เมื่อแมงขี้แตก
posted on 15 Jan 2008 12:21 by khunkrabi in DungBeetleไม่ได้อัพบล็อกมาตั้งแต่วันที่ 10 จริงๆแล้วมีเรื่องที่จะเขียนอีกเยอะมาก ทั้งเรื่องวันเด็กเอย เรื่องเดนเนรมิตรเอย ใช่! เรื่องแดนเนรมิตรจริงๆ ไม่ได้ตามกระแสสวนสยามจนจำชื่อผิดหรอกน่า เรื่องสวนสยามก็จะเขียน แต่ว่าที่ไม่ได้เขียนเพราะ ตกใจครับ เอนทรีที่แล้วมีคนมาอ่านตั้ง 33 คน (นับเฉพาะคนที่คอมเมนท์ ไม่รวมตัวเองกับคนที่คอมเมนท์ซ้ำ) มันตกใจจริงๆ นะครับ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรื่องเหี้ยๆ ของผม จะมีคนเข้ามาอ่านเยอะขนาดนี้ เพราะปกติก็จะมีแค่ไม่เกิน 6 คอมเมนท์ อย่างมากที่สุดก็ 12 น้อยสุดเหรอ อย่าถามดีกว่า เพราะไม่มีเลย จริงๆ นะเอ้า!
จริงๆ แล้วที่ผมเขียนเนี่ย บอกตามตรงว่าไม่ได้คาดหวังอะไรกับคอมเมนท์มากมายหรอกครับ เพียงแต่ผมเจอเรื่องราวอะไรก็แค่อยากจะเขียนไว้ ว่าเมื่อเอนทรี ที่แล้วเจอกับคำถามน่าถีบมา หรือก่อนหน้านั้นเจออะไรมาบ้าง มีทั้งแบบอารมณ์ดี และอารมณ์เสีย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเสียมากว่า เพราะถ้าจำไม่ผิด ผมเคยเขียน หรือคอมเมนท์ หรือตอบกระทู้ในบอร์ดเอ็กซ์ทีน อะไรซักอย่างนี่แหล่ะว่า "โต๊ะหมา มีไว้ปากหมา มีไว้ด่า มีไว้เห่า มีไว้กัด มีไว้แปะงาน" คือแบบจับฉ่าย อยากทำอะไรก็ทำ
มันเหมือนกับ ผมต้องกลายเป็น "คนเขียนเอนทรีให้คนอื่นอ่าน" เมื่อมีคนมาคอมเมนท์เยอะๆ มันก็เกร็ง แล้วมันก็จะเหลิงคิดว่าตัวเองเขียนดี แต่จริงๆ แล้วมีแต่เรื่องเหี้ย เวลาจะเขียนครั้งต่อไป ก็จะต้องกังวลว่าจะต้องเขียนแบบไหน เพื่อที่จะได้มีคนเข้ามาอ่านเยอะๆ ดังนั้นผมก็เลยหยุดอัพบล็อกเพื่อตั้งสติ แล้วที่ผมบอกว่าไม่ได้คาดหวังกับคอมเมนท์มากมายนั้นเพราะ
หนึ่ง เอนทรีผมมันยาว เขียนแต่ละครั้งเล่นเอาเหนื่อย ขนาดคนเขียนยังเหนื่อย คนอ่านจะไม่เหนื่อยได้ไง
สอง เอนทรีผมมันไร้สาระ มีแต่เรื่องด่าคนอื่น
สาม เอนทรีผม มันมีแต่คำหยาบคาย เกรงว่าสมาชิก เอ็กซ์ทีน ที่เป็นเยาวชนจะได้รับตัวอย่างที่ไม่ดี หยาบคายยังไง สังเกตุได้จากทุกครั้งที่เขียนเอนทรีด่าคน จะมีสัตว์เลื้อยคลานวิ่งเต็มไปหมด (นี่ถ้าผมเก่ง CSS กว่านี้ก็คงได้เห็นมันคลานกันจริงๆ เต็มหน้าจอไปแล้ว) เอาล่ะที่เขียนมาด้านบนเป็นการไว้อาลัยให้กับ เอนทรี ที่จะเขียนแล้วไม่ได้เขียน สมน้ำหน้ามัน
