆ พวกมันไปแดรกเล่ากันมา
กลับมา สักตี 2-3 เกือบจะทุกวัน
เปิดเพลงตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยโน่นแน่
คิดเอาไว้ตั้งหลายทีแล้วนะว่าจะเอาขวดโซดาปารถมัน
แต่เนื่องด้วยผลจากอาการง่วงนอน ก็ได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลยไปซะอย่างง๊าน
ไม่ทราบว่าเจ้าของบล็อคมีวิธีจัดการเจ๋งๆมั้ยครับ
จะได้เอาไปลองใช้ดูบ้าง ฮ่าๆ
#1 By robocon on 2008-02-10 14:21