สวัสดีครับ ผมแมงกลิ้งขี้ครับ ยังมีชีวิตอยู่สุขสบายดีครับ

 

1

เปลี่ยนแผนนิดหน่อย ตอนแรกว่าจะบินบิสิเนสกับบริทิช เพราะว่าคุณนายฮิลด้าจะมาด้วย แต่เธอเกิดอาการเนิร์ฟขึ้นมากระทันหัน เลยเปลี่ยนมานั่งอีโคโนมีของเจ็ทแทน

ใครที่เป็นฟอลโลว์เวอร์ของ @khunkrabi อยู่ คงจะรู้ว่าผมเกลียดอินเดีย เกลียดอินเดียแค่ไหน? ...ก็เกลียดพอๆ กับ วิชัย ณ โรงแรม เกลียดเกาหลีนั่นแหล่ะครับ

แต่โบราณว่าไว้ ยิ่งเกลียด ยิ่งเจอ ผมเกลียดอินเดียฉันใด ก็ต้องเดินทางกับอินเดียฉันนั้น 

จากฮีทโธรวลอนดอน รัดเข็มขัดเรียบร้อย สละวินโดว์ซีทให้เจนนั่ง (เพราะบินกลางคืนมองไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว) ระหว่างนั้นภาวนาต่อกัปตันเจ็ทแอร์เวย์ ขอให้มียุโรป ผมทองมานั่งข้างๆ เพศใดก็ได้ไม่เกี่ยง

แต่อย่างว่าแหล่ะครับ โชคดีมักจะไม่เข้าข้างคนหน้าตาดี มีอินเดียตัวยังกะควายท้องแฝด ดำปิ๊ดปี๋ ไม่รู้ว่าพ่อแม่มึงไปเอากันข้างกองถ่านรึยังไง แถมตัวเหม็นระดับเทพ เดินเคี้ยวหมากเข้ามานั่ง 

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป ผมชิงหลับไปก่อนเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเห็นมัน แต่ก็ต้องมาตื่น เพราะได้ยินเสียงผิดปกติ ตกใจมาก คิดว่าเครื่องยนต์ขัดข้อง นี่กูจะต้องมาตายกลางอากาศจริงๆ ใช่มะ 

เสียงที่ว่านั่น เป็นเสียงกรนระดับ สองจุดเจ็ดล้านเดซิเบล ของอินเดียนปลักควายนั่นครับ เล่นเอากระเหรี่ยงไทย และยูโรเปียนตกอยู่ในอาการประสาทแดก เพราะในขณะแรก ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า เป็นเสียงเรอของก็อดซิลล่า ที่เพิ่งแดกเม็กกะโรดอนมา หรือเป็นเสียงของเครื่องยนต์ขัดข้องกันแน่

 

2

สิบกว่าชั่วโมงผ่านไป ผมพาตัวเองมางงๆ อยู่ที่มุมไบ เปลี่ยนเครื่องครับ!!! (จะตกใจทำไม แถมตกใจตั้งสามครั้ง) หลังจากผ่านอิมมิเกรชั่นมาแล้ว ผมเดินตามป้ายบอก ไปรออยู่ที่ประตูสิบสอง ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ เหลือเวลาประมาณสิบนาที จะถึงเวลาเปลี่ยนเครื่อง ก็มีน้องคนไทย เดินมาบอกว่า ประตูเปลี่ยนเป็นประตูสองบี

โอ้ว.. ไอ้เช็ดแม่ม ประตูสิบสองกับประตูสองบีนี่แม่งอยู่คนละฟากสนามบินกันเลยนะครับ แล้วแล้วมึงจะให้กูเดินไปเนี่ยนะ 

หงุดหงิดมากครับ พอไปถึงประตูสองบี ดิ่งเข้าไปถามอินเดียนเกิลล์ทันที ผู้คนรอบข้างคงรับได้ถึงจิตสังหาร คิดว่ายังไงๆ วันนี้ ไอ้กระเหรียงไทยนี่หาเรื่องแน่ๆ 

 