เคยมีเรื่องน่าอายกันมั่งมั๊ยครับ แบบที่นึกถึงทีไรก็อดขำ หรืออายตัวเองไม่ได้ ของผมเป็นเรื่องน่าอายสมัยเด็กๆ เรื่องเกี่ยวกับขี้ครับ (คนอ่านเค้ารู้ตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้วโว๊ย ไอ้ฟายยยย) ตอนนั้นอยู่อนุบาล2 ผมขี้แตกครับ ราดกางเกงตัวเองด้วย
เท่าทีจำได้ วันนั้นไปโรงเรียนแล้วไม่ได้ขี้ก่อนออกจากบ้าน เพราะหม่าม๊ารีบไปทำงาน ที่โรงพยาบาลโทรมาบอกว่ามีเคสใหญ่ หรืออะไรซักอย่างนี่แหล่ะ ตอนเข้าแถวเคารพธงชาติก็ปกติดีครับ (ปวดตุ่ยๆ ไม่มากเท่าไร) แล้ววันนั้นมันมีรถนมไมโล มาเเจกด้วย ผมล่อไปซะเกือบสิบแก้ว (ผมว่าเพราะไอ้ไมโลนี่แหล่ะ ที่ทำให้ปสดขี้อย่างหนัก) กินนมเสร็จก็ต้องออกกำลังกาย เพื่อที่จะได้เป็นเด็กที่มีสุขภาพดี คุณครูก็เลยพาไปเล่น ขี่ม้าส่งเมือง
เคยเล่นขี่ม้าส่งเมืองกันมั๊ยครับ เป็นการละเล่นไทยที่ไม่สร้างสรรเอาซะเลย (ถ้ากำลังปวดขี้อยู่) ตอนสมัยเรียนอนุบาล ผมตัวเล็ก ก็ไม่ได้เป็นม้า แต่เป็นคนขี่ม้า ทีนี้คนที่ซวยคือคนขี่ม้า เพราะมันบังคับม้าไม่ได้ ไม่ใช่ม้าจริง ไอ้คนที่เป็นม้าแม่งก็เสือกเล่นซะเหมือนจริง โดดเป็นลิง ปากก็ร้อง ฮี๊ กั่บ กั่บ ๆ ๆ ๆ ไปด้วย เนียนโคตร แสรดดด แต่มึงรู้มั๊ยว่ากูปวดขี้ชิบหาย ซักพักผมก็ไม่ไหว เลยบอกเลิก ขออนุญาติคุณครูไปขี้
แมง : คุนคููคับ ขออนุญาติไปขี้คับ
คุณครู : (กำลังลุ้นม้าอยู่ ไม่ได้สนใจกูเลย)
เมื่อคุณครูยังไม่อนุญาติ ผมก็ไม่กล้าไปเพราะผมเป็นเด็กดี จะทำอะไรต้องให้ผู้ใหญ่อนุญาติก่อนเสมอ เมื่อไม่ได้ไปผมก็ข่มใจไปเล่นม้าต่อ คราวนี้เล่นเป็นม้าเอง เพราะคิดว่าคงไม่สาหัสเท่าเป็นคนขี่ เพราะถึงยังไงเราก็คอนโทรลจังหวะในการกระโดดเอง คิดได้แล้วก็ให้เด็กหญิงแตงโมขี่หลัง แต่เหมือนนรกแกล้ง เป็นม้าแล้วมีคนขี่อยู่ด้วยนี่แม่งสุดๆ ไปเลยครับพี่น้อง ปวดขี้อย่างแรง ก็เลยทำได้เเค่เป็นม้าเหนื่อยๆ เดินเอา เดินซักพักก็หายปวดขี้
หลังจากนั้นเราก็ไปเรียนวิชาวาดรูปกันในห้อง วาดไปวาดมามันเริ่มมาอีกแล้วครับ คราวนี้หนักกว่าเก่า ประมาณว่าข้าศึกมันตีทะลุมาถึงประตูชั้นในแล้ว คุณครูก็ไม่อยู่ไม่รู้ไปไหน ผมก็ไม่กล้าออกไปห้องน้ำ เดี๋ยวคุณครูกลับมาแล้วไม่เห็นจะเป็นห่วง ซักพักผมก็ถามเพื่อนว่า
เด็กชายแมง : นี่แตงโม ชิมชิม คุนคูไปไหนเหรอ
เด็กหญิงแตงโม : ไม่รู้สิ...