"เปลี่ยนประตู ทำไมไม่ประกาศบอก ถ้ากูตกเครืิ่องขึ้นมา มึงขับรถไปส่งกูที่บางกอกมั๊ย"

"อีนี่ ฉานประกาศบอกแล้วนะนายจ๋า .. บอกตั้งสามรอบนะนาย นายไม่ได้ยินเองหรือเปล่านายจ๋า"

"ไม่ได้ยิน!" บรรยากาศเริ่มเหี้ยลงเรื่อยๆ แต่อีอินเดียนเกิลล์ยังทำหน้าใส ท้าตายกับกะเหรี่ยงไทยอยู่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

 

"มึงประกาศเป็นภาษาอะไร กูไม่ได้ยิน"

"อีนี่ฉานประกาศเป็นภาษาอินเดียนะนายจ๋า นายไม่ได้ยินหรือจ๊ะนาย"

 

โถ ... อีช้างเขย่งยิ้ม! มึงคิดว่าอินเดียบ้านมึงเป็นจุดศูนย์กลางของโลกนี้ใช่มะ แล้วทุกคนในโลกนี้ต้องเข้าใจภาษาอินเดียใช่มะ 

เหตุการณ์วันนั้นจบลงด้วยความซวยของแอร์อินเดียหน้าใส ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ โดนกะเหรี่ยงไทยเข็นช้างเข้าทำยุทธหัตถี ตลอดหกชั่วโมง จากมุมไบ ถึงบางกอก หลังจากที่โดนอินเดียนเกิร์ลเพื่อนร่วมชาติ ปาขี้มาให้

 

3

เจนจะบอกกับใครต่อใครเสมอว่า ผมจะเป็นคนที่หยิบจับอะไร สิ่งนั้นมักจะมีราคาแพงอยู่เสมอ เช่นถ้าผมหยิบโค้กมาหนึ่งกระป๋อง เดินไปจ่ายตัง โค้กกระป๋องนั้น อาจไม่ได้มีราคาสิบยี่สิบบาท แต่มันอาจมีราคาอยู่ที่ร้อยสองร้อยบาท ก็ได้

วันนั้น เราไปดูแหวนแต่งงานกันที่มาบุญครอง เจนนี่ก็ตามประสาผู้หญิงเห็นเพชรทั่วไป กระดี๊กระด๊า เข้าร้านนั้น ร้านนี้ จนไปจบที่ร้านสุดท้าย เธอถูกใจแหวนเพชรวงหนึ่งมาก 

"อุ๊ยตาย! ... ตัวเองๆ สวยจังเลย เข้ากับเค้ามะ"

ผม ซึ่งกำลังยืนเหงื่อซึมลุ้นราคาแหวนนั่นอยู่ ก็ตอบไปแกนๆ

"อุ๊ยตาย!!! ... ถอดไม่ออกละตัวเอง"

 ชิบหายละ ถอดไม่ออกด้วย ตัดสินใจถามราคาแหวนเจ้ากรรมวงนั้น

 "88 grand จ้ะ" ป้าเจ้าของร้าน ที่แต่งตัวคล้ายๆ กับหิ้งเพชรตอบ

เช็ดแม่ม แพงกว่าที่กูคิดอีก แล้วเพชรแม่งก้อนเล็กกว่าขี้ดินอีกต่างหาก

 

4

เจอบล็อกเกอร์เอ็กซ์ทีน งานนี้ต้องมีเมาครับ ก็ไปกันหลายคน นัดเจอกันที่ร้านมูนไชน์บาร์ ถนนพระอาทิตย์ 

แต่ก่อนที่ผมจะไปนั่งเสล่ออยู่ที่จุดนัดพบ ผมกับเจนไปช็อปปิ้งเสื้อยืดถนนข้าวสารกันก่อน เจอเสื้อยืดอยู่หนึ่งตัวถูกใจมาก

"น้องครับ เอาตัวนั้น เท่าไรครับ" ชี้ไปที่ราวด้านบน

"อ๋อออ.. สอร้ออออ ห้า สี่ ..ถ้า เป รา ล่า ร้อ ก้า สี่" (อ๋อ สองร้อยห้าสิบ ถ้าเป็นราวล่างร้อยเก้าสิบ)

"เอาตัวหนึ่ง"

 น้องพม่าก็จัดการหยิบให้ กำลังจะจ่ายเงิน ผมก็พบว่า ตัวที่น้องมะขิ่นหยิบให้ไม่ใช่ตัวที่ผมต้องการ

"ไม่ใช่ตัวนี้ อีกตัวนึงข้างบน"

"ตัว หนา..." (ตัวไหน)

"สีขาวอ่ะ ที่เป็นรูปหมี"

"อ๋ออออ..." มะขิ่นก็จัดการหยิบมาใผมอีกที

 ..