เด็กชายชิมชิม : ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมเหรอ
เด็กชายแมง : นี่แตงโม ตัวเองได้กลิ่นอะไรป่ะ
เด็กหญิงแตงโม : ได้กลิ่น เหมือนมีคนเหยียบขี้หมาเข้ามาในห้องเลยอ่ะ
เด็กชายแมง : แล้วชิมชิมล่ะ ได้กลิ่นมั๊ย
เด็กชายชิมชิม : สงสัยขี้หมา ประกาศกันมั๊ยว่าใครเหยียบขี้หมาเข้ามา
เด็กชายแมง : เบ๊า ... เบาๆ ชิมชิม ไม่ต้องประกาศหรอก เค้าคิดว่าที่มันเหม็นน่ะ เพราะเค้าขี้แตกล่ะ
เด็กชายชิมชิม : เฮ้ย ไอ้แมงขี้แตก.ก.ก.ก..
สี้นเสียงไอ้ชิมชิม ทุกคนในห้องก็หันมามองที่ผมคนเดียว ประมาณว่า "อ๋อ มึงนี่เอง" (ก็ไอ้ชิมชิมเสือกพูดซะดัง มึงนี่ก็เนาะ) พูดเสร็จไอ้ชิมชิมก็วิ่งไปฟ้องคุณครู ขณะที่วิ่งไปมันก็ตะโกนไปด้วยว่า "คูค้าบบบๆ ไอ้แมงขี้แตกค้าบบบ" (สัตว์เอ๊ย ... เด็กอนุบาล 2 มีหกห้อง ห้องละ 20 คนมึงเล่นตะโกนงี๊เค้าก็รู้กันหมดน่ะสิ .. ว่ากูขี้แตก เชี่ยเอ๊ย)
หลังจากที่คุณครูพาไปล้างขี้เสร็จเรียบร้อย ไอ้แมงก็ออกมายืนหน้าชั้นเรียนด้วยชุดวันเกิด (ผ้ากันเปื้อนมีก็ไม่ให้ใส่ ทีเเตงโมฉี่รดกระโปรงยังให้ใส่ผ้ากันเปื้อนเลย ไม่ยุติธรรม แบบนี้แตงโมเลยเห็นแมงน้อยผมหมดน่ะสิ) แล้วก็ด่าๆๆๆ ว่าทำไมปวดขี้แล้วไม่ยอมบอก (ก็กูบอกมึงแล้วไงตอนขี่ม้าน่ะ ตอนนั้นปวดขี้อย่างแรงเลยรู้มั๊ย) เชื่อมั๊ยครับ ทุกคนไม่ได้สนใจที่คุณครูดุผมเลย ทุกสายตาจ้องมองมาที่แมงน้อยของผมอย่างเดียว แล้วห้องผมสมัยนั้นมีผมกับไอ้ชิมชิมเท่านั้นที่เป็นผู้ชาย (เป็นสมัยนี้เหรอ มาจ้องแมงน้อยของผมล่ะก็ ผมจะเอาฟาดปากให้ หึ..หึ..)
พอตอนเย็นหม่าม้ามารับ คุณครูก็ฟ้องใหญ่เลย "วันนี้นะค้าาา คุณแม่ขา น้องแมงขี้แตก รดกางเกงค่าา คุณแม่ต้องฝึกน้องแมงนะค้า ว่าให้กล้าแสดงออกนะค้าาา ไม่ต้องอายค่าาา" แล้วเล่าหมดทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มว่าผมเป็นยังไง (ทำหยั่งกะแม่งเห็นตอนผมขี้เอง)
ดีที่วันที่ผมขี้แตกเป็นวันศุกร์ ถ้าวันต่อมาต้องมาเรียนอีกผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ไอ้ชิมชิมมันต้องล้อผมแน่
แล้วก็เป็นจริงครับ วันจันทร์มาเรียน(ขี้มาแล้วเรียบร้อย) ไอ้ชิมชิม เจอหน้าผมมันบอกเลย "ไอ้แมงขี้แตก ๆ ๆ ๆ ๆ" ประมาอาทิตย์นึงน่ะครับ กว่ามันจะเลิกล้อ เป็นสัปดาห์การเรียนที่ผมอึดอัดชิบหาย
แล้ววันนึงก็มาถึง วันที่ผมได้แก้แค้นไอ้ชิมชิม ความแค้นลูกผู้ชายสิบปียังไม่สายจริงๆ ครับ วันนั้นมีเรียนวิชาดรอว์อิ้ง ต้องไปเขียนรูปนอกสถานที่ ที่พระราชวังบางปะอิน (อ้อ .. ลืมบอกไปผมกับไอ้ชิมชิม เรียนด้วยกันมาตลอดอยู่มหาลัยก็เรียนสาขาเดียวกัน) ขณะที่นั่งรถอยู่นั้น ไอ้ชิมชิม ปวดขี้อย่างหนัก สงสัยส้มตำเมื่อกลางวัน ไอ้ชิมชิมบอกผมว่าจะไปขี้ที่ห้องน้ำหลังรถ ผมก็คิดแผนว่าจะทำยังไงให้มันได้อาย ไอ้ครั้นจะไปประกาศว่า "ไอ้ชิมชิมขี้แตก" เหมือนที่มันเคยทำกับผม ก็คงไม่เวิร์ค (ตอนนั้นเรื่องปวดขี้ ปวดเยี่ยว ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอายกันแล้วครับ ยิ่งไอ้พวกเรียนศิลปกรรมอย่างผมด้วย ยิ่งหน้าด้านเข้าไปใหญ่) ผมรอให้ไอ้ชิมชิมเข้าไปขี้สักพัก ก็เดินตามไปหลังรถ เป็นไปตามที่ผมคาดไว้ ห้องน้ำบนรถบัสของมหาลัยคันนี้มันล็อคได้หลวมๆ ผมก็บรรจงถีบประตูห้องน้ำ พอห้องน้ำเปิดผมก็ตะโกนบอกว่า "เฮ้ยไอ้ชิมชิมขี้แตกโว๊ยยยย" แล้วก็ไม่รู้พวกเพื่อนๆ มันเป็นอะไรกัน แค่ผมตะโกนว่าไอ้ชิมชิมขี้แตก มันก็็ต้องแห่กันมาดูที่ห้องน้ำ
ไม่ต้องถามครับไอ้ชิมชิมรู้สึกยังไง แต่มันก็ไม่สะใจเท่าตอนที่ผมโดนมันล้อนี่สิ เพราะมันโดนล้อแค่วันเดียว แต่ผมโดนเป็นอาทิตย์ แม่งเอ๊ย แถมจากเหตุการณ์นั้น ทำให้ผิง (ผู้หญิงที่มันตามจีบอยู่) มาสงสารมัน จนได้เป็นแฟนกันอีก
ปล.1 เอนทรีนี้อยากอ้วกชิบหาย มีแต่เรื่องขี้
ปล.2 ว๊ายยยย ... หน้าไม่อาย เอาเรื่องของตัวเองมาเล่าให้คนอื่นฟัง
ปล.3 ตอนนี้ไม่มีคำว่า อาย อยู่ในหัวแล้วครับ


คนอ่านเค้าก็เลือกสิ่งที่อยากค่ะ แต่ข้อสาม ถ้าทำได้คงเป็นสวนสัตว์ 555+
กำลังจะโตเป็นสาวเลย คุณแมงยังแค่อนุบาลเองถ้าเทียบกับเราเราน่าเกลียดกว่าเยอะ
คุณแมงนี่ ออกแนวเจ้าคิดเจ้าแค้นนะคะ



#1 By N on 2008-01-15 14:07