..

..

"ไม่ใช่ตัวนี้ อีกตัวนึง สีขาวไง รูปหมีอ่ะ ที่กำลังจะกินน้ำผึ้ง"

มะขิ่นเริ่มออกอาการเซลฟ์เสีย เอาไม้จิ้มไปที่เสื้อตัวที่ผมต้องการ

"ช่า ม้า.." (ใช่ไหม)

"เออ ตัวนั้นแหล่ะ"

 

มะขิ่นตอบด้วยเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์เซ็งสุดขีด

"ก้อ บ่อ ว่า หมูว ซี่ นี่ ม่า ช่า หมี นี่ หมูวววว..." ( ก็บอกว่าหมูสิ นี่ไม่ใช่หมี นี่หมู)

"หมูที่ไหนล่ะ หมี... หมูที่ไหนกินน้ำผึ้ง"

"ม่า ช่า ละ บ่อ ว่า หมูว ก็ หมูว เซ่" (ไม่ใช่ละ บอกว่าหมูก็หมูสิ)

"หมี"

"หมูว"

"หมี"

"หมี ม่า ขา ถ้า หมูว ถือ จา ขา" (หมีไม่ขาย ถ้าหมูถึงจะขาย)

เชี่ย! อีมะขิ่น มึงนี่สุดตีนจริงๆ กูมาซื้อเสื้อมึงนะเนี่ย ไม่ได้มาติวข้อสอบเอนทรานซ์วิชาชีวะ

 

"เอ้า หมูก็หมู ช่างแม่งเหอะ เอามาตัวนึง"

 

5

มีเรื่อง!!! ใช่ครับอ่านไม่ผิดแน่ๆ ผมมีเรื่อง แต่จะเรียกว่ามีเรื่องเสียทีเดียวก็คงไม่ถูกนัก เอาเป็นว่าเกือบจะมีเรื่องแล้วกัน

ช่วงหัวค่ำวันหนึ่งของอาทิตย์ที่แล้ว ขณะที่ผมเดินกลับจากกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าเซเว่นอีเลฟเว่น ก็นึกขึ้นได้ว่าเจนสั่งให้ซื้อซินนามอนโรล ก็เลยเดินย้อนกลับไป

ขณะที่กำลังจะเปิดประตูเข้าเซเว่นฯ ก็มีเสียงพูดลอยมากระทบต่อมหาเรื่องว่า

"เหมือนจะหล่อเลยเนอะ เดินไปเดินมาอยู่นั่นแหล่ะ"

ไวเท่าความคิด ผมหันหลังกับไป พร้อมกับพูดว่า

"เชี่ย ... แล้วกระเทยอย่างพวกมึงสวยนักนี่ ................ ต่อยกับกูมั๊ย สัด!!"

 

เก๋าอยู่แล้วครับ เรื่องพวกนี้ สมัยหนุ่มๆ น่ะ ตบพระ ปล้นชี จี้ขอทาน ทำร้ายคนชรา ถีบหมาข้างถนนน่ะ ผมทำมาหมดแล้ว

แต่ก็เรื่องก็จบลงตรงที่อีกระเทยควายพวกนั้นมันไม่กล้า ขณะที่เดินกลับมา ก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าเกิดมันคิดจะต่อยกับกูขึ้นมาจริงๆ แล้วก่อนต่อยกันมันบอกว่า "ใครแพ้เป็นเมียเอามั๊ยสัด" นี่พรหมจรรย์รูตูดกูคงจะเสียแน่ๆ ก็คราวนี้ละมั้ง

Favourites